ข่าว

ใครยอมให้การเมืองทำให้บ้านเมืองเสี่ยง50%?ผมเปล่า!

ใครยอมให้การเมืองทำให้บ้านเมืองเสี่ยง50%?ผมเปล่า!

13 ม.ค. 2554

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ทำนายทายทักเศรษฐกิจของประเทศไทย สำหรับปี 2554 นี้ว่า "การเมือง" เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด ให้น้ำหนักถึง 50%

 คุณประสารบอกว่า รองลงมาเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 30%

 ส่วนที่เหลือ 20% เป็นความเสี่ยงด้านอื่นๆ เช่น ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาน้ำมันซึ่งอาจจะถีบตัวสูงขึ้น

 หากเป็นไปอย่างที่ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติพูด ก็แปลว่า "การเมือง" สำหรับประเทศไทยเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในสภาพ "เสี่ยง" เสียตั้งครึ่งหนึ่ง

 และ "การเมือง" ที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วยซ้ำไป หากแต่เป็นเรื่องของคนบางกลุ่ม นักการเมืองบางพวก และนักเคลื่อนไหวบางจำนวนเท่านั้น ที่มีส่วนทำให้เราต่างต้องตกอยู่ภายใต้ "ความเสี่ยง" ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของคนทั้งประเทศ 63 ล้านคน

 เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งหลายควรจะใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ว่าไฉนจึงยอมปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้
 ความจริง ปีนี้จะมีการเลือกตั้งซึ่งเป็นกระบวนการปกติของการปกครองประเทศ และการเลือกตั้งควรจะเป็น "ปัจจัยบวก" สำหรับประเทศไทย เพราะนั่นย่อมแปลว่า เรากำลังเดินบนเส้นทางของการเมืองปกติที่ประชาชนทุกคนออกมาแสดงสิทธิเสียงของตนเองอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 การเลือกตั้งกลายเป็น "ปัจจัยเสี่ยง" สำหรับประเทศไทยกระนั้นหรือ

 เปล่าเลย...สิ่งที่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าเป็น "ปัจจัยเสี่ยง" นั้น ไม่ใช่การเมืองของการเลือกตั้ง หากแต่เป็นกิจกรรมการเมืองที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการจะทำให้บ้านเมือง "ไม่ปกติ" และกลายเป็นข้อกังวลทั้งสำหรับคนไทยและคนต่างประเทศ ที่มองว่าเมืองไทยไม่น่าอยู่ ไม่น่าลงทุน และไม่น่าไว้วางใจ

 ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นประเด็นที่คนไทยทั้งหลายควรจะต้องทบทวนว่าไฉนเราจึงยอมให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพนี้

 ทำให้ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้จริงๆ เช่น เศรษฐกิจระหว่างประเทศจึงเป็น "ปัจจัยเสี่ยง" สำหรับเราน้อยกว่า "ปัจจัยการเมืองในประเทศ" ด้วยซ้ำไป (30% ต่อ 50% ในความเห็นของคุณประสาร)

 เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องทำให้ "การเมือง" เป็น "ปัจจัยบวก" ด้วยการไม่ยอมให้นักการเมือง นักเคลื่อนไหว นักวาทกรรม และนักอะไรต่อมิอะไรบางกลุ่มบางพวกที่ใช้ "การเมือง" เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมของพวกเขา เพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเองหรือกลุ่มตนเองเท่านั้น

 เราไม่อาจจะยอมให้ไทยกลายเป็นสังคม "การเมืองอ่อนแอ" อย่างต่อเนื่องโดยมองไม่เห็นว่าใครจะได้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ "เศรษฐกิจไทยควรจะดีกว่านี้มากนัก ถ้าการเมืองไม่ตัดขาตัวเองอย่างนี้ตลอดเวลา"

 เราโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

สุทธิชัย หยุ่น