
ดัน"กฎหมาย"...ยืดลมหายใจช้าง
กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมขณะนี้จะมีบทสรุปอย่างไร? ถึงกรณีวัดสวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธี จ.มหาสารคาม ซื้อช้างมาเลี้ยง 10 เชือก แต่ต่อมาเกิดล้มตายอย่างต่อเนื่อง 3 เชือก
ทางวัดจึงได้ชำแหละซากช้างทั้งหมด โดยเอาเนื้อไปย่างแบ่งให้ชาวบ้านกิน ส่วนหนึ่งเอาไปรมควันเพื่อทำเครื่องราง รวมทั้งยังเอาหนัง หาง งาไปขาย และแบ่งบางส่วนไว้ทำเครื่องราง และซากช้างเชือกล่าสุด หัวกะโหลกพร้อมงาช้างสามารถขายไปได้ในราคา 2 ล้านบาท !!
แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณสัตว์ก็ตาม แต่ยังขาดความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมาย แถมบทลงโทษก็ยังน้อยมาก จนทำให้มนุษย์มองไม่เห็นความสำคัญของชีวิตสัตว์ที่ต้องถูกทารุณกรรมจนตายเพื่อหวังผลทางธุรกิจจากซากสัตว์เหล่านั้น
"กฎหมายอาญานั้นมีกฎหมายมาตรา 381 ผู้ใดกระทำทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยได้รับทุกขเวทนา อันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือตามกฎหมาย มาตรา 382 ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร หรือใช้ให้ทำงาน อันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วย เจ็บ ชรา หรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรานี้มีความทำนองเดียวกับมาตรา 335 (17) แห่งกฎหมายลักษณะอาญาเดิม แต่ไม่ต้องมีผลทำให้สัตว์ถึงตายหรือบาดเจ็บเช่นเดิม ตามหัวข้อที่ 1462 สัตว์ที่ใช้งานตามมาตราจะเป็นงานใดๆ ที่ใช้สัตว์นั้นทำ เช่น ไถนา ลากรถ ขับขี่ ลากไม้ แสดงละคร เป็นต้น สัตว์นั้นป่วย เจ็บ แก่ หรืออ่อนอายุเกินสมควรกว่างานที่ไม่สมควรสำหรับสัตว์ในสภาวะเช่นนั้น" โซไรดา ซาลวาลา กรรมการเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง แจกแจงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันทารุณสัตว์
ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันทารุณสัตว์โดยตรงนั้น โซไรดา ยอมรับว่ายังไม่มี แต่กำลังรอความหวัง พ.ร.บ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์ฯ ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาในรัฐสภา หาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลดีต่อสัตว์ทุกประเภทไม่ใช่เฉพาะแค่ช้างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้คนมองว่าสัตว์ก็เป็นแค่สัตว์ ที่ไม่มีค่าอะไร แต่สัตว์ถือเป็นชีวิตหนึ่ง ที่สมควรได้รับน้ำ อาหาร และที่อยู่ ขณะเดียวกันสัตว์ยังเป็นเหมือนกับมนุษย์ได้ ซึ่งกฎหมายคุ้มครองและป้องกันทารุณกรรมสัตว์ลักษณะนี้ในต่างประเทศมีมานานแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มี เวลามีข่าวทารุณกรรมสัตว์จนตาย ก็มักจะได้รับโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงทำให้คนยังกล้าที่จะทำผิดต่อสัตว์อยู่
น.สพ.สิทธิเดช มหาสาวังกุล หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ยอมรับว่า บทลงโทษเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ในเมืองไทย มีบทลงโทษไม่ได้ร้ายแรง ยังเน้นในเรื่องจริยธรรมกันมากกว่า ส่วนกฎหมายที่จะบอกว่า เขาผิดแล้วจับติดคุกเลยมันค่อนข้างยาก ยกเว้นมีคู่กรณี อย่างกรณีเอายาเบื่อไปให้สัตว์กินแบบนี้ถึงจะเอาผิดได้อย่างชัดเจน หากเป็นเจ้าของสัตว์ทารุณกรรมจนตาย ก็จะถูกโจมตีเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมมากกว่า
เช่นเดียวกับ สพ.ญ.ภัทร เชื้อพลายเวช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ มองว่า กฎหมายที่ดูแลช้างเลี้ยงที่เข้มๆ นั้นยังไม่ค่อยมี การที่จะเอาผิดในเรื่องของช้างที่เลี้ยงนั้น ต้องดูไปถึงการเคลื่อนย้าย การได้มาของช้าง การถือครอง และอีกหลายเรื่องมาประกอบกัน ส่วนในเรื่องของความเหมาะสมและไม่เหมาะสม กรณีที่ผู้เลี้ยงเป็นพระแล้วถูกนำมาเชื่อมโยงกับความเชื่อบางอย่าง ถ้าช้างที่อยู่ในวัดเป็นช้างที่มีตำหนิมีตั๋วพิมพ์รูปพรรณ หรือช้างเลี้ยง ต้องสอบถามกับหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ถึงทราบว่าเป็นช้างของใคร ขณะเดียวกัน ช้างเลี้ยงนั้นถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของเจ้าของตาม พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ
"ถ้าเป็นซากช้างเลี้ยง กฎหมายจะเข้ามาควบคุมไม่ได้มากนัก ส่วนกรณีนี้คนทำเป็นพระ อาจต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับพระสงฆ์มาประกอบด้วย แต่ถ้าว่ากันตามตรงนั้นกฎหมายของช้างเลี้ยงและช้างป่านั้น ถือว่าต่างกันพอสมควร ส่วนจะมีกฎหมายตัวอื่นๆ มาเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอผลสรุปในเรื่องนี้อีกที" สพ.ญ.ภัทร ระบุ
ล่าสุด นักสืบจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ กำลังขยายผลเข้าไปตรวจสอบว่า ช้างที่เลี้ยงในวัดทั้งหมดนั้นเป็นช้างป่าหรือช้างเลี้ยง ซึ่งหลักการพิสูจน์ง่ายๆ คือ หากเป็นช้างเลี้ยงต้องมีใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนจากกรมปศุสัตว์ ถ้าไม่มีก็ถือว่าทั้งหมดเป็นช้างป่าทันที ไม่ว่าจะเดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้านหรือที่ใดของโลกก็ตาม หากอยู่ในเมืองไทยถือเป็นสัตว์คุ้มครอง ส่วนผู้ที่แอบครอบครองหรือล่าช้างหรือฆ่าช้าง ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ส่วนถ้าพิสูจน์มาว่าเป็นช้างเลี้ยง ต้องขอดูว่ามีใบอนุญาตของชำแหละซากศพจากกรมปศุสัตว์หรือไม่ หากไม่มีเบื้องต้นอาจรับโทษแค่จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
สุดท้ายแล้ว..."ฆาตกรฆ่าช้าง" ยังลอยนวลและไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะซากช้างพร้อมงาขายได้ไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาท แลกกับโทษปรับแค่ 5,000-10,000 บาทเท่านั้น!!



