ข่าว

ห่วงก.พ.ผลผลิตข้าวล้นฉุดราคาร่วง

ห่วงก.พ.ผลผลิตข้าวล้นฉุดราคาร่วง

14 ม.ค. 2554

ห่วงเดือนกุมภาพันธ์ข้าวนาปีทะลักเข้าตลาด ชนรัฐระบายสต็อกข้าว 4 ล้านตัน กดราคาข้าวในประเทศทรุด มองส่งออกข้าวเหนื่อย แข่งขันรุนแรง แถมเจอปัญหาเงินบาทแข็งค่า

นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานกรรมการบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาข้าวมีแนวโน้มปรับลดลง โดยราคาเฉลี่ยข้าวสารปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 1.3 หมื่นบาท ทั้งที่ราคาจริงควรอยู่ที่ตันละ 1.5-1.6 หมื่นบาท และที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นคือในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะมีข้าวนาปีออกสู่ตลาดมากขึ้น รวมทั้งการระบายข้าวจากสต็อกประมาณ 4 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณข้าวในท้องตลาดมีปริมาณมากขึ้น ทำให้ราคาลดลงอีก ส่วนทิศทางราคาต่างประเทศจะสะท้อนจากราคาในประเทศ

 “ถ้าข้าวยังอยู่ในสต็อกรัฐบาลก็ถือเป็นการเก็บเพื่อดูแลราคา แต่ขณะนี้ข้าวออกมาอยู่ในท้องตลาดเต็มไปหมด ทั้งในมือโรงสี และพ่อค้าข้าว แต่ไม่รู้จะไปปล่อยที่ไหน ที่สุดก็เป็นการฉุดราคาตลาดในประเทศ” นายสมพงษ์ กล่าวและว่า การผลิตข้าวในประเทศมีผลผลิตรวมเฉลี่ยปีละ 20-21 ล้านตัน เป็นการบริโภคในประเทศ 9 ล้านตัน และส่งออก 9 ล้านตัน โดยจะมีข้าวเหลือสะสม 2 ล้านตัน แต่ปีนี้มีข้าวเหลือสะสมในระบบมากกว่า 5 ล้านตันจากข้าวที่รัฐบาลประกาศขายเมื่อปลายปี 2553

 นายสมพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดส่งออกข้าวในปีนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงเช่นกัน และการบริหารจัดการธุรกิจส่งออกก็ต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันรุนแรง โดยตลาดจะมีการตัดราคาขายเพื่อระบายข้าวจากสต็อก และปัญหาเงินบาทแข็งค่า ส่วนภาพรวมการส่งออกในปี 2553 ที่ส่งออกได้ถึง 9.03 ล้านตันนั้น ส่วนใหญ่เป็นข้าวนึ่ง หากในปีนี้อินเดียสามารถส่งออกได้อีกครั้ง จะทำให้ภาพรวมการส่งออกข้าวของไทยได้รับผลกระทบแน่นอน

 ทั้งนี้ การบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัญหาเงินบาทแข็งค่านั้น จะเน้นการประกันค่าเงิน โดยตั้งรับไว้ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากมีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นหรือลดลง สามารถบริหารจัดการไม่ให้ขาดทุนได้ เพราะบริษัทเน้นการถือสต็อกไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ปัจจัยต้นทุนสินค้าไม่ผันแปร สามารถกำหนดราคาขายที่เหมาะสมได้