ข่าว

ประยุทธ์เตือนม็อบปิดด่านสร้างปัญหา

ประยุทธ์เตือนม็อบปิดด่านสร้างปัญหา

14 ม.ค. 2554

เครือข่ายฯเปลี่ยนเป้างดบุกปิดด่านอรัญฯวันนี้เป็นส่งสตรีไปไล่"ประวิตร" ที่กลาโหมเเทน ส่วนจะไปปิดด่านเมื่อใด รอปชช.ในพื้นที่เข้าใจ เเละเครือข่ายจะบุกชี้เเจงทุกกองบก.เเละภาคธุรกิจให้เข้าใจเเละสนับสนุนด้วย

(14ม.ค.) เวลา 11.00 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ แถลงข่าวความเคลื่อนไหวของเครือข่ายฯดังนี้ 1. การเคลื่อนไหวปิดด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว   ยุทธศาสตร์ของเครือข่ายฯนั้นคือทำความจริงให้ปรากฏ โดยการเคลื่อนไหวครั้งก่อนเครือข่ายฯได้ไปยังถนนศรีเพ็ญและหลักเขต 46 นั้นพบแล้วว่าอยู่ในราชอาณาจักรไทยจริง และช่วงที่เครือข่ายฯอยู่ที่อ.อรัญประเทศ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าพื้นที่นี้มีธุรกิจเถื่อนนานแล้วโดยเป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง ข้าราชการ ตำรวจและทหารบางคน รวมทั้งผลประโยชน์ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากว่า 30 ปี

 โดยสมคบจะยกดินแดนไทยให้กัมพูชา   เป้าหมายของเครือข่ายฯนั้นจะเข้าไปอ.อรัญประเทศอีกครั้งเพื่อให้ความจริงถูกเปิดเผย   โดยมติที่ประชุมเครือข่ายฯยืนยันคงภารกิจนี้ไว้แต่ขึ้นอยู่กับชาวบ้าน อ.อรัญประเทศ มีความพร้อมที่จะสนับสนุนและร่วมมือกับเครือข่ายฯในการให้ข้อมูลพร้อมพยาน   โดยขั้นตอนนี้พร้อมเมื่อใดเครือข่ายฯจะเคลื่อนไหวปฏิบัติการทันที


 2. กรณีทหารกัมพูชาลักพาคนไทย 7 คนจากราชอาณาจักรไทยหลังเกิดเหตุใหม่ๆนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ระบุว่าคนไทยทั้ง 7 คนบุกรุกพื้นที่ของกัมพูชา จนพยานกัมพูชาอ้างบุคคลข้างต้นเป็นพยานไปแล้วนั้นเวลา 13.00 น.วันนี้ เครือข่ายฯจะให้ผู้ชุมนุมนำโดยสตรีบุกไปยังกระทรวงกลาโหมเพื่อขับไล่พลเอกประวิตรและให้ข้อมูลที่แท้จริงกับข้าราชการในหน่วยงานนี้    3. เครือข่ายฯจะไปพบบรรณาธิการสื่อต่างๆ องค์กรธุรกิจ อุตสาหกรรม เพื่อชี้แจงและขอความร่วมมือในเรื่องการเคลื่อนไหว และยกระดับการต่อสู้เป็นพลังแผ่นดิน รวมทั้งอภิวัฒน์ประเทศไทยเร่งด่วนต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมในวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณถนนพิษณุโลกนั้น ผู้ชุมนุมบางตากว่าที่ผ่านมา โดยวันนี้มีผู้ร่วมชุมนุมราวสามร้อยคน แต่ได้ยึดผิวการจรจาจรบนถนนพิษณุโลกไว้สองเลนเพื่อกางเต็นท์ นำรถขยายเสียงมาติดตั้ง   รวมทั้งมีการเล่นดนตรีสลับปราศรัยให้ข้อมูล และบางส่วนยืนแจกใบปลิวให้ประชาชนทั่วไป แต่ไม่มีใครสนใจเท่าใดนัก

