
น้ำท่วมควีนส์แลนด์หนักสุดใน120ปีบริสเบนส่อจมบาดาลคนแตกตื่นตุนอาหาร
ซิดนีย์-รัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเสี่ยงเผชิญอุทกภัยครั้งเลวร้ายสุดในรอบ 120 ปี น้ำจ่อเข้าท่วมเมืองหลวงของรัฐเป็นพื้นที่ต่อไป หลังกระแสน้ำเชี่ยวกราก ถล่มเมืองทูวุมบาแบบไม่ทันตั้งตัว ตาย-หายหลายสิบ คาด "ลานินญา" พ่นพิษไปจนถึงปลายมี.ค
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (11 ม.ค.) ว่าหน่วยกู้ภัยต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันในเมืองทูวุมบา รัฐควีนส์แลนด์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย สูญหาย 78 คน ขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนที่จมอยู่ในกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก
นอกจากนั้นยังได้ส่งคำเตือนไปยังประชาชนในเมืองบริสเบน ให้อพยพไปยังที่ปลอดภัย จากกระแสน้ำที่กำลังไหลหลากมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงแห่งรัฐควีนส์แลนด์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ หลังทางการประเมินว่า อสังหาริมทรัพย์และอาคารต่างๆ ในเขตตัวเมือ ง 6,500 แห่ง จะจมอยู่ใต้กระแสน้ำ ในอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 120 ปี ทำให้ประชาชนแตกตื่นอพยพ การจราจรขาออกจากเมืองหนาแน่น และผู้คนออกมาซื้อหาอาหารกักตุนจนแน่นซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง ธุรกิจร้านค้าปิดทำการจนกลายสภาพคล้ายกับเมืองร้าง
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าภาวะฝนตกหนักที่เริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2553 จะดำเนินต่อไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมปีนี้ และคาดว่าในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมจะมีปริมาณฝนมากขึ้นในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ และทางตะวันตกของรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย โดยอธิบายว่าเกิดจากปรากฏการณ์ "ลานินญา" ที่ทำให้สภาพอากาศเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเย็นลงทำให้เกิดฝนปริมาณมาก
สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1 ใน 4 ของรัฐควีนส์แลนด์ มีปริมาณฝนมากกว่าปริมาณฝนเฉลี่ยช่วง 3 เดือนของฤดูฝนในปีก่อนๆ ถึง 60-75%
น.ส.จูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เตือนว่า ออสเตรเลียอาจเผชิญกับความเป็นไปได้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตมากขึ้น หลังมีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำหลากอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งคล้ายคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มเมืองทูวูมบาพัดทำลายบ้านเรือน กวาดรถยนต์จมหาย และทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องปีนขึ้นต้นไม้หรือบนหลังคาบ้านเพื่อเอาตัวรอด และมีบางคนเสียชีวิตขณะอยู่ในรถยนต์ที่จมอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำ ก่อนระดับน้ำลดลงภายใน 3 ชั่วโมง
ทั้งยังมีรายงานจากประเทศบราซิลในวันเดียวกันว่าเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในนครเซาเปาโลเพราะฝนตกหนัก ทำให้เส้นทางถนนสายสำคัญถูกตัดขาด ทำให้การจราจรเป็นอัมพาตและรถติดเป็นทางยาว รวมทั้งเกิดเหตุโคลนถล่มในพื้นที่สลัมซึ่งโฆษกหน่วยดับเพลิงเซาเปาโลเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวอย่างน้อย 13 ราย



