ข่าว

สุเมธชี้ไทยดีแต่พูดไม่ทำตามคำสอน

สุเมธชี้ไทยดีแต่พูดไม่ทำตามคำสอน

11 ม.ค. 2554

“ดร.สุเมธ” ชี้คนไทยดีแต่พูดไม่ทำตามคำสอน ”ในหลวง” ติงสังคมเละเหตุไทยเห่อ ลอกแบบฝรั่ง เน้นขรก.ต้องมีคุณธรรม-จริยธรรม หากโกงทุกอย่างจบ สอนขรก.หากอยากรวยให้ลาออก แนะคนไทยอย่าลืมหน้าที่ตนเอง จี้เร่งทำโครงการพระราชดำริ ป้องภัยธรรมชาติ

 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้มหาราชัน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา โดยมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่รับผิดชอบของหน่วยขึ้นตรง หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทั่วประเทศ ตลอดปี 2554 ทั้งหมด 8 กิจกรรม อาทิ การบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 840,000 ซีซี เพื่อพ่อ การปลูกป่าเทิดพระเกียรติ จำนวน 84,000 ต้น การบริจาคแว่นสายตาเพื่อผู้สูงอายุ และการทำเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ โดยพิธีครั้งนี้ได้มีการเชิญดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาบรรยายพิเศษเรื่อง หลักการทรงงาน

 ดร.สุเมธ กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำในทุกๆด้านจนป็นที่ยอมรับของคนไทยทุกคนรวมถึงนานาประเทศ ทรงมีความสามารถหลากหลายจนได้รับการถวายปริญญาดุษฎีมหาบัณฑิตทั้งในและต่างประเทศ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ดำเนินมาเป็นการสะสมประสบการณ์มาตลอดระยะเวลาที่ทรงงาน และเราได้รับผลจากการพัฒนาเหล่านั้นมากมาย

 "แต่ที่น่าเสียใจ เราไม่เคยสนใจในสิ่งที่พระองค์ท่านสอน บางคนชอบเห็นในหลวง เวลาท่านเสด็จไปที่ไหนพากันวิ่งมาหาน้ำตาไหล แต่ไม่เคยมองท่าน คือ ชอบเห็นแต่ไม่ชอบมอง อยากให้พวกเรากลับไปคิดในเรื่องนี้ เหมือนกับที่พระองค์เคยทรงรับสั่ง เราชอบได้ยิน แต่ไม่ปฏิบัติตาม พอวันรุ่งขึ้นก็ลืม ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย" ดร.สุเมธ กล่าวและว่า

 ตั้งแต่พระองค์ทรงครองราชย์มากว่า 60 ปี ทรงรับสั่งไว้มายมาย เช่น “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของชาวสยาม” ซึ่งคนไทยทุกคนสนใจและท่องจำกันได้จนขึ้นใจ ถามได้ ตอบได้ แต่ไม่ได้ตีความถึงความหมายของประโยคเหล่านั้นว่า แปลว่าอะไร เราไม่เคยใส่ใจ

 "เราชอบไปเห่อค่านิยมของต่างชาติ ที่สังคมเละเทะทุกวันนี้เพราะไปลอกแบบฝรั่งมา เราเป็นคนไทยจะต้องภูมิใจในความเป็นไทย เช่น ค่านิยมความร่ำรวย ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญอยู่ที่การใช้ว่า จะนำเงินเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เหมือนกับงบประมาณแผ่นดิน ถ้ารู้จักใช้จะเกิดประโยชน์ ซึ่งรับสั่งของท่านตรงนี้หมายถึงว่า การทำงานจะต้องปฏิบัติตามธรรมภิบาล 10 ประการ และเราต้องปฏิบัติด้วย อย่าให้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปฏิบัติแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม การทำงานของพระองค์ท่านยังเน้นเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม อย่างข้าราชการที่ทำงานสนองพระยุคลบาททุกคน จะต้องไม่มีที่ดินอยู่รอบโครงการ ถ้าหากว่าใครมีก็จะต้องลาออก ถึงแม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดจริยธรรม ใครไม่รู้แต่เรารู้ และจะซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ท่านเคยรับสั่งไว้ถ้าหากโกงทุกอย่างก็จบ และ ถ้าอยากร่ำรวยจะต้องลาออกจากข้าราชการ" ดร.สุเมธ กล่าว
 
 จากนั้น ดร.สุเมธ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า โครงการพระราชดำริเริ่มมา 60 กว่าปีแล้วและมีต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆ รวมถึงโครงการใหม่ๆ แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระประชวรและประทับอยู่ที่โรงพยาบาล แต่โครงการต่างๆดำเนินการผ่านสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และองค์กรต่างๆ ระยะหลังๆมานี้จะมีเรื่องภัยพิบัติมาเรื่อยๆตั้งแต่ สินามิ ดินถล่ม น้ำท่วม ต่อไปนี้เราต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติมากขึ้น โลกกำลังเปลี่ยนแปลง พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่า มนุษย์เราชอบรังแกธรรมชาติ ระวังว่าสักวันหนึ่งธรรมชาติจะโกรธเอาและลงโทษ เวลานี้รู้สึกจะครบแล้วทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทุกประเทศได้รับผลกระทบ แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีเทคโนโลยีสูง สามารถรู้ล่วงหน้าอะไรได้ก็หนีไม่พ้น เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะธรรมชาติได้ ดังนั้นเราควรปรับตัวให้เข้ากับธรรมะให้ได้ สิ่งที่พระองค์ท่านเคยรับสั่งคำว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ แทนที่จะไปสู้เราจะต้องปรับตัวให้ได้และต้องฟื้นฟูในเรื่องของ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดี เหตุการณ์ก็จะบรรเทา

 ดร.สุเมธ กล่าวว่า พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่า ธรรมชาติปรับตัวไว้หมดแล้ว แต่เราละเลยผลสุดท้ายก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ การรักชาติ บ้านเมือง ที่พระองค์ท่านเคยรับสั่งไว้ คือการดูแล เราอย่าบอกว่ารักเฉยๆ ยืนตรงเคารพธงชาติ เราจะต้องลงไม้ลงมือทำด้วย รักษาดิน น้ำ ดูแลเรื่องมลพิษ ขยะ ควบคุมบริหารทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปนี้เราอยู่ด้วยการปล่อยปละละเลยไม่ได้แล้ว หน้าที่ของเราต้องทำทุกคน

 เมื่อถามว่า การดำเนินการต่างๆต้องทำกันทุกคนไม่จำเป็นจะต้องมีผู้นำใช่หรือไม่ ดร.สุเมธ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องมีส่วนร่วมไม่ใช่หน้าที่ของคนนั้นคนนี้ เรามีหน้าที่ดูแลรักษาบ้านเมืองด้วยความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นก็สักแต่ทำ แต่ไม่มีความเข้าใจ ทั้งนี้เรามีตำแหน่งทุกตำแหน่งครบถ้วนแล้ว รวมถึงอย่าลืมตำแหน่งของตนเอง หน้าที่พลเมืองไทยว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร มัวแต่ไปดูตำแหน่งคนอื่นจนลืมหน้าที่ตำแหน่งตัวเอง ทุกคนมีตำแหน่งหมด ส่วนโครงการพระราชดำริ เราควรจะเริ่มมาหลายปีแล้ว แต่เริ่มปีนี้ก็ไม่สายกว่าเกินกว่าที่จะรุนแรงไปมากกว่านี้