ด้านนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีกลุ่มต่างๆในประเทศไทยเคลื่อนไหว ต่อกรณีประเทศกัมพูชาเนื่องจากกังวลว่า คนไทยที่เหลือทั้ง 5 คน อาจจะไม่ได้รับการปล่อยตัวว่า   ขอยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อสู้คดี เพื่อคนไทยทั้ง 5 คนที่เหลือ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล แต่อยากให้กลุ่มต่างๆที่เตรียมเคลื่อนไหวควรทบทวนและคิดให้ดีว่า การเคลื่อนไหวใดที่จะเพิ่มเงื่อนไขกดดันกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่ออิสรภาพคนไทยที่เหลือ จึงไม่สมควรที่จะทำ แต่ควรแสดงภาพความเป็นเอกภาพในการร่วมกันช่วยเหลือ และส่งกำลังใจไปช่วยเหลือคนไทย   ดังนั้นขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เจาะจงช่วยเหลือคนใดเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ จะรวมตัวกันไปเยี่ยมนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ แต่ถูกหัวหน้าพรรคเบรกไว้ก่อน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า ที่ผ่านมาส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือกันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจหรือได้ข้อสรุป เนื่องจากเกรงว่าอาจไปกัดดันศาลกัมพูชา อีกทั้งในขณะนั้นศาลกัมพูชายังไม่ให้ประกันตัว แต่ภายหลังที่ศาลอนุญาติให้ประกันตัวนายพนิช ทางส.ส.กทม.จึงได้มีการหารือนอกรอบว่า อาจเดินทางไปเยี่ยมนายพนิชหรือไม่ แต่พรรคจะไม่ดำเนินการในลักษณะใด ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกตีความว่าเป็นการชุมนุมเพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา   เพราะเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศควรชี้แจงต่อสาธารณชน และดำเนินการช่วยเหลือ

ประยุทธ์เตือนสติม็อบปิดด่านยิ่งสร้างปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติประกาศจะปิดล้อมกระทรวงกลาโหม เพื่อกดดันให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมลาออกหลังการช่วยเหลือ 7 คนไทยล้มเหลวว่า มีเจ้าหน้าที่กองรักษาการณ์ในการดุแลรักษาความปลอดภัยอยู่ การเข้าไปมีกฎหมายควบคุมอยู่

 เมื่อถามว่า กลุ่มดังกล่าวเคลื่อนไหวเนื่องจากทหารไม่ช่วยเหลือ 7 คนไทยอย่างเต็มที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร เป็นคนที่ช่วย 7 คนไทยมากที่สุด และช่วยมาตั้งแต่ต้น แต่ตนไม่อยากพูดเพราะเกรงว่าจะมากเรื่อง ยิ่งพูดยิ่งมากเรื่องไปเรื่อย แต่กลไกในการแก้ไขปัญหา ทั้งรัฐบาล รมว.กลาโหม รมว.ต่างประเทศทำงานเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจกับประชาชนโดยรวมว่า การแก้ไขปัญหาบางเรื่องไม่สามารถพูดออกทางสังคมได้มากนัก เพราะอาจทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยากลำบากมากขึ้น และอาจมีผลกระทบกับ 7 คนไทย ดังนั้นทุกอย่างค่อยๆพูดจากัน อย่างน้อยความเป็นมิตรภาพของแต่ละประเทศเพื่อนบ้านที่มีต่อกันน่าจะแก้ไขปัญหาได้พอสมควร ซึ่งข้อตกลงต่างๆมีอยู่แล้ว

 “ ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงเป็นปกติอยู่ และยังไม่มีการเพิ่มกำลังทหารแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทหารได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนไปประสานทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่รวมตัว เพื่อคัดค้านการเคลื่อนย้ายมาชุมนุมประท้วงกัมพูชาของกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติแล้ว โดยได้กำชับไม่ให้มีการปะทะกันโดยเด็ดขาดอยู่แล้ว คนไทยทะเลาะกันเองไม่ได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาทางทหารมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่อยู่แล้ว เราทำความเข้าใจมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องแล้ว ไม่ต้องห่วง บอกทุกคนให้สบายใจ เราพยายามทำเต็มที่แล้ว ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยกับแกนนำเครือข่ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่า การไปปิดด่านผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะการปิดกั้นการจราจรจะเกิดผลกระทบต่อสังคมโดยรวม หากผิดเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ซึ่งประชาชนส่วนรวมไม่ค่อยพอใจเพราะทำให้เขาเดือดร้อน แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตระหนักอยู่ คือ ทำอย่างไรโดยเฉพาะประชาชนคนไทยทะเลาะกันไม่ได้ ถ้าไปแล้วจะทำให้เดือดร้อน ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่อยากให้ไป เพราะจะทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหา จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาปฏิบัติงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดด้วยคนเพียงไม่กี่คนถ้าทั้งสองฝ่ายพูดจากันถึงเหตุผล และแก้ไขด้วยกลไกทีมีอยู่เดิม ทั้งกลไกรัฐบาล ทหาร หรือคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี)ก็แก้ไขกันไป ถ้าต่างคนต่างใช้การเคลื่อนไหวมาแก้ไขปัญหากัน ทุกเรื่องทุกปัญหาจะทำให้เหตุการณ์พันกันอยู่อย่างนี้ ประเทศไทยจะไปไม่ได้ ผลประโยชน์แห่งชาติจะหมดไป ทั้งนี้หากเราทำดี และพูดกันรู้เรื่อง และเจรจาร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องการปักปันเขตแดน ปัญหาจะจบสิ้น แต่หากเคลื่อนไหวและกดดันกันไปมา ถูกบ้าง ผิดบ้าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกลไกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งคณะกรรมการเจบีซี มีข้อตกลงและอนุสัญญาเป็นร้อยปีมาแล้ว โดยใช้กลไกของดาวเทียม หรือจีพีเอสมาว่ากัน ใครผิดก็ถอยหลังกันไป ถ้าถูกก็เข้ามา หากไปยึดตรงไหนจะทำให้การแก้ไขปัญหาค่อนข้างลำบาก

 “ผมไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเสียดินแดน แต่ขณะนี้แนวเขตแดนได้มีการเปลี่ยนด้วยธรรมชาติ หรือหลักฐานตามหลักเขตที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งการพถูกมทำลาย หรืการเคลื่อนย้ายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทุกอย่างต้องแก้ไขปัญหาตามกลไกของมัน และพูดจากันด้วยข้อตกลง ทั้งนี้การปักปันเขตแดนสมัยก่อนจะมีความคลาดเลื่อนเพรามมีระบบจีพีเอส หรือดาวเทียม ประชาชนต้องเข้าใจว่า การปักปันเขตแดน เมื่อถูกทำลาย เราต้องนำสัญญามาพูดกันจากจุดนั้นไปจุดนี้ แต่เมื่อจุดที่อ้างยังไม่เรียบร้อย เช่น หลักเขต46,47,48 และเขตอื่นๆไม่เรียบร้อย มันก็โยงกันไปด้วยเส้น ซึ่งยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีใครได้ หรือใครเสีย ในสัญญาถ้าการปักปันเขตไม่ชัดเจน ก็จะมีการถอยออกไป หรือเราต้องถอยเข้ามา ผมมองว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหว เพราะเขามีความรักแผ่นดิน รักชาติ แต่ทุกอย่างต้องมาคุยกันเพื่อเอาข้อยุติไปเจรจากับเขา ขณะนี้เรามีหลายกลุ่มหลายฝ่าย ดังนั้นเราต้องมาพูดคุยกันเพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนนำเสนอรัฐบาล จากนั้นรัฐบาลเรากับรัฐบาลกัมพูชาต้องพูดคุยกัน หากนำเรื่องนี้มากดดัน ผมมองว่า อีกหน่อยเราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เรื่องนี้ต้องพุดคุยกันในคณะกรรมการปักปันเขตแดน หรือเจบีซี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตกลงกันว่า การปักปันเขตแดนอยุ่ในกรอบการเจรจาของเจบีซี แต่ที่ผ่านมาทำได้เพียงบางจุดเท่านั้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีใครที่อยากจะเสียดินแดนและไม่มีทหารคนใดได้ผลประโยชน์ของชาติ หรือได้ประโยชน์จากการป้องกันชายแดน ตนอยู่ชายแดนมาตลอดและผู้บัญชาการทหารบกทกคนเคยอยู่มา ตนอยากถามว่า  จะเสียดินแดนตรงไหน และได้ผลประโยชน์ตรงไหน ที่กล่าวหาว่า ได้ผลประโยชน์ตามแนวชายแดน ระวังจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าพูดไปแล้วไม่มีเหตุผล ไม่มีเรื่องราวข้อเท็จจริงจะมากล่าวอ้างอย่างนี้ เพราะถือว่า เป็นการทำลายกองทัพ ทุกวันนี้อยู่มาได้เพราะกองทัพดูแลท่านอยู่ เสียเลือดเนื้อ ชีวิตมาเท่าไร ทำไมไม่เห็นใจเขาบ้าง แล้วมาบอกว่า ผู้บังคับบัญชามีผลประโยชน์ ตนไม่เห็นว่า จะมีตรงไหน ทั้งนี้เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน และสัญจรไปมาได้ ถ้าเราจะเอาเรื่องผลประโยชน์มาพูดกัน ทั้งบ่อนคาสิโน ต้องไปเอาหลักฐานมา เพื่อดำเนินคดี ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนไปเกี่ยวข้องก็จะลงโทษ ไม่ใช่พูดลอยๆหรือกล่าวอ้างไปเรื่อย อยากเรียนว่า ฝ่ายทหาร เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยเจรจาในครั้งนี้ และรัฐบาลก็มีช่องทางของรัฐบาล เช่นการทูต ส่วนการทหารเรามีความสัมพันธ์ทีดีกับเขา และทางกัมพูชาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ใช่ตนไม่รัก 7 คนไทย ถ้าไม่รักจะทำหรือไม่ จะมีวันนี้หรือ เพราะรักกันถึงทำให้และติดตามมาตั้งแต่วันแรก ทั้งรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย กองทัพบก ดำเนินการทุกช่องทาง ที่ทำเสร็จวันนี้ พิจารณากันในวันเดียว รวมให้มีการประกันตัว อย่างนี้หรือที่เรียกว่าไม่ช่วยถ้าไม่ช่วยคงจะปล่อยให้ถึง 6 เดือนแล้วค่อยช่วย