
"ระบบเขตเลือกตั้ง"เรื่องใหญ่ของพรรคการเมือง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น โดยเฉพาะระบบเขตเลือกตั้ง ระหว่างสูตร 400+100 กับ สูตร 375+125 กลายเป็น "ปัญหา" ของ "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคร่วมรัฐบาล" ถึงขั้นท้าบนบานศาลกล่าว ทำให้ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ถึงก
ส่วน "พรรคเพื่อไทย" เริ่มมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุม "คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย" มีมติไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา
ขณะที่ "ส.ส.พรรคเพื่อไทย" อีกกลุ่มเริ่มออกมาเคลื่อนไหว เพื่อเข้าร่วมการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และ 3 โดยการประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 14 มกราคมนี้ เวลา 15.00 น. เตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังเป็นข้อขัดแย้งระหว่าง "พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาล" หารือ เพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนกำหนดท่าทีที่ชัดเจนอีกครั้ง
"สุพล ฟองงาม" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคไม่เข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็น และถือว่าเรื่องนี้ยังยึดมติเดิมปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลถกเถียงกันไป ส่วนมุมมองเกี่ยวกับสูตรเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับสูตร 400+100 เพราะพรรคยึดเนื้อหารัฐธรรมนูญปี 2540 มาตลอด และเท่าที่ฟังเสียงจากส.ส.ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนสูตร 400+100 เนื่องจากไม่เห็นเหตุผลที่จะไปลดจำนวนส.ส.เขตแล้วไปเพิ่มส.ส.สัดส่วน
"สูตรส.ส.เขต 400 คน แต่ต้องลดจำนวนลง 25 คน เหลือเพียง 375 ไปเพิ่มสัดส่วน 125 คน คนยกร่างและพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ชัดเจน และอยากถามว่า สูตร 375 พรรคไหนใครได้ผลประโยชน์การประชุมพรรคในวันที่ 14 มกราคม ก็ไม่มีวาระหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในที่ประชุม" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
"สุพล" ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับระบบเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าสูตรไหนจะผ่านที่ประชุมรัฐสภา พรรคเพื่อไทยก็ไม่กังวล เพราะพรรคผ่านระบบเลือกตั้งทั้งสองสูตรมาแล้ว
"ไม่ว่าเขตเล็ก หรือเขตใหญ่ พรรคเราก็ไม่กังวล เพราะพรรคเคยเลือกตั้งชนะมาแล้วทั้งสองระบบ เขตใหญ่ที่ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 400+80 พรรคพลังประชาชนก็ชนะมาแล้ว เขตเล็กที่ใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540 สูตร 400+100 พรรคไทยรักไทยก็ชนะมาแล้วต่อสู้มาทุกกติกา เราพร้อมเล่นทุกกติกา แต่ขอให้เล่นอย่างตรงไปตรงมาโดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "สุพล" ให้จับตาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลอาจถึงขั้นแตกหัก เพราะขณะนี้การร่วมรัฐบาลมาถึงปลายทางเตรียมเลือกตั้งแล้ว ระบบเขตเลือกตั้งเป็นผลประโยชน์ใหญ่สุดของพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง พร้อมแข่งขันต่อสู้กันเอง หากไม่มีผลประโยชน์อนาคต ที่จะเกาะเกี่ยวเพื่อโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทย อาจเป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลจะแตกหัก
จากประเด็นขัดแย้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคเพื่อไทยยังไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในทันทีที่สภาเปิด เพราะต้องการรอดูความชัดเจนในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน เพราะเริ่มเห็นปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจบานปลายจนทำให้รัฐบาลแพ้ภัยตัวเอง
ส่วน ส.ส.พรรคเพื่อไทยอีกกลุ่มเห็นว่า ในที่ประชุมพรรคในวันที่ 14 มกราคม จะมีสมาชิกหยิบยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพูดคุย "วิทยา บุรณศิริ" ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เห็นว่า แม้คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคจะมีมติไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่ก็ต้องนำมติดังกล่าวมาบอกสมาชิกพรรค และเปิดให้สมาชิกแต่ละคนอภิปราย เพราะการไม่ร่วมสังฆกรรมกับการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ต้องแยกจากกันในวาระ 2 หากได้ทำหน้าที่แล้ว สุดท้ายไม่เห็นด้วยก็งดออกเสียงได้
"เชื่อว่าการประชุมพรรคในวันที่ 14 มกราคม จะมีสมาชิกนำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ ส่วนผลการหารือพรรคจะเข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องดูหน้างาน แต่คงไม่ถึงขั้นต้องโหวตหาข้อยุติ เมื่อเลขาธิการพรรคพูดแล้วก็ควรปล่อยให้สมาชิกพรรคได้พูดบ้าง"
แม้ "พรรคเพื่อไทย" จะบอกว่า ไม่ติดใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบเขตเลือกตั้งจะออกสูตรไหนก็พร้อมลงแข่งขัน แต่ระบบเขตเลือกตั้งถือเป็น "ผลประโยชน์" ใหญ่สุดของพรรคการเมือง จึงเป็นเรื่องยากที่พรรคเพื่อไทยในยุคที่กระแสพรรคไม่ดี จะปล่อยให้การแก้ไขครั้งนี้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
สมถวิล เทพสวัสดิ์



