
อย่าโทษเด็ก
ผมได้พาหลานชาย (อยู่ชั้น ป.3) ไปสมัครเด็กเรียนฝึกฟุตบอล เรียนว่ายน้ำ และเรียนภาษาอังกฤษ ที่สโมสรฟุตบอลเก่าแก่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียง เป็นสโมสรที่ผมเคยติดตามและชื่นชมอาจารย์เจ้าของสโมสร
และตอนพาหลานไปสมัครเรียนก็เจอกับอาจารย์ด้วย อาจารย์อธิบายอย่างดีว่า ที่สโมสรแห่งนี้ มีการฝึกวินัยแบบทหาร มีอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และพาไปฝึกว่ายน้ำด้วย โดยเสียค่าสมัคร 2 หมื่นบาท (ไม่มีใบเสร็จ)
ผมส่งหลานไปเรียนได้ 2 สัปดาห์ (แบบกินอยู่) ปรากฏว่า เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทะลึ่ง และพูดคำหยาบ ผมจึงได้ไปสอบถามกับอาจารย์ถึงพฤติกรรมของหลานที่เปลี่ยนไป ทางอาจารย์ก็แจ้งว่า เด็กเป็นมาจากทางบ้าน (อยู่บ้านอยู่โรงเรียนไม่มีพฤติกรรมแบบนี้เลย) เสื้อผ้าก็ไม่มีคนดูแล สกปรก ห้องเสื้อผ้าเน่ามาก ทั้งที่ตอนแรกบอกว่า ที่นี่จะฝึกวินัยและมีคนดูแลตลอด
เวลาที่ผมไปรับกลับบ้านทีไรก็จะเห็นเด็กกินแต่ไข่ดาว สอบถามเรื่องการสอนภาษาอังกฤษ อาจารย์ก็บอกว่าให้โค้ชชาวต่างชาติพูดภาษาอังกฤษกับเด็กอยู่แล้ว
ในการสมัครเข้าเรียนครั้งนี้ จะใช้เวลาทั้งหมด 2 เดือนครึ่ง แต่เด็กอยู่ได้แค่ 2 สัปดาห์ ก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ ผมจึงแจ้งว่าจะไม่พาเด็กมาแล้ว และขอเงินคืนแค่ครึ่งเดียว 1 หมื่นบาท แต่ทางสโมสรแจ้งว่า ไม่ใช่ความผิดของสโมสร ไม่สามารถคืนเงินให้ได้ เพราะเงินได้เข้าสมาคมไปแล้ว (ไม่รู้ว่าสมาคมอะไรใบเสร็จก็ไม่มี)
ผมเสียความรู้สึกมากๆ เพราะเมื่อก่อนผมเคยชื่นชมและชื่นชอบสโมสรนี้มาก สงสารพ่อแม่เด็กต่างจังหวัดที่ส่งเด็กมาเรียนที่นี่ จะรู้ไหมว่าลูกหลานอยู่กันอย่างไร รวมถึงสงสารตัวเองด้วยที่อุตส่าห์ไปกู้เงินมาให้หลานได้เล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด หวังจะให้ได้ดี แต่กลับไปเจอสภาพแวดล้อมที่แย่ๆ
ผู้ปกครอง
ตอบ
อาจารย์เจ้าของสโมสรแห่งนี้ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ผู้ปกครองน่าจะทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น ทางสโมสรไม่อยากจะชี้แจง เพราะเด็กและผู้ปกครองเองอาจจะเป็นฝ่ายเสียหาย
ส่วนเรื่องเงินค่าสมัครเข้าเรียน ทางสโมสรไม่สามารถคืนให้ได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม เช่น ค่าน้ำ เดือนละ 1 หมื่นบาท ค่าไฟ เดือนละ 6 หมื่นบาท ค่าครูผู้สอนต่างประเทศอีกแสนกว่าบาท และค่าเสื้อผ้า อาหาร รวมถึงการดูแลซักเสื้อผ้าของเด็กๆ ทางสโมสรจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เงินที่ได้มาก็ต้องจ่ายออกไป ซึ่งในการสมัครก็ระบุไว้แล้วว่าไม่สามารถเรียกเงินค่าสมัครคืนได้
การอยู่ร่วมกันของเด็กๆ ที่เข้ามาฝึกอบรมที่นี่ จะอยู่กันอย่างมีความสุข ในสโมสรที่มีสนามหญ้ากว้างขวาง อากาศดี ห้องนอนก็จัดให้นอนกันเป็นกลุ่มๆ ภายในห้องที่กว้างขวาง ยาวประมาณ 12 เมตร สูงเกือบ 10 เมตร มีเตียงนอน 3 ชั้น อยู่กันอย่างสบายๆ ในสถานที่ที่สะอาด เสื้อผ้าก็มีคนดูแลซักให้ ส่วนเด็กๆ ก็ต้องฝึกความมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงจะถือว่าได้เข้ามาฝึกอบรม
อาจารย์เจ้าของสโมสรบอกว่า งงมากๆ ที่ถูกร้องเรียน ทั้งที่อาจารย์ได้ช่วยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้กับผู้ปกครองของเด็กรายอื่นให้ นึกว่าจะเข้าใจกันแล้ว
ลุงแจ่ม



