
กลัวถูกยึดทรัพย์
ดิฉันเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อบุคคล อยู่หลายรายการ ปัจจุบันมียอดหนี้รวมประมาณ 450,000 บาท เคยมีรายได้อยู่ 15,000 บาท แต่ขณะนี้ลดลงเหลือ 7,000 บาท ตั้งแต่ปลายปี 51 มีบุตร 2 คน คนแรก 10 ขวบ คนที่สอง 2 ขวบครึ่ง สามีเคยมีรายได้ 6,500 บาท แต่
ถ้าวันไหนรถเสีย ก็จะไม่มีรถให้ขับและก็ไม่มีรายได้ จึงทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย จึงกดเงินมาใช้จนเต็มวงเงินและไม่สามารถหมุนต่อไปได้ และไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้
ขณะนี้ไม่ได้ชำระหนี้มา 3 เดือนแล้ว เจ้าหนี้โทรมาทวงเกือบทุกวัน ก็บอกเขาไปว่า ตกงานอยู่ เขาก็บอกว่า จะฟ้องแล้ว บางรายยอมให้ปรับโครงสร้างหนี้ แต่ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า 1,000บาท ทีแรกก็คิดว่า พอจ่ายได้ แต่เจ้าหนี้มีหลายราย ถ้าจ่ายให้รายละ 1,000 บาทต่อเดือน รวมแล้วก็ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ถ้าจ่ายแล้วก็ไม่มีเงินเหลือใช้ในครอบครัว และสามีได้ซื้อบ้านเอื้ออาทร ต้องผ่อนเดือนละ 2,600 บาท โดยที่สามีเป็นเจ้าบ้าน แต่ดิฉันไม่ได้จดทะเบียนกับสามี
ถ้าดิฉันถูกฟ้องจนต้องยึดทรัพย์ สามีจะโดนด้วยไหม และจะต้องติดคุกไหม ดิฉันควรจะทำอย่างไร กลุ้มใจมาก
สุกัญญา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า กรณีของคุณ ถ้าไม่จดทะเบียนสมรสกับสามี เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับสามี เพราะหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่ทั้งหมด ถ้าเป็นชื่อของคุณ ก็ถือว่าเป็นหนี้สินของคุณไม่เกี่ยวกับสามี และเป็นหนี้สินใครหนี้สินมัน เจ้าของชื่อต้องชำระหนี้ด้วยตัวเอง
ดังนั้น ถ้าบัตรเครดิตทั้งหมดเป็นชื่อของคุณและมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เรื่องนี้เจ้าหนี้ก็จะไม่สามารถเอาสามีคุณเข้ามารับผิดชอบด้วยได้ เพราะคุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
ส่วนเรื่องที่วิตกว่า จะต้องติดคุกนั้น สบายใจได้เลยว่า ไม่ติด เพราะหนี้บัตรเครดิตเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา จึงไม่ต้องกลัวว่าจะต้องติดคุก ทางที่ดีก็เจรจรากับเจ้าหนี้เพื่อขอชำระหนี้เท่าที่คุณสามารถชำระได้ หรือถ้าไม่ไหวก็รอให้เรื่องผ่านกระบวนการของศาล แล้วคุณก็ชี้แจงไปว่ามีหนี้สินอะไรที่ต้องชำระบ้าง ซึ่งศาลจะให้ความเป็นธรรมกับคุณมากที่สุด



