ข่าว

อภิสิทธิ์แสดงวิสัยทัศน์อินโดจีนใหม่

อภิสิทธิ์แสดงวิสัยทัศน์อินโดจีนใหม่

13 ม.ค. 2554

"นายกฯ"แสดงวิสัยทัศน์ “ อินโดจีนใหม่ ” หวังเป็นอนุภูมิภาคแห่งสันติ ความมั่นคงและความรุ่งเรือง

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานสัมมนาในหัวข้อ Indochina Vision : The Region of Opportunities and Challenges ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซนทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ จัดโดยนิตยสารผู้จัดการ 360 องศา

 นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้มาร่วมพบปะกับตัวแทนภาคธุรกิจ สื่อ และรัฐบาลจากภูมิภาคต่างๆ ในการสัมมนาเกี่ยวกับ อินโดจีน: ภูมิภาคแห่งโอกาสและความท้าทาย ประเทศไทยตั้งอยู่กึ่งกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่มีค่ากับประเทศในอนุภูมิภาคมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ทั้งความหวัง ความเจริญก้าวหน้า ซึ่งสาเหตุหลักที่นำความเข้มแข็งมาสู่ภูมิภาคของเราคือความมีเอกลักษณ์ และการมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน

 นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีที่จะส่งเสริมและสานต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านอันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นสากล คือ ไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายใน การสร้างประโยชน์ร่วมกัน และเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งนี้คือจิตวิญญาณของความเป็นอาเซียน ความช่วยเหลือและร่วมมือระหว่างกันของอาเซียนมีมาหลายทศวรรษ ประเทศไทยยังคงพร้อมที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าและความรุ่งเรืองให้แก่ภูมิภาคนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังต้องการขยายความร่วมมือแบบไตรภาคีกับประเทศที่สาม โดยเฉพาะในสาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสาขาอื่นๆ ที่มีศักยภาพ

 นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงคำจำกัดความของอินโดจีนว่า ความหมายดั้งเดิมนั้นอาจมีความหมายที่แคบหรืออยู่ในบริบทของประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม แต่ในปัจจุบันนี้ความหมายใหม่ของอินโดจีนอาจเข้าใจในบริบทของอนุภูมิภาคหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพอันยิ่งใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นอินโดจีนใหม่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรอันมีค่าทั้งในรูปของทรัพยากรมนุษย์และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ จำนวนประชากรเฉลี่ยของกัมพูชา ลาวและเวียดนาม จะยังเด็กและเป็นแรงงานที่สำคัญ ซึ่งแรงงานและวัตถุดิบสำหรับการผลิตที่มีราคาถูกจึงมีศักยภาพในการแข่งขัน และในด้านทรัพยากรพลังงานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้เข้าร่วมพิธีเปิดเขื่อนน้ำเทิน 2 ในประเทศลาว ซึ่งภาคเอกชนของไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ ถือได้ว่าเป็นเขื่อนผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เป็นแหล่งใหญ่ของลาว และจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ลาวก้าวสู่การเป็น แบตเตอรี่ของเอเชีย

 นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับอัตราการเจริญเติบโตของอนุภูมิภาคโดยเฉลี่ยมีการเติบโตเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่ปี 2005 - 2009 เวียดนามมีการเติบโต 7.8% ลาว 7.1% กัมพูชา 8.2% รายได้ประชากรต่อหัวของสามประเทศนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดและกำลังซื้อที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ อินโดจีนยังมีแรงกระตุ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการหาแหล่งลงทุน ซึ่งมีศักยภาพในหลายด้าน เช่น ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเกษตร พลังงานและสื่อสารโทรคมนาคม ประเทศไทยยังคงเป็นประตูสู่ภูมิภาคแห่งโอกาส ทั้งในด้านการผลิตและการขนส่ง ศูนย์กลางการเงิน และการเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคทั้งหลาย ทั้งนี้อินโดจีนเป็นอนุภูมิภาคที่มีการเติบโตและรุ่งเรือง การเติบโตอย่างทั่วถึงนี้จะช่วยลดช่องว่างระหว่างประเทศในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การเพิ่มพูนความเชื่อมโยงและความเข้มแข็งของอนุภูมิภาคและภูมิภาค มีโครงการหลายอย่างที่ต้องพัฒนาและขยายสาธารณูปโภคในอนุภูมิภาค การเชื่อมโยงนี้หมายรวมไปถึงการเชื่อมโยงทางกายภาพ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วย รวมถึงการตั้งกฎและระเบียบร่วมกันของชายแดน ซึ่งได้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเชื่อมโยงที่เข้มแข็งในเขตเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก และเขตเศรษฐกิจเหนือ-ใต้   นอกจากนี้ ท่าเรือน้ำลึกทวายและเขตอุตสาหกรรมในพม่าจะเชื่อมโยงกับเส้นทางในประเทศเพื่อให้การเคลื่อนย้ายสินค้า มีค่าขนส่งที่ต่ำลงและการเดินทางที่สั้นลง ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการพัฒนาท่าเรือนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้ากับภูมิภาคอื่นๆ และพัฒนาเป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดในอนุภูมิภาคต่อไปในอนาคต

 นายกฯ กล่าวถึง กรอบ ACMECS ว่า เป็นความร่วมมือของอนุภูมิภาคเพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุน ให้การค้าระหว่างชายแดนทำได้อย่างสะดวกและเป็นระบบ ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจบริเวณชายแดน   อาทิ แม่สอด ระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มอนุภูมิภาค ACMECS ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมโยง ( missing link) เพื่อให้เครือข่ายการคมนาคมภายในกรอบอนุภาคลุ่มแม่โขง ( GMS) มีศักยภาพแสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประเทศไทยอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในโครงการต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 4.20 พันล้านบาท เพิ่มเติมจากที่เคยให้ความช่วยตลอด 10 ปี ที่มีมูลค่าถึง15 พันล้านบาท ครอบคลุมการพัฒนาถนนจากแม่สอด-กอระเร็ก ซึ่งจะช่วยเชื่อมเส้นทางถนนระหว่างเวียดนามและพม่าให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น   สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ระหว่างจังหวัดนครพนมในฝั่งไทยไปยังแขวงคำม่วงในฝั่งลาว เชื่อต่อไปยังเวียดนาม   รวมทั้งการพัฒนาถนนและสนามบินในลาว   ขณะเดียวกัน โครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟระหว่างจีน ลาว และไทย ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา   และเพื่อให้การเดินทางและการท่องเที่ยวไป-มาอย่างสะดวก ไทยและกัมพูชาได้ริเริ่มโครงการนำร่องคือ “ 5 ประเทศ 1ปลายทาง ” ซึ่งเป็นโครงการท่องเที่ยวภายในอนุภูมิภาค   ภายใต้โครงการ ACMECS Single Visa และหวังว่าในอนาคตจะมีประเทศอื่นๆในอนุภูมิภาคเข้าร่วม

 นายกฯ กล่าวถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ “ อินโดจีนใหม่ ” นั้น ความก้าวหน้าไม่จำกัดแค่ภายในอนุภูมิภาคเท่านั้น แต่อินโดจีนใหม่ คือ กลุ่มประเทศที่เป็นส่วนมีความเกี่ยวพันธ์กันของอาเซียน ที่จะกลายเป็นชุมชนเดียวไม่ถึงสี่ปีข้างหน้านี้ เมื่อนั้น ชุมชนอาเซียนจะมีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ( GDP) สูงถึง 2.69 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ฯ   และเขตการค้าเสรีอาเซียน ( AFTA) รวมทั้ง ความตกลงการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับพันธมิตรต่างๆ ยิ่งเพิ่มศักยภาพและทำให้อาเซียนแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เมื่ออาเซียนกลายเป็น ชุมชนเศรษฐกิจอาเซียน ( ASEAN Economic Community) สิ่งสำคัญเบื้องต้น คือ การอำนวยความสะดวกด้านการค้า โดยผ่าน ASEAN Green Lane, ASEAN Single Window และ Self-Certification schemes เพื่อช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ ประเทศไทยในฐานะประเทศก่อตั้ง ถือเอาการสร้างความก้าวหน้าและพัฒนาอินโดจีน เป็นหัวใจเพื่อเป็นกำลังสำคัญของอาเซียน

 นอกจากนี้ อนุภูมิภาคยังเป็นที่สนใจของพันธมิตรทั้งจากภูมิภาคและโลก   ความสำเร็จของโครงการต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ( GMS) ได้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้ประเทศต่างๆ ในอาเซียนสามารถเชื่อมโยงกับจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือใน GMS   ผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าต่างๆ   นอกจากนี้ เวที the Mekong-Japan ยังได้ สนับสนุนความร่วมมือภายใต้ Action Plan 63 และเมื่อการประชุมสุดยอด ASEAN-ROK ที่กรุงฮานอยที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้แสดงความสนใจที่จัดให้มีการเจรจาภายใต้ กรอบ the Mekong-ROK   ประการสุดท้าย the US-Lower Mekong Initiative ได้มีการหารือกันในระดับรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการความร่วมมือ ในสาขาต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การศึกษา   การสาธารณสุข และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วย อนุภูมิภาคนี้ ไปไกลกว่า อนุภูมิภาคหรืออาเซียน จากการเชื่อมโยงและการติดต่อกับโลกนั้น เพิ่มขึ้นเรื่องๆ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโลกด้วย

 อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ยังคงมีความท้าทายรออยู่ภายในอนุภูมิภาค ทั้งการก้าวให้ทันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เพื่อให้อาเซียนเป็นใจกลางหลักของความร่วมกลุ่มในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกหรือ เอเชียตะวันออก   ความท้าทายสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การลดช่องของการพัฒนาและรายได้ ทั้งภายในและระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะของแรงงาน รวมทั้งการความยากจนและสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ยังคงไม่ได้มาตรฐานต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายสหัสวรรษใหม่

 นายกรัฐมนตรียังกล่าวในตอนท้ายว่า “ อินโดจีนใหม่ ” มีเป้าหมายเพื่อเป็นอนุภูมิภาคแห่งสันติ เสถียรภาพและความรุ่งเรือง   ซึ่งมีทั้งโอกาสและความท้าทาย การเติบโตและความพยายามคงไว้ซึ่งความหลากหลายและก้าวให้ทันโลก ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเปิดตลาดหลักทรัพย์ของลาว ขณะเดียวกัน ก็ได้มีความพยายามในการดำเนินงานเพื่อยกระดับมาตรฐานชีวิตของประชาชน การศึกษา และตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปเยือนลาว เวียดนาม กัมพูชาและพม่านั้น ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความปรารถนาดีในการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ฉันมิตร กับประเทศเพื่อนบ้าน   ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันในความตั้งใจที่จะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในฐานะเพื่อน   ครอบครัวและหุ้นส่วน เพื่อความเติบโตและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน