ข่าว

ยุทธศาสตร์พัฒนาแม่และเด็ก

ยุทธศาสตร์พัฒนาแม่และเด็ก

14 ม.ค. 2554

ถ้าไม่มัวแต่วนเวียนย้ำคิดย้ำพูดแต่เพียงว่าคำว่าประชาวิวัฒน์ ประชาวิวัฒน์นั้นลอกมาจากประชานิยมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือมัวแต่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ หรือจ้องจับผิดว่าของขวัญปีใหม่ 9 ข้อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้

ถ้านักวิชาการ นักธุรกิจและสื่อมวลชนเปิดใจกว้างมองด้วยใจเป็นธรรม ปราศจากอคติใดๆ ก็คงต้องยอมรับว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่รัฐบาลได้มุ่งช่วยเหลือกลุ่มคนยากจนหรือกลุ่มคนที่ถูกสังคมทอดทิ้งอย่างเป็นระบบ แม้ว่าในระยะแรกอาจจะกะพร่องกะแพร่งบ้าง แต่เท่ากับเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการดูแลจากรัฐเท่าเทียมกับคนรวย ซึ่งรัฐเคยทุ่มเงินก้อนมหาศาลนับแสนล้านบาทไปช่วยอุ้มธนาคารและสถาบันการเงินกว่า 50 แห่งไม่ให้ล้มจากวิกฤติต้มยำกุ้ง รวมทั้งยังอัดฉีดเงินอีกหลายพันล้านบาทช่วยสถาบันการเงินหลายครั้งด้วยกัน โดยคนจนไม่เคยได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือพวกเศรษฐีที่ล้มบนฟูกแม้แต่น้อย

 ผิดกับครั้งนี้ ซึ่งรัฐไม่เพียงแค่วางยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายระบบสวัสดิการสังคม สู่คนระดับรากหญ้าที่อยู่นอกระบบมานาน ตั้งแต่เปิดสินเชื่อให้คนขับรถแท็กซี่ได้กู้เงินไปซื้อรถเป็นของตัวเอง การจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์-หาบเร่แผงลอย การตรึงราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน การให้ใช้ไฟฟรี 90 หน่วยตลอดไป ที่สำคัญ รัฐยังได้วางยุทธศาสตร์การสร้างอนาคตของชาติด้วยการพัฒนาคน เด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบอีกด้วย

 โดยหลักใหญ่ของยุทธศาสตร์การสร้างอนาคตของชาติด้วยการพัฒนาคน เด็กและเยาวชนนั้นก็คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะอาชีพให้กลุ่มเด็กและเยาวชน 5 กลุ่มซึ่งรวมไปถึงกลุ่มเด็กพิการ กลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษา กลุ่มเด็กชนบทห่างไกล และกลุ่มเด็กที่ถูกดำเนินคดีให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกยังยังมีการจัดสวัสดิการสำหรับแม่ตั้งครรภ์และสวัสดิการเด็กอายุ 3-5 ปี ด้วยการจัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ การเปิดคลินิกออนไลน์สายตรงตอบปัญหาคุณแม่มือใหม่

 หลายคนอาจจะมองว่ามาตรการดูแลเด็กและแม่นั้นไม่ใช่ "มาตรการเชิงยุทธศาสตร์" เป็นเพียง "มาตรการเชิงงานประจำ" แต่อย่างน้อยก็เป็นการวางฐานรากสำคัญให้สิ่งที่อาจไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงนี้เพราะมีเรื่องของการเลือกตั้งเข้ามาเกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการได้ในอนาคต