
ศาลไทยตัดสินปล่อย2เขมรหลงล้ำแดน
ศาลจังหวัดเดชอุดมตัดสินจำคุก 2 ผู้ต้องหาเขมรพลัดหลงเข้าไทยด้านเมืองอุบลฯ 2 ปีปรับคนละ 2,500 บาท แต่โทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี ประสานทางฝ่ายกัมพูชารับตัวกลับ "นฤมล"พบสื่อหน้าทำเนียบทูตไทยในเขมร
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่ศาลจังหวัดเดชอุดม อุบลราชธานี มีคำพิพากษาคดี แดงที่ 32/54 กรณีที่ นายฤทธิ์ พอล อายุ 35 ปี และ นายแสน เรียนแตน อายุ 45 ปี 2 ราษฎร บ้านสระกระดล ต.สระกระดล อ.จอมกระสาน จ.เขาพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ในข้อหาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ป่ารวงผึ้ง ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
ศาลจังหวัดเดชอุดมพิจารณาให้ลงโทษปรับจำเลย คนละ 2,500 บาท จำคุกคนละ 2 ปี โดยโทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยถูกคุมขังระหว่างการรอดำเนินคดีจนครบค่าปรับแล้วเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อ.เดชอุดม จึงได้ประสาน พ.อ.สรชัช สุทธิสนธิ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 1 เข้ารับมอบตัวนายฤทธิ์และนายแสนออกจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี เมื่อเวลา 13.00 น. โดยมีนายประวัติ รัฐรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายชัยโรจน์ สินธุวุฒิพงษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอุบลราชธานีคอยอำนวยความสะดวก ในการส่งตัวทั้ง 2 คน ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีพลโทซอ ทาวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร เจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 1 มารอรับตัวกลับประเทศ
นายฤทธิ์กล่าวผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 1 ว่ารู้สึกดีใจสบายใจมาก ไม่สามารถเอาอะไรมาเปรียบเทียบได้กลับไปบ้าน จะไปดูแลลูกที่ยังเล็กกำลังเรียนหนังสือ ขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และ ผบ. เรือนจำที่ดูตนเป็นอย่างดี ได้อยู่กินแบบคนปกติ ไม่มีใครมาทำร้าย และอยากให้ประเทศไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ทั้งนี้นายประวัติเปิดเผยว่าการปล่อยตัวชาวกัมพูชาทั้ง 2 คนนี้ เกิดจากรัฐบาลได้มีแนวนโยบายว่าปัญหาในพื้นที่ชายแดนน่าจะให้พื้นที่แก้ปัญหาเอง โดยมีคณะกรรมการของแต่ละพื้นที่ของแต่ละประเทศเข้ามาแก้ปัญหาชายแดน หลายๆปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับพื้นที่
นายประวัติ กล่าวด้วยว่า สำหรับการส่งตัวชาวกัมพูชาทั้งพลัดหลงเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นจากการประสานงานของผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร ได้โทรศัพท์มาประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้ประสานการปฏิบัติ จากการมาพูดคุยดูข้อมูลแล้วพบว่าบุคคลทั้ง 2 พลัดหลงเข้ามาในพื้นที่ของไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารลาดตระเวนไปพบ จึงถูกจับกุมมาดำเนินคดี จึงได้ดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง จ.พระวิหาร และ จ.อุบลราชธานีประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
"นฤมล"พบสื่อหน้าทำเนียบทูตไทยในเขมร
ส่วยความเคลื่อนไหวของคนไทย 7 คนที่ถูกทางกัมพูชาจับให้ข้อหาล้ำแดนเช่นเดียวกัน วันนี้(13ม.ค.) หลังจากศาลกัมพูชาได้อนุญาตให้ประกันตัว นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนางนฤมล ชีวรัตนา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยทั้งสองคนได้นั่งรถตู้ออกเดินทางจากเรือนจำเพรย์ซอร์ เพื่อไปพำนักต่อในกรุงพนมเปญ ล่าสุดทราบว่าทั้งสองเข้าพักที่ทำเนียบทูตไทย ในกรุงพนมเปญ
หลังจากนั้น นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ได้อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวของไทยได้พบกับนางนฤมลที่หน้าสถานทูต แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปถึงภายในสถานทูต โดยนางนฤมลได้เดินออกมาจากทำเนียบทูต เพื่อพูดคุยกับนายประศาสน์ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม



