ข่าว

ถวายชุด"เมจิกแก๊ส"สร้างพระพุทธรูปสเตนเลสใหญ่ที่สุดในโลก

ถวายชุด"เมจิกแก๊ส"สร้างพระพุทธรูปสเตนเลสใหญ่ที่สุดในโลก

06 เม.ย. 2552

เล็กพริกขี้หนู "เมจิกแก๊ส" เครื่องติดตั้งเชื้อเพลิง ช่วยวัดปากลำขาแข้ง ซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ เพราะอยู่ลึกถึงหลังเขื่อนศรีนครินทร์ สร้างพระพุทธรูปสเตนเลสใหญ่ที่สุดในโลก ประหยัดเงินค่าน้ำมันกว่า 10 เท่า

พระครูพิพัฒนกาญจนาคม เจ้าอาวาสวัดปากลำขาแข้ง ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ขณะที่น้ำมันมีราคาพุ่งสูงเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นจังหวะที่วัดกำลังสร้างพระพุทธรูปสเตนเลส ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เมื่อน้ำมันแพงจึงทำให้เริ่มมีปัญหาว่าจะสร้างพระต่อให้เสร็จครบทั้งองค์ได้หรือไม่
 ซึ่งขณะนั้นเพิ่งสร้างได้แค่เพียงหน้าตักพระ และการสร้างต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อเชื่อมสเตนเลส คิดเป็นเงินแล้วต้องจ่ายค่าไฟประมาณ 1,500 บาทต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับวัดที่อยู่ห่างไกลความเจริญที่ไม่มีรายได้ ขณะนั้นจึงเริ่มถอดใจแล้วว่า อาจจะต้องหยุดการสร้างองค์พระไว้ก่อน 
 แต่ปรากฏว่า คุณธวัธได้นำเครื่องเมจิกแก๊สมาถวาย โดยอธิบายให้ทราบว่าเครื่องนี้เป็นเครื่องติดตั้งเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถใช้แก๊สแทนน้ำมันได้ ในครั้งแรกที่รับเครื่องมา ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ เพราะเห็นเป็นเครื่องเล็กนิดเดียว จะสามารถรองรับการทำงานที่สร้างองค์พระขนาดหน้าตัก 8 เมตร ความสูงจากฐานนั่งขึ้นไป 13 เมตรได้ไหวหรือเปล่า ที่ผ่านมาช่างใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ในการสร้างองค์พระ ซึ่งถือว่าเครื่องจะทำงานหนักมาก 
 หลังจากเริ่มทดลองใช้ ก็เริ่มเห็นผล จากที่วัดต้องเสียเงินค่าน้ำมันวันละ 16 ลิตร คิดเป็นเงินประมาณ 1,500 บาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องเมจิกแก๊ส ถ้าใช้แก๊ส ขนาด 38 กก.ต่อถัง สามารถใช้สร้างองค์พระได้ 15 วัน เฉลี่ยวัดต้องจ่ายเงินค่าแก๊ส 100 กว่าบาทต่อวัน ซึ่งประหยัดกว่าการใช้น้ำมันได้ถึง 10 เท่า 
 "ยอมรับเลยที่วัดใช้งานเครื่องนี้หนักมาก คือ เริ่มทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า หยุดกินข้าวตอน 9 โมงเช้า พักอีกที่กินข้าวเที่ยงแล้วก็ทำงานยาวไปจนถึง 6 โมงเย็น โดยต้องใช้ทั้งเชื่อมและอ๊อก ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่หนัก เนื่องจากสเตนเลสใช้อย่างอื่นเชื่อมไม่ได้ต้องใช้อากอนเชื่อม ซึ่งการเชื่อมอากอนจะต้องใช้ไฟที่แรงมาก แต่เมื่อใช้เครื่องนี้ไม่มีการกระตุกขณะใช้งาน ซึ่งถือว่าผ่าน และต้องยอมรับเล็กพริกขี้หนูจริงๆ"
 หลวงพ่อเล่าย้อนให้ฟังอีกว่า เหตุที่ต้องการสร้างองค์พระพุทธรูปสเตนเลสนั้น เพราะที่วัดได้มีการสร้างโบสถ์เป็นสเตนเลสอยู่แล้ว เลยมีความคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดีถ้ามีการสร้างองค์พระสเตนเลสขึ้นมา และวัดที่อยู่ห่างไกลอย่างนี้ ถ้ามีพระสเตนเลสองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ก็น่าจะสามารถชักชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมได้
 จึงได้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2549 โดยมีลูกศิษย์ที่อยู่ต่างประเทศซึ่งมีความศรัทธาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างในช่วงแรก ซึ่งก็ใช้เวลาแค่ 1 เดือน 15 วัน ในการสร้างเป็นองค์ปูน โดยมีชาวบ้าน 3-4 หมู่บ้าน มาร่วมกันสร้าง มากินนอนที่วัด มีทั้งแผนกขนดิน ขนทราย เป็นมหกรรมการสร้างที่ชาวบ้านมาช่วยกัน จึงได้เป็นองค์ปูนสำเร็จขึ้นมา หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้อีก 2 ปี จนกระทั่งมาเริ่มสร้างเป็นสเตนเลนหุ้มไปอีกที ก็พอดีสร้างไปได้ไม่ได้เท่าไหร่ ราคาน้ำมันก็แพงพอดี สเตนเลสก็ขึ้นราคา จึงเริ่มจะถอดใจ แต่พอมีเครื่องนี้มาก็เลยเหมือนมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย สร้างได้เสร็จทันตามที่ตั้งใจไว้ 
++++++++
 ด้านนายธวัธ ยวงตระกูล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แวลูสปอร์ท จำกัด กล่าวว่า เข้ามาในพื้นที่นี้เป็นประจำอยู่แล้ว และเห็นว่าวัดกำลังมีการก่อสร้างองค์พระพุทธรูปสเตนเลส ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้า ในช่วงนั้นน้ำมันราคาแพง คิดว่า เครื่องเมจิกแก๊สที่บริษัทผลิตขึ้นมานี้ น่าจะช่วยให้วัดประหยัดเงินค่าน้ำมันได้ เพราะเครื่องนี้สามารถติดตั้งได้ง่าย ขนาดไม่ใหญ่ และใช้แก๊สหุงต้ม ซึ่งง่ายต่อการซื้อหา โดยเฉพาะในพื้นที่อยู่ห่างไกลเมืองอย่างนี้แก๊สน่าจะหาง่าย และมีราคาถูกกว่าน้ำมันที่ต้องมีการบวกค่าขนส่ง 
 โดยคุณสมบัติของเครื่องแล้ว สามารถติดตั้งได้ง่าย ขณะใช้งานเสียงก็ไม่ดัง และจากการที่ติดตามสอบถามจากลูกค้าที่ใช้ก็พบว่า หลังจากนำเเครื่องนี้ไปใช้แล้วก็ช่วยประหยัดในเรื่องน้ำมันได้มาก ที่สำคัญเป็นเครื่องที่ผลิตเองในเมืองไทย ถือเป็นความภูมิใจที่บริษัทผลิตขึ้นมา เมื่อลูกค้าเอาไปใช้ช่วยประหยัดได้อย่างนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี