ข่าว

 "นายหน้า"โหด..ฆ่าชิงเงินค้าที่ดิน

"นายหน้า"โหด..ฆ่าชิงเงินค้าที่ดิน

12 ม.ค. 2554

รวบนายหน้าค้าที่ดินโหด...วางแผนชิงเงินล้านบาทจากการซื้อขายที่ดิน ใช้อาวุธสงครามดักปล้น 3 เหยื่อสาวกลางทางจนทำให้ 2 สาวใหญ่เสียชีวิตทันที แต่พลาดท่าเสียแผนเหยื่อที่รอดชีวิตขับรถหนี ทำให้ชวดเงินล้านแถมต้องมารับกรรมในคุก!!

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นางประภาวัลย์ ศรีธรรมทัช น.ส.ชญาน์วลัย สิรินพปฏล และ นางชฏินรัตน์ โรจน์รัชสมบัติ เหยื่อสาวใหญ่ทั้ง  3 คนเดินทางไปที่ อบต.ทุ่งมหาเจริญ จ.สระแก้ว เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 28 ไร่ ใน ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ให้แก่ชาวต่างชาติคนหนึ่งซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทยในราคา  1.4 ล้านบาท ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 มีการวางเงินมัดจำในการซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วเป็นเงินสด 1 แสนบาท เมื่อหลังทำธุรกรรมเรียบร้อยแล้วจึงได้รับเงินสดทั้งหมด 1.3 ล้านบาท ก่อนขับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน ชฎ 1810 กรุงเทพมหานคร เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร 

 ระหว่างทางที่เหยื่อสาวขับรถมาถึงช่วงถนนฉะเชิงเทรา-คลองหาด หมู่ 25 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มใส่รถกระบะกว่า 10 นัด นางชฏินรัตน์ พี่สาวคนโตซึ่งเป็นคนขับรถ พยายามประคองขับรถกระบะหลบหนีไปไกลเกือบ 5 กิโลเมตร เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้นำน้องสาว 2 คนส่งโรงพยาบาลแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

 "ฉันและน้องสาวทั้งสองคนไม่ค่อยไปไหน วันๆ ก็ทำธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว โดยไม่เคยมีศัตรูที่ไหน เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลในครอบครัว น่าจะมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน" นางชฏินรัตน์ ให้การต่อตำรวจ และกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้สืบสวนคลี่คลายคดีนี้

  พ.ต.อ.ธนู พวงมณี ผกก.กก.สส.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.อ.สนั่น บุญเผื่อน ผกก.สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมชุดสืบสวน ได้จำลองภาพเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุบริเวณจุดเกิดเหตุที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่ม พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นทางขึ้นเขา ลักษณะเหมือนทางบางช่วงขาด แต่ยังพอสัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำเพื่อขึ้นทางชัน อีกทั้งเส้นทางดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้สัญจรพลุกพล่าน ประเด็นสำคัญหากเหยื่อเพิ่งเสร็จจากการทำธุรกรรม จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเหยื่อทำธุรกรรมเสร็จแล้วจะใช้เส้นทางใดเข้ากรุงเทพฯ

 จากการสืบสวนพบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคือ ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งมหาเจริญ และนายหน้าซื้อขายที่ดิน คือนายทองคำ  มากพูล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ 15 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ถูกเชิญตัวมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และเมื่อตรวจสอบประวัตินายทองคำ พบว่าเคยมีประวัติอาชญากรเกี่ยวกับคดีครอบครองอาวุธปืน และยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย

 เมื่อชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบประวัติของนายทองคำอย่างละเอียดว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับคดีที่เกิดขึ้นหรือไม่ จนกระทั่งได้พยานแวดล้อม ที่สามารถเชื่อได้ว่า นายทองคำมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้น จึงนำนายทองคำมาสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมทำสำนวนการสืบสวนสอบสวน ประสานไปยังผู้พิพากษาศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา พิจารณาอนุมัติหมายจับนายทองคำในที่สุด

 นายทองคำ เมื่อรู้ว่าถูกออกหมายจับเพียงไม่นานก็เปิดปากรับสารภาพว่า หลังจากพาลูกค้ามาซื้อที่ดินครั้งนี้ ได้เปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าเพียงแค่ 2 หมื่นบาท ประกอบกับมีความจำเป็นต้องการเงินใช้จึงจ้างวานให้ นายธนวัฒน์นันที อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ 3 ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งมีความสนิทสนมกันโดยวางแผนปล้นเหยื่อ ระหว่างนั้น นายวัชรี  ปัดชากาว อายุ 33 ปี เดินทางมาพบจึงชักชวนแล้วร่วมกันวางแผนด้วย

 “หลังเสร็จจากการทำธุรกรรมก็ติดต่อให้นายธนวัฒน์และนายวัชรี ไปซุ่มดักรอเหยื่อตรงจุดที่เกิดเหตุ โดยตัดสินใจว่าหากปล้นเงินสดมาได้ก็จะแบ่งเงินคนละ 3 แสนบาท และในวันเกิดเหตุนายวัชรี ซึ่งมีพรรคพวกเป็นชาวกัมพูชา นำอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 มาขายให้ในราคา 1.2 หมื่นบาท แต่ยิงได้นัดเดียวเพราะลำกล้องขัดลำ ส่วนนายธนวัฒน์ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่หลายนัด แต่ไม่สามารถหยุดรถกระบะของเหยื่อได้ จึงทำให้ดักปล้นไม่สำเร็จ เมื่อรู้ว่าแผนผิดพลาดจึงแยกย้ายหลบหนี“ นายทองคำ ระบุ

 หลังจากนายทองคำเปิดปากรับสารภาพแล้ว ชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมนายธนวัฒน์ ได้บริเวณหน้าโรงเรียนวังไพรวิทยาคม ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ส่วนนายวัชรีได้ติดต่อขอมอบตัวกับชุดสืบสวนเมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา