
เอกชนเล็งพื้นที่พม่าปลูกปาล์ม-ยาง มาเลย์นำร่องไปแล้วแสนไร่
ระนอง - กลุ่มนักลงทุนฝั่งไทยด้านระนองเล็งขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในเขตพม่า หลังราคาสินค้าเกษตรขยับพุ่งอย่างต่อเนื่อง พบกลุ่มทุนมาเลเซียนำร่องใช้พื้นที่ปลูกไปแล้วนับแสนไร่
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วยภาคเอกชนทางด้านจังหวัดระนอง ได้เดินทางเข้าไปยังประเทศพม่าเพื่อดูสภาพพื้นที่ ภายหลังจากรัฐบาลพม่าประกาศให้สัมปทานระยะยาวในการปลูกพืชด้านการเกษตรโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพาราในย่านเขตตะนาวศรี ฝั่งทางด้าน จ.ระนอง ซึ่งโดยสภาพพื้นที่มีความน่าสนใจมาก เพราะมีสภาพภูมิศาสตร์ ทำเลที่เหมาะแก่การปลูกปาล์ม หรือยางพารา ซึ่งมีเอกชนไทยให้ความสนใจที่จะเข้าไปเช่าใช้พื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้จากการที่ราคาสินค้าทางการเกษตรขยับพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาแต่ประการใดในแง่ของอุปสรรคการเช่าใช้พื้นที่ ทำให้ขณะนี้ภาคเอกชนของไทยต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหาพื้นที่ปลูกพืชเกษตรอย่างปาล์มน้ำมันที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้
"ที่ผ่านมาเอกชนไทยยังไม่กล้าเข้าไปเนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องนโยบายของรัฐบาลทหารพม่าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง การเข้าไปลงทุนมากๆ โดยไม่มีหลักประกันถือเป็นการเสี่ยงเกินไป แต่จากการที่กลุ่มทุนต่างชาติรายอื่น ประสบความสำเร็จจากการเข้าไปใช้พื้นที่ ทำให้ขณะนี้ภาคเอกชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหาพื้นที่ปลูกพืชเกษตรอย่างปาล์มน้ำมันที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ "
นายนิตย์ กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวจากประเทศคู่แข่งอุตสาหกรรมปาล์มของไทยคือมาเลเซีย ได้เข้ามาเช่าสัมปทานพื้นที่ปลูกปาล์มในพม่าเขตตะนาวศรี ที่มีพรมแดนติดกับระนองถึงจังหวัดเกาะสองฝั่งพม่า รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ ทั้งนี้เป็นเพราะนโยบายและการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซียที่ต้องการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มออกนอกประเทศ เนื่องจากพื้นที่ในประเทศที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประกอบกับพม่ากำลังเปิดกว้างให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปเช่าพื้นที่ในประเทศ เพื่อปลูกพืชเกษตรโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพารา
"ภาคเอกชนของมาเลเซีย ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเฉพาะปาล์มน้ำมัน และเป็นเอกชนรายใหญ่ที่น่าจับตาเพราะสามารถเข้าไปขยายพื้นที่ปลูกปาล์มได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากแผนการลงทุนของภาคเอกชนมาเลเซียพบว่านอกจากจะใช้พม่าเป็นฐานวัตถุดิบในการป้อนอุตสาหกรรมในประเทศแล้ว ยังเป็นฐานสำคัญในการผลิตเพื่อขยายฐานตลาดเข้าไปพม่าต่อไปในอนาคต ซึ่งการเข้ามาของภาคเอกชนมาเลเซียจะเข้ามาเต็มรูปแบบจะมีทั้งโรงสกัด และโรงกลั่นครบวงจร ส่วนเอกชนและนักลงทุนจากประเทศไทยขณะนี้สนใจเพียงการใช้พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยางพาราเท่านั้น ยังไม่มีแผนที่จะลงทุนครบวงจร" นายนิตย์ กล่าว



