ข่าว

ศาลเขมรให้ประกัน"พนิช-นฤมล"แล้ว

ศาลเขมรให้ประกัน"พนิช-นฤมล"แล้ว

13 ม.ค. 2554

"ชวนนท์" เผย ศาลกัมพูชาให้ประกันตัว "พนิช-นฤมล"แล้ว พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศ ด้าน"มาร์ค"สายตรงถึง"พนิช"ทันทีที่รู้ศาลเขมรให้ประกันตัว

(13ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือ 7 คนไทย ว่า  ได้รับรายงานล่าสุดว่า ช่วงเช้าวันนี้ศาลกัมพูชาอนุญาตให้ประกันตัวคนไทย 2 คนแล้ว คือ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ และนางนฤมล จิตรวะรัตนา  โดยมีเงื่อนไข 3 ข้อ คือทั้ง 2 คนต้องพำนักอยู่ที่กัมพูชา ต้องวางหลักทรัพย์เป็นเงินประกันจำนวน 1 ล้านเรียล หรือ 1 หมื่นบาท ซึ่งสถานทูตได้สำรองเงินไปให้แล้ว 

นอกจากนี้หากศาลมีคำสั่งเรียกให้ไปแสดงในตัวทันที ส่วนที่ว่าเหตุใดจึงเป็น 2 คนนี้ เรียนว่าเรื่องนี้เป็นดุลยพินิจของศาลกัมพูชาที่จะพิจารณาเป็นรายบุคคล และขึ้นอยู่กับคำให้การของแต่ละคนที่แตกต่างกัน  อย่างไรก็ตามขณะนี้ทั้งคู่ได้เดินทางออกจากเรือนจำแล้วตั้งแต่ประมาณ 10.00 น.  และไปอยู่ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ โดยนายพนิชได้พบภรรยาและลูกชายแล้ว สำหรับ 5 คนไทยที่เหลือ ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาคำขอประกันตัว และกำลังรอดูว่าจะทยอยพิจารณาหรือไม่ ส่วนเรื่องการพิจารณาคดีก็ต้องดูว่าจะพิจารณาได้เมื่อไร

เมื่อถามว่าการที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว 2 คนไทย จะถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่อยากพูดดักหน้าไว้ก่อน ก็ยังรอดูความคืบหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  แต่อย่างไรก็ตามสถานทูตและเจ้าหน้าที่ก็พร้อมเต็มที่ที่จะช่วยเหลือและต่อสู้คดี เพื่อให้ทั้ง 7 คนไทยพ้นจากคดีและเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงกรณีที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และนางนฤมล จิตรวะรัตนา ได้รับการประกันตัวจากศาลกัมพูชาโดย มี 3 เงื่อนไขว่า ตนรับทราบรายงานแล้วและกำลังรอฟังกรณีของอีก 5 คนเพราะเราก็ต้องการที่จะช่วยเหลือทุกคน

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อสักครูตนได้คุบกับนายพนิช แต่ยังไม่ได้คุยอะไรมาก ซึ่งตนเพียงแต่บอกว่าให้บอกทุกคนว่าทางรัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แล้วขอให้ดูแลตัวเองเรื่องของสุขภาพ เพราะกรณีของนางนฤมลก็จะเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพมากกว่าคนอื่น

 เมื่อถามว่ากรณีของนายพนิชจะถกโจมตีหรือไม่ว่า รัฐบาลมุ่งให้ความช่วยเหลือก่อนคนอื่น นายกฯ ปฏิเสธว่าไม่ใช่ เพราะทั้งหมดในการยื่นขอประกันตัวไปก็ยื่นไปทุกคน และตนกำลังรอรายละเอียดว่าการใช้ดุลพินิจของศาลเป็นลักษณะไหนอย่างไร

 เมื่อถามว่าขั้นตอนต่อไปหลังจาก 2 คนได้รับการประกันตัว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็สอบถามนายพนิชล่าสุดก็บอกว่าเขาก็จะต้องรอศาลนัดไปฟังคำตัดสิน ส่วนจะมีการอุทธรณ์คดีหรือไม่นั้นยังไม่ทราบเพราะยังไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะบอกให้ผู้ต้องหาของไทยทั้งหมดรับสารภาพ นายกฯ กล่าวยืนยันว่า “ไม่มีครับ” เรื่องทั้งหมดอย่างที่เรียนว่าเป็นเรื่องของการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศกับผู้เกี่ยวข้องและการให้ข้อมูล ซึ่งตนจะให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง

 “ผมเป็นห่วงทุกคนครับ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาพยายามระมัดระวังที่สุดเพื่อช่วยเหลือทุกคน และยังเดินหน้าต่อ เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง เราก็จะต้องเดินหน้าช่วยเหลือทั้ง 7 คน ต่อไป”นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่ามีความคืบหน้าในส่วนของฝ่ายบริหารสองประเทศหรือยังในการที่จะแก้ปัญหา นายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดยังอยู่ในชั้นของศาลกัมพูชา ส่วนของฝ่ายบริหารก็ต้องรอตรงนั้น  

 ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีการอ้างเรื่องการย้ายชุมชนบริเวณปราสาทพระวิหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเจรจากับนายกฯ แต่เป็นบริหารพื้นที่มรดกโลก แต่นายกฯไม่ตอบและเดินออกไปทันที

“โฆษกปชป.”อุ้มรบ.ยันช่วยเหลือ7คนไทย

  เมื่อเวลา 14.30 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และนางนฤมล จิตรวะรัตนาได้รับการประกันตัว ว่าถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีมาโดยลำดับ ตั้งแต่การให้สิทธิ์เข้าเยี่ยม การได้สิทธิ์ต่อสู้ข้อกล่าวหา จนถึงได้รับการประกันตัว ซึ่งตนหวังว่าจะนำไปสู่การพิจารณาให้ประกันตัวคนไทยอีก 5 คนที่เหลือ

 ทั้งนี้ตนยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือทุกวิถีทาง ส่วนที่นายพนิชได้รับการประกันตัวก่อนบุคคลอื่นนั้นถือว่าเป็นไปตามหลักการพิจารณา ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องไปยังผู้ที่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือ รวมถึงขอให้กลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทให้ทบทวนเพราะคงไม่มีใครอยากให้เป็นเหตุที่ส่งผลกระทบต่ออิสระภาพของคนไทย

เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติขู่พังประตูกต.

 เมื่อเวลา 14.00 น . ที่กระทรวงการต่างประเทศ กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติราว 100 คน นำโดยนายสมบูรณ์ ทองบุราณ และนายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เดินทางมาชุมนุมกันที่ประตูทางเข้า ด้าน ถ . ศรีอยุธยา โดยได้สลับขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศที่ไม่สามารถช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ถูกดำเนินคดีอยู่ที่ประเทศกัมพูชาได้ และเรียกร้องขอให้ตัวแทนจากเครือข่ายฯ เข้าไปตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยข่มขู่ว่าจะบุกเข้ากระทรวงหากไม่เปิดประตูให้ และจะชุมนุมค้างคืนเป็นการกดดัน

 ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ย้ำข้อเรียกร้องเดิมที่ต้องการให้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่มีความชอบธรรมในการทำงาน

“เพื่อไทย”วอนอย่าซ้ำเติมสถานการณ์

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีและถือเป็นบรรยากาศที่ดี แต่สะท้อนให้เห็นได้ว่ารัฐบาลล้มเหลวในเรื่องของนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายมาจนถึงขณะนี้ หากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว เรื่องก็ควรจะจบไปตั้งแต่ต้นทางแล้ว

 อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือคนไทยอีก 5 คนที่ยังถูกจับกุมอยู่โดยเร็วด้วย ส่วนกรณีที่เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะชุมนุมและปิดด่านพรมแดนอรัญประเทศนั้น พรรคเพื่อไทยมีความห่วงใยต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายแดน รวมทั้งเห็นใจเจ้าหน้าที่ และยังเกรงว่าจะส่งผลกระทบและซ้ำเติมต่อรูปคดีของคนไทยอีก 5 คนที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ได้ จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมฉุกคิดถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย

