ข่าว

วิถีประมงน้ำจืด ปลดหนี้ มีเงินเหลือเก็บ

วิถีประมงน้ำจืด ปลดหนี้ มีเงินเหลือเก็บ

07 เม.ย. 2552

วิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของคนหากินอยู่ริมเขื่อนศรีนครินทร์ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี การประมงแบบพื้นบ้าน ตกปลา ต้องพึ่งพาเรือเป็นพาหนะ และใช้น้ำมันเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนในการเดินทาง ชีวิตคงไม่ลืมตาอ้าปากหากไม่เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาเป็นแก๊ส

นางแจ๋ว สำรวย ฝางคำ อายุ 43 ปี ชาวหาดปันนา ซึ่งอาศัยอยู่ท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ เล่าให้ฟังว่า วิถีชีวิตของชาวบ้านแถบนี้ฝากปากท้องไว้กับการหาจับปลาในเขื่อนไปขาย บ้านเรือนซึ่งอยู่ห่างไกลกัน ทุกบ้านจึงใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง โดยต้องใช้น้ำมัน เมื่อจับปลามาได้แต่ละวันจึงหมดไปกับค่าน้ำมัน ทำให้ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ซ้ำร้ายบางวันขายปลาได้ 50-60 บาท แต่ต้องจ่ายค่าน้ำมัน 70-80 บาท ทำให้ต้องติดหนี้ร้านที่เอาปลาไปส่งขาย เท่ากับว่า ในแต่ละวันเมื่อหาปลามาได้ไม่ได้เงิน มีแต่หนี้กลับบ้านมาด้วย
 ชีวิตที่ผ่านมา ไม่มีอะไรในบ้านที่เป็นสมบัติเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะหาเช้ากินค่ำอยู่อย่างนี้ จับปลาก็เป็นหนี้ค่าน้ำมัน เมื่อหาของป่าได้ก็เอาเงินที่ได้จากการหาของป่าไปปลดหนี้จากการที่ใช้น้ำมันออกเรือไปหาปลา วนเวียนอยู่อย่างนี้ ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ ไม่มีทีวีให้ลูกๆ ดู อยู่กันไปวันๆ ตามมีตามเกิด หาวันกินวันอยู่เช่นนี้เรื่อยมา
 จนกระทั่งเปลี่ยนจากการต้องใช้น้ำมันเพื่อเติมในเรือ มาเป็นเครื่องเมจิกแก๊ส ซึ่งใช้แก๊สแทนน้ำมัน ชีวิตจึงเปลี่ยนไป
 นางแจ๋ว เล่าต่อด้วยรอยยิ้มว่า วันนี้ตนและทุกคนในครอบครัวยิ้มออกได้ หลังจากนำเครื่องเมจิกแก๊ส ซึ่งเป็นเครื่องที่นำมาใส่ติดไว้กับเรือ เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาเป็นการใช้แก๊สหุงต้มแทน จึงมีเงินเหลือเก็บ ทั้งที่ไม่คิดหรือหวังว่าจะมีเงินเหลือเก็บในครอบครัวอย่างเช่นทุกวันนี้
 หลังจากเปลี่ยนจากน้ำมันมาเป็นการใช้แก๊สแทน ตลอดเกือบ 1 ปี ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยต้องจ่ายค่าน้ำมัน 70-80 บาทต่อวัน เมื่อเปลี่ยนมาใช้แก๊ส 120 บาทต่อถัง ใช้งานได้ 7 วัน ทำให้มีความแตกต่างมาก ส่งผลให้มีเงินเหลือเก็บพอที่จะซื้อทีวี โฮมเธียเตอร์ แล้วก็จานดาวเทียม เพื่อให้ลูกดูทีวีได้เหมือนกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ
 "จากเมื่อก่อนที่หาของมาขายได้ก็ต้องเอามาใช้หนี้ค่าน้ำมัน แต่พอหันมาใช้เครื่องเมจิกแก๊ส ที่เปลี่ยนจากน้ำมันมาเป็นแก๊ส ทำให้ประหยัด ปลาที่หามาได้ ถ้าราคาไม่ดีอย่างที่อยากจะได้ หรือถ้าถูกกดราคา ก็เลือกที่จะไม่ขาย แต่เอามาเลี้ยงไว้ก่อน คือมีทางเลือกมากขึ้น เพราะไม่ต้องรีบขายเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ค่าน้ำมัน จึงไม่ต้องกังวล รอจนเมื่อปลาราคาดีแล้วค่อยขาย หรือขับเรือไปขายด้วยตัวเอง ก็ใช้เครื่องแก๊สนี่แหละขับไปขาย ทำให้ขายปลาได้ราคา จึงมีเงินเหลือเก็บ เป็นกอบเป็นกำ"
 นางแจ๋ว เล่าอีกว่า ก่อนหน้านั้นสงสารลูก อยากดูทีวี อยากฟังเพลง แต่ตัวเองก็ไม่มีเงินพอที่จะหาความบันเทิงให้ลูกได้ พอมีเงินเหลือเก็บก็ซื้อให้ลูกได้ ยิ่งกว่านั้น คือ มีญาติซึ่งพิการแต่มีลูกหลายคน ก็ให้มาอยู่ที่นี่ด้วย จะได้ดูแลเขาได้ ก็ช่วยดูแลกันไป เพราะตัวเองไม่ได้ลำบากแล้ว สามารถช่วยเหลือญาติได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
 "ยอมรับว่าชีวิตขณะนี้มีความสุขมาก เพราะไม่มีหนี้ ไม่ต้องกังวล อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ แถมมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย การเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้แก๊ส ทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ใครกลัวไม่กล้าใช้ แต่ตัวเองลองใช้มาแล้ว ยอมรับว่าดี เพราะถ้าไม่มีเครื่องนี้ ชีวิตคงไม่ดีขึ้นอย่างวันนี้แน่" นางแจ๋วกล่าว