ข่าว

วีระยันให้ปากคำผ่านล่ามทูตไทยจัดให้

วีระยันให้ปากคำผ่านล่ามทูตไทยจัดให้

12 ม.ค. 2554

"ชวนนท์" เผย "วีระ" เรียกร้องให้ปากคำผ่านล่ามที่สถานทูตไทยจัดให้เท่านั้น ยืนยันไม่ให้ข้อมูลผ่านล่ามที่ศาลกัมพูชาจัดหา

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ม.ค.นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 7 คนไทยที่ถูกจับกุมตัวอยู่ที่กัมพูชาว่า ล่าสุดได้มีรายงานความคืบหน้าที่ศาลกัมพูชาไต่สวนนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ในข้อหา พยายามประมวลข่าวสารซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศ เสร็จสิ้นแล้ว

 นายวีระ ไม่ได้ให้การใดๆ กับศาลกัมพูชาโดยให้เหตุผลว่าจะให้การเฉพาะผ่านทางล่ามที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ จัดหาให้เท่านั้น โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ก็ยินดีจัดหาล่ามให้ แต่ติดอยู่ที่กฏระเบียบของศาลกัมพูชาที่ปกติจะใช้ล่ามของทางศาล อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ยื่นขออนุญาตดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับทางศาลกัมพูชาเป็นผู้พิจารณา สำหรับ น.ส.ราตรี กำลังตรวจสอบข้อมูล ยังไม่ได้รับรายงานว่าได้ให้การกับศาลหรือไม่ ส่วน 5 คนไทยที่เหลือก็ยังต้องดูว่าอีก 2 วันจะมีความคืบหน้าในการประกันตัวหรือไม่

 เมื่อถามว่า จะต้องมีการตั้งทนายความเพิ่มเติมสำหรับนายวีระและน.ส.ราตรี ที่ถูกตั้งข้อหาใหม่หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า คงต้องหารือกับทนายความว่าจะจัดหาทนายเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะเป็นผู้รู้ดีที่สุดเนื่องจากอยู่ในห้องไต่สวนด้วย เมื่อถามว่า แนวโน้มการให้ความช่วยเหลือดีขึ้นหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า เรากำลังเร่งรัดกระบวนศาลให้เร็วที่สุด เมื่อมีคำตัดสินคดีแล้ว รัฐบาลของสองประเทศก็จะเจรจาให้การช่วยเหลือ 7 คนไทย ส่วนแนวทางที่จะมีการแลกตัวผู้ต้องหานั้น มีกระบวนการปฏิบัติที่เคยมีแล้วในอดีต แต่ครั้งนี้จะใช้วิธีการนี้หรือไม่ยังไม่อยากให้นำไปผูกโยงเพราะต้องดูคำพิพากษาก่อนว่าดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้เรายังคิดไปไม่ถึงแต่หากผลคำพิพากษาออกมาแล้วสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนและถ้าทำได้ก็จะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง

 นายชวนนท์ กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าวว่านายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีระบุว่า จุดที่ 7 คนไทยถูกจับนั้นเป็นพื้นที่ของประเทศไทยว่า เป็นรายงานข่าวที่คลาดเคลื่อน นายกษิตไม่เคยพูดเช่นนั้นเพียงแต่รายงานความคืบหน้าการเจรจาให้การช่วยเหลือ 7 คนไทยและสภาพความเป็นอยู่ของ 7 คนไทยในเรือนจำเปรย์ซอว์ โดยนายชวนนท์ย้ำว่า ขณะนี้สาระหลักคงไม่ใช่การพิสูจน์เขตแดนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของใครโดยยังยืนยันแนวทางการสู้คดีของ 7 คนไทยว่าพลัดหลงไปในเขตที่กัมพูชาดูแลอยู่ เมื่อเข้าไปไม่ได้แจ้งประสานกับทางกัมพูชาจึงถูกจับกุมและบานปลายไปสู่การจารกรรมข้อมูล

 ส่วนที่มีกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติจะไปชุมนุมปิดล้อมที่ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ชุมนุม แต่กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ไปพูดข่มขู่ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีผลอย่างไร เนื่องจากการพิจารณาคดี 7 คนไทย ขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาลกัมพูชา อย่างไรก็ตามหากไม่มีปัจจัยภายนอกแทรกซ้อน การเจรจาช่วยเหลือคงเป็นไปอย่างราบรื่น