"มท."รับแจ้งยอดชุมนุมปิดด่านอรัญฯ300คน

 นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่จะเดินทางไปปิด ด่านชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วว่า การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติที่จังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวและปักหลักชุมนุม ซึ่งได้มีการเจรจากับแกนนำอยู่ตลอด ตั้งแต่ช่วงการไปพิสูจน์พื้นที่และป้องกันไม่ให้มีการปะทะหรือขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังบูรพาพยัคฆ์เข้ามาดูแล และเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ จากรายงานเบื้องต้น มีการรวมตัวกันอยู่ที่ อ.อรัญประเทศประมาณ 300 คน และจะมีกลุ่มอื่นมาสมทบ

 นายวิเชียร กล่าวต่อว่า การชุมนุมในจังหวัดสระแก้วประเมินแล้วไม่น่ามีปัญหา เพราะระดับความสัมพันธ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นด้วยดี และหากได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจ โดยเฉพาะกับชาวบ้านในพื้นที่ ที่ทำธุรกิจตามแนวชายแดนและกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังเป็นห่วงหากมีการชุมนุมปิดด่านจริง เกรงจะส่งผลกระทบต่อการค้าและธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดได้เข้าไปดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีการชุมนุมบริเวณหน้าด่านชายแดนจริง ก็จะกลายเป็นการไปสร้างความตรึงเครียดในพื้นที่เปล่าๆ

กสม.จี้รบ.เร่งแก้ปัญหาเขตแดนก่อนศาลเขมรตัดสิน

 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกสม. กล่าวถึงกรณีที่   7 คนไทยถูกทางการประเทศกัมพูชาจับกุมตัวในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ว่า หลังจากที่กสม.ออกแถลงการณ์ขอให้ทางรัฐบาลเร่งรัดและดูแลช่วยเหลือ 7 คนไทยไปแล้วนั้น เนื่องจากเรื่องดังกล่าวต้องมีการนำกติกาสากลมาเป็นหลักพิจารณาในส่วนที่ว่า ผู้ที่ถูกจับกุมต้องได้รับการดูแลและไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ แต่เรื่องดังกล่าวก็มีปัญหาในเรื่องของเขตแดน ดังนั้นจึงต้องเร่งจัดการในเรื่องปัญหาของเขตแดนให้มีความชัดเจนก่อนที่จะมีการตัดสินว่า คนไทยทั้ง 7 คนลุกล้ำเขตแดนหรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างรอการตัดสินของศาลกัมพูชา คนไทยทั้ง 7 คนต้องได้รับการดูแลและไม่ให้มีการละเมิดสิทธิ รวมไปถึงต้องได้รับสิทธิในเรื่องของการประกันตัว สิทธิการดูแลจากทนายหรือล่ามที่ผู้ถูกคุมขังสามารถเลือกได้เอง ซึ่งถือเป็นสิทธิการดูแลพลเมืองทั่วไปตามกระบวนการยุติธรรม ประกอบกับขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุด จึงควรได้รับการดูแลในส่วนนี้
 
 เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงในกรณีที่นายวีระ สมความคิด ระบุว่า ถูกยัดข้อหาหรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่ประเทศกัมพูชา จึงต้องใช้กฎหมายของประเทศกัมพูชาในการพิจารณา ถึงแม้บางส่วนจะไม่ตรงกับกติกาสากล ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินการ แม้ในกติกาสากลจะกำหนดว่า ไม่มีกระบวนการที่จะลงโทษ เพราะฉะนั้นคงต้องมีการพูดคุยและต่อรองในเรื่องของกติกาสากลว่า เราควรได้รับการปฏิบัติตามหลักสากลหรือไม่ แต่หากประเทศกัมพูชาอ้างหลักกฎหมายภายในประเทศ ทางประเทศไทยก็คงต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศมาเป็นข้อโต้เถียงว่า สิ่งไหนมีความสำคัญกว่า  

 เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติระบุว่า จะเดินทางไปชุมนุมปิดล้อมบริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จะเป็นการกระทบกับสิทธิของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า สิทธิการชุมนุมมักก็จะถูกอ้างว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิเบื้องต้นของประชาชน แต่การชุมนุมนั้นต้องไม่ไปกระทบกับสิทธิของผู้อื่น หรือสิทธิสาธารณะ ซึ่งถ้ามีการกระทำที่กระทบกับสิทธิของผู้อื่น หรือสิทธิสาธารณะก็ต้องมีการตรวจสอบเป็นกรณีไป แต่ที่ผ่านมาผู้ชุมนุมก็มักจะชอบอ้างสิทธิการชุมนุม ซึ่งเป็นประเด็นที่สามารถอ้างได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะนำมาเป็นประเด็นโต้เถียงกับสาธารณะได้

 เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้ศาลกัมพูชาให้ประกันตัวนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนางนฤมล จิตรวะรัตนา แล้ว ดังนั้น 5 คนไทยที่เหลือควรได้รับการประกันตัวด้วยหรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า ถ้าถูกจับกุมและยังไม่มีการตัดสินว่า ผิดหรือไม่ผิด ก็ควรได้รับการประกันตัว แต่ต้องขึ้นกับกฎหมายภายในประเทศกัมพูชาด้วย เพราะถือเป็นกติกาของประเทศกัมพูชา ประกอบกับบริเวณชายแดนเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นควรรีบดำเนินการให้เกิดความชัดเจน โดยส่วนตัวคิดว่า พื้นที่ในจ.สระแก้วคงทำให้เกิดความชัดเจนได้ไม่ยาก หากเปรียบเทียบกับกรณีปราสาทพระวิหาร

 เมื่อถามอีกว่า กสม.จะเดินทางไปเยี่ยมและดูแลเรื่องสิทธิของคนไทยทั้ง 7 คนหรือไม่ นางอมรา กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องค่อยๆพิจารณาความคืบหน้าทีละขั้นตอน   แต่ในส่วนของกสม.คงไม่เดินทางลงพื้นที่ดังกล่าว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา เนื่องจากมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว

ไทย-เขมรพอกันติดกลุ่มเสรีภาพเสื่อมถอย

นายเดวิด เจ เครมเมอร์ ผู้อำนวยการฟรีดอม เฮาส์ กลุ่มจับตาสถานการณ์เสรีภาพทั่วโลกที่มีสำนักงานในสหรัฐ แถลงวันนี้ว่า นับเป็นที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่สถานการณ์สิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเรือนทั่วโลกเสื่อมถอยลง โดยที่ศัตรูต่อเสรีภาพไม่เพียงแต่จะกดขี่อย่างกว้างขวาง ยังกระทำการแบบมั่นใจและก้าวร้าวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่ประชาคมประชาธิปไตยไม่ได้ลุกขึ้นวิจารณ์หรือทัดทานใดๆ

ผลสำรวจใน 194 ประเทศกับ 14 ดินแดนทั่วโลก พบว่า จีน อียิปต์ อิหร่าน รัสเซียและเวเนซุเอลา ยังคงเดินหน้าเพิ่มมาตรการคุกคามโดยแทบไม่มีการคัดค้านจากประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เช่น จีนกดดันรัฐบาลต่างชาติไม่ให้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว แก่นายหลิว เสี่ยวโป นักโทษจีนที่ถูกจำคุกฐานเรียกร้องปฏิรูปการเมือง และรัสเซียไม่เคารพความเป็นอิสระของตุลาการ โดยตัดสินลงโทษจำคุกอดีตนักธุรกิจน้ำมัน มิคาอิล คาร์ดาคอฟสกี้ในการพิจารณาคดีที่ถูกมองว่าจัดฉาก

รายงานระบุว่า 11 ประเทศที่เสรีภาพพลเรือนปรับปรุงดีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เช่น คีร์กิสถาน และกินี หลังจัดการเลือกตั้งอย่างอิสระและยุติธรรม แต่ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยังคงเป็นภูมิภาคที่ให้เสรีภาพต่ำสุด

สำหรับ 25 ประเทศที่ถูกจัดอันดับว่าเสรีภาพพลเรือนตกต่ำ มีทั้งไทย กัมพูชา อัฟกานิสถาน บาห์เรน ไอวอรีโคสต์ อียิปต์ ฝรั่งเศส เฮติ  อิหร่าน เม็กซิโก ศรีลังกา ยูเครน และเวเนซุเอลา เป็นต้น