
เหล้าเก่าในขวดเดิม
ทราบผลกันแล้วสำหรับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิประเภท (ก) ใหม่ถอดด้าม
มีอดีตรอง ผบ.ตร. 3 ท่าน อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ท่าน และอดีตที่ปรึกษา ตร.ยศ พล.ต.อ.สุดหล่อ อีก 1 ท่าน รวมเป็น 5 ท่าน
ก็อาศัย บุญบารมี ที่เคยสั่งสมมานานบวกกับ การหาเสียง ชนิดที่เรียกว่าถึงลูกถึงคน จึง เข้าเส้นชัย ชนิดไม่ต้องดูภาพถ่ายสมใจนึก
บางท่านถือว่า เคยเป็น ก.ตร. มาก่อน คุ้นเคยกับงานในสมัยที่ยังรับราชการในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมายังขาด ความเข้มแข็งในการปะทะหรือโดดขวางพวกเสือหิวกับฝ่ายการเมืองในที่ประชุม ก.ตร. วาระแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจชั้นนายพล หลายต่อหลายครั้ง
ทำให้ ก.ตร.หมดศักดิ์ศรี ถูกหลบหลู่ หมิ่นเกียรติ
บางท่านก็ เหมือนเหล้าเก่าในขวดเดิมๆ เพราะไม่อาจ ผดุงความยุติธรรม ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปราศจากเส้นสายทางการเมืองและพลังทางการเงินได้
ในวาระที่ได้รับเลือกมาเป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จากคะแนนเสียงของนายตำรวจระดับพ.ต.อ.ขึ้นไปทั่วประเทศ จะมาเอ่ยอ้างข้อจำกัดด้วยมีวินัยของข้าราชการประจำคงหมดไป การออกมาแก้ตัวกับสื่อมวลชน ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น ดัง ก.ตร.บางคนคงไม่มีให้เห็นอีก
เชื่อว่านายตำรวจที่ลงคะแนนคงไม่มีใครไปบีบคอ แต่มีส่วนได้รับรู้ถึงความสามารถของแต่ละท่านเป็นอย่างดี
ตำรวจที่ตกอยู่ท่ามกลางความอยุติธรรม, การไร้ระบบคุณธรรม, การถูกข่มขู่ จากฝ่ายการเมือง อันเกิดจากความซื่อตรงในการปฏิบัติหน้าที่ หรือการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากผู้มีอิทธิพลในสังคม คงจะได้รับการแก้ไขเยียวยาให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ประชาชนย่อมอยากเห็นองค์กรตำรวจปรับเปลี่ยนทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกันคือ คาดหวังว่า ก.ตร.ชุดใหม่ ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งประเภท (ก) และประเภท (ข) จะนำพาให้องค์กรและนายตำรวจระดับนายพล ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยงาน ได้เป็นที่พึ่ง ที่หวังของชาวบ้านสมดังคำว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"
อย่าให้เป็นไปดั่งคำปรามาสจากสื่อมวลชนว่า "เหล้าเก่าในขวดเดิมๆ" มันจะวังเวงไร้อนาคตนะท่าน!!
คมพิทักษ์ราษฎร์



