ข่าว

รวบหน.การ์ดนปช.คุมสมิงดำ300คน

รวบหน.การ์ดนปช.คุมสมิงดำ300คน

11 ม.ค. 2554

ดีเอสไอจับหัวหน้าการ์ดนปช. คุมกำลังกลุ่มสมิงดำ 300 คน นำม็อบบุกค้นรพ.จุฬา ปาระเบิดหน้าบ้านบรรหาร แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธอ้างไม่รู้จักบ้านบรรหาร

 (11ม.ค.)นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการจับกุมนายสมพงศ์ บังชม อายุ 30   ปี อยู่บ้านเลขที่ 1279 / 15 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีษะเกษ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย

 นายสมพงษ์ เป็นหัวหน้าการ์ดนปช.เรียกชื่อกลุ่มว่า “สมิงดำ” รับผิดชอบพื้นที่ชุมนุมบริเวณศาลาแดง และมีการ์ดอยู่ในความรับผิดชอบประมาณ 300 คน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 53 ผู้ต้องหาเข้าร่วมกับการ์ดนปช.ประมาณ 200 คน บุกเข้าไปปิดล้อมข่มขู่แพทย์พยาบาลและผู้ป่วย และตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยอ้างว่ามีทหารแอบซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สร้างความปั่นป่วนหวาดกลัวให้ประชาชน ทำให้แพทย์ พยาบาลต้องหยุดการรักษาพยาบาลและต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาที่อื่น

 นายธาริต กล่าวอีกว่า นายสมพงศ์ ยังมีหมายจับของศาลแขวงตลิ่งชันในฐานความผิดร่วมพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกับพวกขว้างระเบิดชนิดสังหารแบบเค 75 ซึ่งผลิตในประเทศเกาหลีเข้าใส่บริเวณบ้านพักของนายบรรหาร ศิลปอาชา ถ.จรัลสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.ทำให้มีผู้ได้รับอันตรายและบาดเจ็บสาหัสจำนวน 7-8 คน และมีทรัพย์สินเป็นรถยนต์ได้รับความเสียหาย 2 คัน   โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 25 เมษายน 2553 โดยข้อหาแรกผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่า ได้ร่วมกับกับพวกบุกเข้าไปในรพ.จุฬาฯจริงแต่ไม่ได้ข่มขู่แพทย์และพยาบาล รวมทั้งคนไข้ ส่วนข้อหาปาระเบิดหน้าบ้านพักนายบรรหาร ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยยืนยันว่าไม่รู้จักบ้านพักของนายบรรหารว่าอยู่ที่ใด
 
  แหล่งข่าวดีเอสไอ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานพบว่า นายสมพงศ์ มีใบหน้าคล้ายกับชายไม่ทราบชื่อที่ทางตำรวจสน.บางพลัดได้สเก๊ตภาพถ่ายพร้อมทั้งออกหมายจับว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายการปาระเบิดหน้าบ้านพักนายบรรหาร โดยพยานระบุว่า พบเห็นนายสมพงศ์ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์และเป็นผู้ลงมือขว้างระเบิดชนิดดังกล่าวเข้าไปในช่วงเวลาดังกล่าว   อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสมพงศ์ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาและจะคัดค้านการประกันตัว นอกจากนี้ ดีเอสไอกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหารายดังกล่าวทั้งประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดและอาชญากรรมทั่วไป เช่น วิ่งราวทรัพย์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแถลงข่าวครั้งนี้นายธาริตและพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้อนุญาตให้สื่อมวลชนซักถามนายสมพงศ์ด้วย โดยแจ้งกับผู้ต้องหาให้รับทราบว่าถือเป็นสิทธิที่ผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามสื่อมวลชนได้หากเป็นคำถามที่ไม่ประสงค์จะตอบ โดยนายสมพงศ์ ตอบข้อซักถามว่า ตนเป็นชาวจังหวัดศรีษะเกษได้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มนปช.ในฐานะประชาชนทั่วไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 9   เม.ย. และในวันที่ 10 เม.ย.ถูกกระสุนปืนยางจากการสลายการชุมนุมจึงถูกส่งตัวเข้าไปรักษาตัวที่รพ.ราชวิถี จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน และต่อมาในวันที่ 19 เม.ย.ได้เดินทางกลับมาชุมนุมต่อที่บริเวณแยกราชประสงค์ และได้ทำบัตรสมาชิกนปช.จากนั้นเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ได้จัดตั้งกลุ่มการ์ดอาสาเพื่อช่วยแจกน้ำ อาหารและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6

 สำหรับการนำกลุ่มนปช.บุกโรงพยาบาลจุฬานั้น นายสมพงศ์ กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช.ให้รวมกลุ่มประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ตนเห็นว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมีเป็นจำนวนมาก กลัวจะเกิดความวุ่นวายเลยอาสาเป็นตัวแทนเข้าไปตรวจสอบในโรงพยาบาลจุฬา   แต่ไม่ได้มีการข่มขู่แพทย์ พยาบาลและคนไข้ และได้ขออนุญาตจากรปภ.โรงพยาบาลเข้าไปตรวจสอบ

   “ ผมถูกจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่วัดปทุมวนาราม แต่ได้ยื่นประกันตัว และไปรายงานตัวที่ศาลแขวงปทุมวัน จากนั้นก็ถูกนำตัวไปขังที่เรือนจำตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 มิถุนายน จึงได้ประกันตัวออกมาสู้คดี และได้กลับไปรายงานตัวตามที่ศาลนัด เพราะเชื่อว่าไม่ได้กระทำความผิดไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่ส.ส.ของพรรคได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าตนถูกหมายจับในคดีก่อการร้ายด้วย แต่ไม่ได้สนใจจึงกลับไปอยู่บ้านกับย่า ทำมาหากินตามปกติโดย มีอาชีพรับจ้างทั่วไปการเข้าร่วมชุมนุมกับนปช. ตนเดินทางมาคนเดียว เพราะความอยากรู้อยากเห็นว่าผู้ชุมนุมเขามีความเป็นอยู่กันอย่างไร ไม่เคยมีใครชักชวนมา ตนเป็นคนศรีษะเกษ ไม่ใช่คนสีไหน เป็นการ์ดนปช. ก็ไมได้รับค่าตอบแทนเพราะเป็นการ์ดอาสา ตนไม่มีเจ้านาย ทำงานด้วยใจ   ” นายสมพงศ์ กล่าว
 
 นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ตำรวจที่สภ.อ.เมืองศรีษะเกษ ได้โทรศัพท์มานัดให้ไปพบที่โรงพักโดยระบุว่าอยากให้ช่วยเป็นสายในคดีวิ่งราวทรัพย์ และคดียาเสพติด ตนจึงมาพบตามนัด แต่เมื่อมาถึงทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้แจ้งข้อหาว่าตนได้ทำผิดในข้อหาคดีก่อการร้าย ซึ่งตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเรื่องการพานปช.บุกโรงพยาบาลและการปาระเบิดหน้าบ้านพักนายบรรหาร ตนเป็นชาวศรีษะเกษตั้งแต่เกิดไม่เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และไม่รู้จักว่าบ้านนายบรรหารอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทนายของนปช. ได้ติดต่อมาแล้วแต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