
ย้ำ... "สิทธิ์ตรวจค้น"อุทาหรณ์ตำรวจไทย
การเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร กลายเป็นคดีอุทาหรณ์ให้แก่ตำรวจในสังกัด บช.ภ.6 เกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหา แม้จะเป็นผู้ต้องหาที่ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ อาจต้องใช้ความละมุนละม่อมในการตรวจค้นจับกุม เพ
ช่วงเย็นวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา พนักงานวิทยุสื่อสารของ สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุคดีอุบัติเหตุรถกระบะชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณสี่แยกบ้านลำมะโกรก ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงแจ้งให้ พ.ต.ท.ศรีศักดิ์ ศรีนวล พงส.( สบ 3) ทราบ แล้วรุดไปที่เกิดเหตุด้วยรถกระบะทะเบียนตราโล่ พร้อมด้วย ด.ต.อภิศักดิ์ เผ่าฟู ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และ จ.ส.ต.ชำนาญ อ่องยิ้ม ทำหน้าที่พลขับ
ในที่เกิดเหตุพบ "กำพลศักดิ์ พริกทุ่ง" อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 4 ต.บ้านป้อม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา จึงเชิญตัวขึ้นรถกระบะของตำรวจเพื่อนำตัวไปวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายที่ป้อมสายตรวจจราจร 502 บริเวณสี่แยกกำแพงเพชร-พิจิตร พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ถึง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตำรวจทั้งสามนายจึงควบคุมตัวนายกำพลศักดิ์ขึ้นรถกระบะของตำรวจเพื่อเดินทางไปยังสถานีตำรวจเมืองกำแพงเพชร เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา
การเดินทางครั้งนี้ จ.ส.ต.ชำนาญ ทำหน้าที่เป็นพลขับ โดย พ.ต.ท.ศรีศักดิ์นั่งอยู่เบาะซ้ายด้านหน้า ส่วน ด.ต.อภิศักดิ์นั่งเบาะหลังด้านซ้าย และนายกำพลศักดิ์นั่งอยู่เบาะหลังด้านขวาหลังพลขับ ไม่ได้สวมใส่กุญแจมือ ระหว่างเดินทางมาใกล้ถึงห้างบิ๊กซี ถ.เจริญสุข อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นายกำพลศักดิ์ชักอาวุธปืนขนาด 11 มิลลิเมตรออกมาจากเอวแล้วยิงไปที่เบาะรถด้านหน้าซึ่ง จ.ส.ต.ชำนาญกำลังขับอยู่ โดยกระสุนนัดแรกเข้าบริเวณก้นกบของ จ.ส.ต.ชำนาญ
"พอมีเสียงปืนดังขึ้น พ.ต.ท.ศรีศักดิ์เอี้ยวตัวไปแย่งปืนจากนายกำพลศักดิ์ แต่จังหวะนั้นเสียงปืนดังขึ้นอีก 3 นัดเห็น พ.ต.ท.ศรีศักดิ์มีเลือดออกที่ศีรษะจำนวนมาก ผมก็พยายามประคองรถยนต์แล้วช่วยแย่งอาวุธปืน โดย ด.ต.อภิศักดิ์ก็ช่วยอยู่ แต่จังหวะนั้นรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง" จ.ส.ต.ชำนาญ เล่าวินาทีชีวิตให้แก่ผู้บังคับบัญชาฟังก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ส่วนนายกำพลศักดิ์ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก และบริเวณศีรษะมีแผลกว้างจากอุบัติเหตุ โดยอ้างว่าไม่ได้ยิงแค่ทำปืนลั่น ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ นายกำพลศักดิ์ซื้อมาจาก ส.จ.คนหนึ่ง ซึ่งมีทะเบียนถูกต้องในราคา 6 หมื่นบาท ซึ่งปกติจะพกปืนติดตัวทุกครั้งเพื่อคุ้มครองครอบครัว และป้องกันตัวเอง และวันที่เกิดเหตุได้นำเงิน 4 หมื่นบาทไปใช้หนี้เพื่อน และนั่งดื่มสุรากับพรรคพวกไป 2 ขวด จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พักใน อ.พรานกระต่าย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 กม. กระทั่งมาประสบเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ แต่เจ้าของรถไม่เอาเรื่อง
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัว พ.ต.ท.ศรีศักดิ์ และ ด.ต.อภิศักดิ์ นั้น พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ รอง ผบช.ภ.6 เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ตำรวจต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ต้องรู้จักบังคับใช้กฎหมาย ต้องรู้จักการตรวจค้นโดยคำนึงถึงสถานการณ์ หลังเกิดเหตุได้ปรึกษาหารือกับ พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ภ.6 ให้กำชับการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดถูกต้องตามระเบียบและยุทธวิธี
"ทุกวันนี้ตำรวจเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลายด้าน การตรวจค้นจับกุมบางครั้งมีปัญหาตามมา เช่นการจับพนันแล้วไปใส่กุญแจมือหรือพันธนาการผู้ต้องหา พอผู้ต้องหาร้องว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ผู้เกี่ยวข้องก็พิจารณาแล้วว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุจริง ทำให้บางครั้งตำรวจไม่กล้าที่จะตรวจค้น อีกทั้งบางคดีเห็นไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ก็ไม่ได้ใส่กุญแจมือ หรือไม่ได้ตรวจค้นเพราะความเกรงใจ กลัวถูกร้องว่าทำเกินกว่าเหตุ นับจากนี้ไปคงต้องรอบคอบมากขึ้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตามต้องย้ำว่าตำรวจมีสิทธิ์ขอตรวจค้น และการตรวจค้นต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสภาพของเหตุการณ์ที่เผชิญอยู่ ไม่ว่าคดีใดก็ตาม หากผู้นั้นขัดขืนไม่ยอมให้ตรวจค้น ก็มีขั้นตอนชี้แจงตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ แต่หากไม่ยอมให้ตรวจค้นอีก ก็มีมาตรการดำเนินการต่อไป" พล.ต.ต.ศิรินทร์ กำชับถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น



