
พลุระเบิดสนั่นหมู่บ้านกรุงเก่าดับ3เจ็บ2
พลุระเบิดสนั่นกลางหมู่บ้านเมืองกรุงเก่าฉีกร่างกระจุย 3 ศพ บ้านพังหลายหลังคาเรือน ซ้ำรอยเดิมลักลอบผลิต พ่อเมืองเต้น สั่งตำรวจระดมค้นทุกหลังห้ามผลิตเด็ดขาด
(13ม.ค.) เวลา 09.00 น. ร.ต.อ.ภัทราวุธ บุญยะพัน ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุพลุระ เบิดที่บ้านเลขที่ 53 ม. 3 ต.บ้านเกาะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้วพร้อมด้วย พล.ต.ต. อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ. วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด รองผบก. พ.ต.อ. สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท. พิชา รุจินาม รองผกก.สส. พ.ต.ท. รถดับเพลิงเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา หน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ และหน่วยกู้ชีพรพ.พระนครศรีอยุธยา ไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงปลูกอยู่ติดกัน โดยพบว่ามีบ้านกำลังถูกเพลิงเผาไหม้อยู่หนึ่งหลังจึงใช้รถดับเพลิงฉีดสกัด และอีกสองหลังพังลงเป็นชิ้น เศษไม้ สังกระสีปลิวกระเด็นไปทั่วบริเวณเป็นวงกว้างเกือบ 500 เมตร เศษเนื้อชิ้นส่วนของมนุษย์ตกอยู่ตามพื้นเป็นที่สยดสยอง โดยพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในซากบ้านเกิดเหตุ 2 ศพทราบชื่อต่อมานาง เฉลียว หอมเทศ อายุ 38 ปี และนายอุบล หรือน้อย หอมเทศ อายุ 40 ปี สภาพศพไหม้เกรียม ตามร่างกายถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตอยู่คู่กัน นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนศพของนางไพรัตน์ สมร อายุ 40 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ร่างขาดเป็นชิ้น ในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์ปิกอัพยี่ห้ออีซูซุสีน้ำเงิน ทะเบียน บง 5299 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นรถของนางเฉลียว ผู้เสียชีวิตจอดอยู่ ที่ท้ายรถพบถุงปุ๋ยใส่วัสดุไข่ก๊องหรือระเบิดไข่ที่ผลิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.ราชธานี
จากการสอบสวนนาย เทียน สัมมารัตน์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม. 3 ตำบลเดียวกัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปสองหลังได้รับความเสียหายบางส่วน ทราบว่าบ้านต้นเหตุเป็นของนาง ละเอียด ศรีนงนุช อายุ 72 ปี ปัจจุบันได้ให้หลานชายคือนายพงษ์พิษณุ งามพรหม อายุ 37 ปี เป็นผู้อยู่อาศัย โดยนายพงษ์พิษณุ ได้ใช้เป็นสถานที่ผสมดินปืนหรือสารไพโรเทคนิคและสารโปรตัสเซียม ก่อนเกิดเหตุมีคนงานอยู่ 3 คนคือนางไพรัตน์ และคนงานอีกสองคนไม่ทราบชื่อนั่งทำงานผสมดินปืนอยู่ ได้มีนางเฉลียว กับนายอุบล ขับรถมารับของที่ผลิตเสร็จแล้ว จากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นทันทีระหว่างการลำเลียง เป็นเหตุให้นางเฉลียว นายอุบล และนาง ไพรัตน์ เสียชีวิตทันที ส่วนคนงานอีกสองคนบาดเจ็บดังกล่าว
ต่อมานาง วิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และได้หารือกับ พล.ต.ต.อนุรักษ์ เพื่อวางมาตรการในการเข้าตรวจค้นบ้านที่อยู่บริเวณโดยรอบ เนื่องจากเมื่อปี 2546 เคยเกิดเหตุมาแล้ว มีผู้เสียชีวิตหลายราย และทางราชการได้งดออกใบอนุญาต แต่ก็ยังมีการลักลอบทำกันอยู่จำนวนมาก



