ข่าว

นักธุรกิจยันศก.พอเพียงไม่ขัดธุรกิจ

นักธุรกิจยันศก.พอเพียงไม่ขัดธุรกิจ

11 ม.ค. 2554

“สุรยุทธ์” เปิดใจ อียู นิวซีแลนด์ ไม่รับ รบ.ที่มาจากรัฐประหาร ด้าน จีน รัสเซีย ขานรับทันที ชี้ทำงานเหนื่อยมีทั้งหนุน - ต้าน ต้องใช้หลัก พอเพียงตั้ง ครม.ขิงแก่ นักธุรกิจยัน ศก.พอเพียงไม่ขัดธุรกิจเพราะต้องมีธรรมาภิบาล

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ม.ค. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดงานเสวนาในหัวข้อประสบการณ์การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวิทยากรประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี นายสุเมธ ตันติเวชกุล มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ โรงแรมปริ๊นเซสหลานหลวง กทม.

 พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนรับหน้าที่บริหารงานในภาวะที่วิกฤตและเวลาที่จำกัด การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ก็เป็นเรื่องสำคัญ วันแรกที่ตนเข้ามาที่ทำเนียบฯ และให้สัมภาษณ์เรื่องเศรษฐกิจ โดยตนใช้คำว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียง จากการพูดครั้งนั้นทำให้นักข่าววิตกว่ารัฐบาลของตนจะทำแบบรัฐบาลพม่าคือ ปิดประเทศ นี่คือภาพที่ออกมาในช่วงนั้น

 พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ช่วงเดียวกันมีทูตมาฟังคำชี้แจง ก็ทำให้ทราบความรู้สึกแต่ละประเทศ ต่อสถานะของรัฐบาล สหภาพยุโรปก็พูดเรื่องรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารการแสดงออกของเขาทำให้รู้ว่าเขามีความรู้สึกต่อเราอย่างไร ในส่วนของใกล้ๆ ไม่มีปัญหา สหรัฐอเมริกาไม่มีท่าทีชัดเจน ประเทศที่ชัดเจนคือนิวซีแลนด์ที่มีความรู้สึกต่อความเปลี่ยนแปลง ประเทศที่ถือว่าให้ความสนับสนุนค่อนข้างมากคือจีนและรัสเซีย ซึ่งได้จีนรับรองโดยทันที จากการบริหารในเริ่มต้นมีทั้งปัจจัยเกื้อหนุนและปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการบริหารงานอย่างไร ทำให้ต้องดำเนินงานทางการต่างประเทศทำความเข้าว่าทำไมเราต้องเข้ามาบริหารงานช่วงนั้นและทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อะไร

 พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นตนก็ทำหน้าที่คัดเลือกคนที่มาเป็น รมต. โดยตนให้ความสนใจเรื่องคนที่จะมาทำงานเนื่องจากเวลาน้อยต้องการคนที่มีประสบการณ์ความรู้ ซื่อสัตย์ หากตนเลือกครม.ขิงแก่ที่มาจากผู้ที่อยากจะแต่งตั้งก็คงไม่ลำบากนัก แต่การคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติก็เป็นส่วนหนึ่งของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เผชิญต่อมาคือเอกภาพการทำงาน ก็ต้องยอมรับว่าข้างหลังรัฐบาลมี คมช. ยืนอยู่ รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ระบุว่า ประธาน คมช. เปลี่ยนตนเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ตนก็ไม่คิดมาก เพราะก็อาสาเข้ามาทำตามคำขอร้องของประธาน คมช. ต่อมาขึ้นปีใหม่ปี 2549 มีระเบิดเกิดขึ้นหลายแห่ง นั่นก็เป็นสิ่งทำให้ต้องกลับมาทบทวนว่าเอกภาพการทำงานว่าอยู่ที่ไหนจึงจำเป็นต้องขอให้ ผบ.ตร.มาทำงานกับตน และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ

 พล.อ.สรยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นต้อสร้างความเข้าใจให้ประชาคมโลกและสนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ทำประชามติและให้มีการเลือกตั้งตามเวลาที่กำหนด ตามที่ได้บอกเอาไว้ ตนรู้สึกมากเพราะตอนที่ไปประชุมที่สหประชาชาติเมื่อปลายเดือน ก.ย. และมีโอกาสไปกล่าวในที่ประชุมใหญ่และพอดีมีเหตุเกิดเรื่องความรุนแรงในพม่า มีผู้นำต่างประเทศ มาถามตนว่าเราอยู่ในสภาพคล้ายพม่าหรือไม่ ตนบอกว่าเราผ่านขั้นตอนนั้นมาแล้วและเดินไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ เขาก็เชื่อมั่นเพราะเราก็ไม่ได้เลื่อนการเลือกตั้ง เราต้องรักษาคำพูด

 “การสร้างรากฐานที่เข้มแข็ง คือโครงการอยู่ดีมีสุข ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีการใช้งบประมาณโดยชุมชนเป็นผู้เสนอโครงการ เหล่านี้จะเป็นรากฐานที่ทำให้เรามีความก้าวหน้าต่อไป ผมบริหารงานพยายามกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่บ้างแต่ไม่แพร่หลาย เพราะเรายังมีปัญหาเรื่องการกระจายงบประมาณ ไปสู่ท้องถิ่นอย่างพอเพียง โดยมีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ” พล.อ.สุรยุทธ กล่าว

 ด้านนายสุเมธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความสับสนความไม่เข้าใจความแตกแยก เนื่องจากพยายามเอาเศรษฐกิจพอเพียงเปรียบกับทฤษฎีตะวันตก แต่สิ่งที่ในหลวงพระราชทานเป็นธรมมะเป็หลักใหญ่ๆเท่านั้น เหมือนกับเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ไม่มีอะไรตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนได้

 นายสุเมธ กล่าวว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องไม่ไปสุดกู่ เพราะต่างชาติเขาจะกลัวเราปิดประเทศ แต่เมื่อเขาได้เรียนรู้ก็เป็นหลักการเดียวกัน เป้าหมายของทุกคนและทุกองค์กรที่อยากจะเดินไปคือ มันคง ยั่งยืน สมดุล เมื่อเป้าหมายเหมือนกันประเด็นที่น่าคิดคือ ระบบอะไรก็ตามไม่ว่าทุนนิยม สังคมนิยม ก็มีเป้าหมายเหมือนกัน ต่างกันเพียงแต่เส้นทางเดินมันต่างกัน ทุนิยมบอกต้องลงทุนให้หมดด ต้องขยาย แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความยั่งยืนไม่ปรากฏ และในต่างประเทศขณะนี้ก็มีกระแสเศรษฐกิจพอเพียงเช่นกัน เพราะหลายคนเริ่มยอมรับว่าโลกอยู่ไม่ได้แล้ว

 ด้านนายอาชว์ กล่าวว่า เมื่อตอนเศรษฐกิจล่มเมื่อปี 2540 บริษัท ซีพี ก็กระทบเช่นเดียวกัน ทำให้เราต้องตัดธุรกิจที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งหากเปรียบแล้วก็คือหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง หลายคนคิดว่าพอเพียงอาจจะสวนทางกับธุรกิจ แต่จริงๆไม่ใช่ ธุรกิจต้องอาศัยหลายอย่าง มีทั้ง คนเงิน ทุน เครื่องจักร ซึ่งอยู่ที่การบริหารจัดการอย่างไรให้เป็นธรรม หากเราไม่เป็นธรรม ก็จะไม่มีการสนับสนุนสุดท้ายธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ ที่มีคนบอกว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองก็ไม่น่าจะจริง วันนี้ภาคธุรกิจก็ขับเคลื่อนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำบรรษัทภิบาลหรือเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยบริษัทขนาดใหญ่จะเป็นตัวขับเคลื่อน