
เวิลด์แบงก์คาดศก.ไทยโต3.2%ต่ำสุดเอเชียคลังเร่งทำงบกลางปี
ธนาคารโลกมองเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3.2% ต่ำสุดในเอเชีย หลังจากมีความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเกินคาด ด้านคลังเตรียมทำงบกลางปีไม่ตำกว่า 8.5 หมื่นล้าน
นายเฟรดเดอริโก้ จิล แซนเดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย กล่าวถึงแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2554 ว่า น่าจะอยู่ในระดับ 3.2% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากที่ปี 2553 จีดีพีของไทยน่าจะขยายตัวได้ถึง 7.5% ถือเป็นการเติบโตสูงที่สุดในเอเชีย เนื่องจากมีความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและสูงเกินกว่าคาดการณ์ไว้ แต่ต้องจับตาดูแม้ว่าตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) จะควบคุมดูแลส่วนนี้ได้ ขณะเดียวกันปัญหานี้รัฐในยุโรปบางประเทศที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ หากเกิดอะไรรุนแรงย่อมส่งผลลบต่อจีดีพีของไทย
ด้านนายฮันส์ ทิมเมอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกในกรุงวอชิงตันของสหรัฐ กล่าวว่า ไทยและตลาดเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซีย จีนและมาเลเซีย ติดกลุ่มประเทศมีรายได้ปานกลาง 9 ชาติ ล้วนเป็นตลาดสามารถดึงเงินร้อนกับทุนต่างประเทศได้มากที่สุดปีที่แล้วนั้น จากนี้ไปอาจเผชิญแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ เพราะกำลังการผลิตของประเทศถูกนำมาใช้จนเต็มศักยภาพ และมีทุนไหลเข้าบวกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นสองความเสี่ยง ทำให้เกิดเงินเฟ้อ ราคาอาหารอาจส่งผลกระทบต่อคนยากจน ซึ่งปัญหาอาจคล้ายคลึงกับที่เคยเกิดขึ้นช่วงปี 2551
ส่วนปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนจีดีพีไทยขยายตัวได้มากกว่าที่คาด คือผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหากออกมาดี ทุกคนยอมรับไม่มีการประท้วง จนทำให้เกิดความไม่แน่นอนก็น่าจะดึงดูดการลงทุนเข้ามามากขึ้น และยังขึ้นอยู่กับนโยบายการคลังที่ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศด้วย หากผลการเมืองออกมาดีอาจมีการทบทวนจีดีพีให้ไทยใหม่
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณกลางปีว่า คาดว่าจะมีวงเงินไม่น้อยกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท เพราะต้องนำไปชดใช้เงินคงคลังที่ใช้ไปในปีงบ 2553 ประมาณ 8.2-8.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ตั้ง ส่วนที่เหลือจะตั้งเป็นงบฉุกเฉินและจำเป็น ซึ่งก็ขึ้นกับรัฐบาลว่าจะนำไปใช้อะไรบ้าง โดยจะมีการนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 มกราคมนี้



