
มาร์คเอาใจครูสอนดีแจก6.6หมื่นทุน
นายกฯ ประกาศโครงการ "คืนครูดีให้ศิษย์" ของบเอกชน 600 ล้านให้รางวัลครูสอนดี 6 หมื่นคน คนละ 1 หมื่นบาท พร้อมจัดงบรัฐให้ทุนระยาว 3 ปี อีก 600 ทุน ทุนละ 5 แสนบาท
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยรายละเอียด "โครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ ยกย่องเชิดชูครูสอนดี" ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มกราคมว่า ในวันที่ 14 มกราคม เวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมประกาศปีคุณภาพครูและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "คุณภาพครู" ณ อาคารชาลเลนเจอร์ ห้องชาลเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี ซึ่งในงานนี้จะมีการเปิดตัวโครงการนี้ และนายกรัฐมนตรีจะนำไปประกาศอีกครั้งในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ในวันที่ 16 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นวันครู เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ครูทั้งประเทศ โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณดำเนินการรวม 1,281 ล้านบาท
ส่วนที่มาของงบประมาณแบ่งเป็นงบประมาณจากภาคเอกชนที่ระดมทุนจัดเป็นรางวัลแก่ครูสอนดี 6 หมื่นคน ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท จะมอบเป็นรางวัลแก่ครูคนละ 1 หมื่นบาท ซึ่งภาคเอกชนจะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย และงบประมาณจากรัฐบาล 681 ล้านบาท ส่วนของงบ 681 ล้านบาทของรัฐบาล แบ่งเป็นงบสนับสนุนการดำเนินการของจังหวัด จังหวัดละ 3 ล้านบาท รวม 231 ล้านบาท, รณรงค์เชิดชูครูสอนดีในระดับชาติ 50 ล้านบาท, การจัดรางวัลแก่จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกครูที่สังคมมีส่วนร่วมโปร่งใสเป็นธรรม จำนวน 10 จังหวัด รวม 50 ล้านบาท, การบริหารจัดการนโยบายรวมถึงติดตามประเมินผลตลอดโครงการ 50 ล้านบาท, ทุนครูสอนดี ทุนละ 5 แสนบาท จำนวน 600 ทุน รวม 300 ล้านบาท
"จะมอบทุนแก่ครูสอนดีในเขตพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาเพื่อสร้างครูสอนดีหน้าใหม่ขึ้นในท้องถิ่น ทุนนี้เป็นทุนระยะ 3 ปี ทุนละ 5 แสนบาท (จัดสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ 5,000 บาทx36 เดือน และค่ากิจกรรม 3.8 แสนบาท) โดยครูสอนดีผู้รับทุนมีภารกิจในการสร้างครูสอนดีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 5 คน หรือดำเนินกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาชุมชนหรือพัฒนาขีดความสามารถในรูปโครงการ" แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า ส่วนคุณลักษณะ "ครูสอนดี" มี 4 คุณลักษณะคือ 1.อุทิศตนให้แก่การเรียนรู้ของศิษย์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี 2.หมั่นพัฒนาวิธีการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลต่อการเรียนรู้ของศิษย์ 3.นักเรียนไว้ใจและยึดถือว่าเป็นบุคคลที่ตนพึ่งพาได้ และ 4.มีวัตรปฏิบัติที่แสดงถึงจิตวิญญาณครูอย่างแท้จริง ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับคัดเลือกจะต้องมีลักษณะคือ 1.เป็นครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจสังกัดสถานศึกษาภาครัฐท้องถิ่นหรือเอกชน 2.ปัจจุบันประกอบอาชีพครูเป็นอาชีพหลักและเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของการดำรงชีวิต
3.เป็นบุคลากรที่มีบทบาทหน้าที่สนับสนุนการเรียนการสอน ได้แก่ ครู ผู้บริหาร ครูโสตทัศนศึกษา ครูธุรการ ครูการเงิน ครูทะเบียน-วัดผล ครูอัตราจ้างชั่วคราว บุคลากรดังกล่าวอาจได้รับคัดเลือกก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดกำหนด และ 4.เป็นผู้ประกอบอาชีพครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลักไม่มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ตามที่คณะกรรมการระดับจังหวัดกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ในรายละเอียด
สำหรับเกณฑ์คัดเลือกจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมและผลงาน 2-3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2551-ปัจจุบันเป็นสำคัญ และพิจารณาจาก 1.นักเรียนหรือผู้เป็นศิษย์พิจารณาถึงผลลัพธ์ของการเรียนการสอนต่อการเรียนรู้ของนักเรียนหรือผู้ศิษย์เป็นเกณฑ์สำคัญ 2.การมีส่วนร่วม จัดให้นักเรียน ผู้ปกครองและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนการใช้ชีวิตของนักเรียนหรือผู้เป็นศิษย์ได้มีส่วนร่วมให้มากเท่าที่จะทำได้ 3.ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เข้าพิจารณาประกอบทั้งที่เป็นเอกสารและประจักษ์พยาน และ 4.ปัจจัยเพิ่มเติม ซึ่งจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดที่อาจให้ความสำคัญกับปัจจัยที่เห็นว่าเหมาะสมกับสภาพในพื้นที่ เช่น ฐานะรายได้ครู ภูมิลำเนา



