ข่าว

เข้าทาง

เข้าทาง

12 ม.ค. 2554

ถึงแม้ว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเพียงหน่วยงานเดียวเป็นผู้ชี้แจงกรณี 7 คนไทย กำลังถูกศาลเขมรไต่สวน กรณีที่ล้ำแดนเขมร และเข้าไปในเขตทหาร รวมทั้งกรณีที่อัยการเขมรกำลังจะแจ้งข้อหา วีระ สมความคิด และเลขาฯ เพิ่มอีก

 ก็ดูเหมือนว่าจะตัดปัญหาในเรื่องความสับสน เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะออกมาพูดเองจนสับสนไปหมด

 โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดินแดน ซึ่งจุดนี้ยังคงไม่มีการปักปันเขตแดน แต่มีคำถามตลอดเวลาว่า ตกลงพื้นที่ตรงที่คนไทยถูกจับนั้นเป็นของกัมพูชา หรือของไทย

 เมื่อมีคำถาม ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง

 ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการได้ หรือเสียดินแดน แล้วก็ตอบไม่ได้ว่าของใคร เพียงแต่ว่า ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างก็เหมาเอาว่า นี่คือดินแดนของประเทศตน

 ถึงแม้ไทยจะอ้างว่ามี น.ส.3 ก.มาตั้งแต่ปี 2517 ช่วงที่เขมรกำลังมะรุมมะตุ้ม เพราะมีสงครามภายในนั่นก็เถอะ

 เพราะเขมรอ้างได้ว่า วันที่ฝ่ายเราเดินสำรวจที่ดิน ฝ่ายเขาไม่ได้มาเดินด้วย แค่นี้ก็มากพอที่จะเป็นเรื่องกันแล้ว

 ขณะเดียวกันทางฝ่ายเราก็รู้ดีว่าปัญหานี้เกิดขึ้นแน่ แนวชายแดนด้านนี้จึงถูกละไว้ในฐานะที่เข้าใจ จนกว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมจะพูดคุยเจรจากันเพื่อปักปันเขตแดนนั่นแหละ

 การตัดสินใจให้กระทรวงการต่างประเทศพูดคนเดียวก็ดีอีกอย่าง เพราะมันเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องอารมณ์ของสมเด็จฮุน เซน ที่เอาประเด็นความสับสนของหน่วยงานไทยย้อนกลับมาเล่นงานไทยอีกครั้ง แม้กระทั่งความพยายามจะประสานงานเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอย่างที่เคยพูดเคยคุยกับนายกรัฐมนตรีในก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่วัน พอเกิดเรื่องเข้าจริง ฮุน เซน กลับปล่อยให้เรื่องราวไปถึงศาลหน้าตาเฉย

 แถมยังมาแฉว่า มีโทรศัพท์มาจากแถวๆ คุกที่คุมขัง 7 คนไทย มาถึงตน ทั้งที่เป็นเบอร์ลับ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า มีการมอบเบอร์โทรให้กันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

 สรุปหากปล่อยไปเช่นนี้ มีแต่เสียกับเสีย

 ยกเว้นในแง่สื่อที่เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น ข่าวนี้ยึดพื้นที่สื่อไปจนเกือบเด็ดขาด

 เรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังฝุ่นตลบเพราะพรรคร่วมกำลังเฮี้ยวสุดๆ

 ได้อย่างเสียอย่าง แต่ประชาธิปัตย์ก็น่าจะยังแฮปปี้ เพราะงานนี้พูดได้เต็มปากว่า ขึ้นอยู่กับศาลเขมร !

 ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]