ข่าว

กลุ่มผู้ค้าโวยเสื้อแดงชุมนุมรายได้หด

กลุ่มผู้ค้าโวยเสื้อแดงชุมนุมรายได้หด

11 ม.ค. 2554

กลุ่มผู้ค้าย่านราชประสงค์ ร่วม 500 คนชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาล ช่วยเหลือจัดการบริหารการชุมนุมของเสื้อแดงละเมิดสิทธิ์บุคคลอื่นพื้นที่สาธารณะ รายได้พ่อค้าแม่ค้าหดหาย พร้อมยืนหนังสือถึงนายกฯ-เข้าเจรจาเสื้อแดง

(11ม.ค.) เวลา 12.00 น. ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเกษร แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน ได้มีพ่อค้าแม่ค้าย่านราชประสงค์ ประมาณ 500 คน มาชุมนุมเรียกร้องการบริหารจัดการการชุมนุมของคนกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมีการลงทะเบียนของพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบการชุมนุมของเสื้อแดง และมีการนำป้ายมาชู ว่า "หยุดทำร้ายวิถีชีวิตของคนกรุงเทพ", "ขอความสุขของเราจงกลับคืนมาเดือดร้อนจริงๆจ้า", "พอแล้วกับการชุมนุมที่ละเมิดสิทธิ์ประชาชน"  โดยการชุมนุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี กว่า 50 นาย มาดูแลความเรียบร้อย 

 การชุมนุมครั้งนี้ได้มี นายชาย ศรีวิกรม นายกสมาคมชาวราชประสงค์ อ่านแถลงการณ์ต่อหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมว่า  เรื่องจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและผู้ชุมนุม ในข้อเรียกร้องการบริหารจัดการการชุมนุม ซึ่งละเมิดสิทธิ์บุคคลอื่นในพื้นที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

 กราบเรียนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประชาชนคนไทย ชาวราชประสงค์ ขอแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องความรับผิดชอบของรัฐบาลในการบริหารจัดการการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนโดยส่วนรวม ในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมาประชาชนในประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมือง อย่างรุนแรง มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง แต่เดิมนั้นจะใช้สนามหลวงเป็นที่ชุมนุมต่อมาเป็นทำเนียบรัฐบาล และลุกลามไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ เช่นสนามบิน ท้องถนน ล่าสุดแยกราชประสงค์

 ชาวราชประสงค์ เข้าใจดีว่าการชุมนุมประท้วง และการเดินขบวนถือเป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลในระบบประชาธิปไตย รัฐบาลไม่อาจจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมประท้วงหรือเดินขบวนเรียกร้องของประชาชน ที่ใช้ติดตามรัฐธรรมนูญ หากแต่การชุมนุมดังกล่าวนั้นจะต้องไม่ละสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของกันและกัน

 ทั้งนี้ปี 2553 ที่ผ่านมาได้เกิดความเสียหายที่สามารถวัดได้อันเกิดจากการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะบริเวณย่านราชประสงค์ ดังนี้ ความเสียหายทางธุรกิจของผู้ประกอบการายเล็กรายใหญ่ จำนวน 2,888 ราย มูลค่าความเสียหายคิดเป็น 11,275 ล้านบาท ผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพของพนักงาน ธุรกิจดังกล่าวจำนวน 30,661 คน ความเดือดร้อนในด้านการจราจร และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป

 อย่างไรก็ตามความเสียหายยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องและเรื้อรังจากการที่ถูกผู้ชุมนุมยังใช้พื้นที่สาธารณะย่านราชประสงค์ การชุมนุมเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ละครั้งมีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ยังไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม จากรัฐบาลเรื่องการชุมนุม ซึ่งกำลังละเมิดสิทธิ์บุคคลอื่น จึงยังส่งผลเสียหายที่ประเมินไม่ได้ต่อเนื่องดังนี้ทำให้ขาดความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชาวไทยย่านราชประสงค์ลดน้อยลง สูญเสียรายได้จากการต้องปิดกิจการในบางช่วงที่มีการชุมนุมหนาแน่นและจากการที่มีผู้ใช้บริการน้อยลง การจราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนกระทบไปวงกว้าง เกิดความไม่มั่นคงต่ออาชีพและวิถีชีวิตของคนในชุมชน

 ข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการบริหารจัดการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนโดยส่วนรวม เราประชาชนคนไทยชาวราชประสงค์ขอนำเสนอวิธีการจัดการโดยเร็วดังนี้
 1.การชุมนุมประท้วงที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมากย่านราชประสงค์มีพื้นที่ไม่พอเพียงทำให้ส่งผลกระทบต่อคนอื่นจำนวนมากจึงขอให้กำหนดและหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเป็นพื้นที่ประท้วงของประชาชน
 2.ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องจัดการชุมนุมประท้วงบนทางเท้าสาธารณะจะต้องไม่มีการจำหน่ายสินค้า และไม่มีการกีดกั้นทางเข้าออก สถานที่ประกอบการและที่อยู่อาศัย อีกทั้งต้องให้การจราจรมีความสะดวกพอสมควร

 3.ให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการเร่งด่วนรวมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่รัฐบาล ผู้ชุมนุม และฝ่ายประชาชน ที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า
 ส่วนมาตราการระยะยาวที่เรียกร้อง 1.รัฐบาลต้องเร่งรัดให้รัฐสภา ออกพ.ร.ก.การชุมนุมสาธารณะมาบังคับโดยเร็ว 2.ขอให้ประชาชนคนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมการร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพื่อกำหนดมาตราการการชุมนุมของประชาชนให้เหมาะสมกับพื้นที่การชุมนุม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป

 นายชาย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลมีการจัดระเบียบให้เป็นรูปธรรมและวิงวอนเสื้อแดงเข้าใจชาวราชประสงค์ว่าไม่ใช่ศัตรูเราเป็นมิตร แต่ต้องการความปรองดอง เพื่อฝั่นฝ่าอุปสรรคคต่างๆอยากให้มีความสามัคคี แสดงจุดยืนรัฐบาลได้เห็นว่าชาวราชประสงค์เดือดร้อนมากขอให้สงสารพวกเรา อยากให้รัฐบาลช่วย เสื้อแดงเห็นใจเพราะการสร้างความวุ่นวายไม่ใช่ความปรองดอง ดังนั้นมีการพุดคุยกันบ่ายวันนี้นำหนังสือไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรี การชุมนุมเป็นไปอย่างมีรูปธรรม นอกจากนี้ตนจะเข้าพบแกนนำเสื้อแดง ด้วยเชื่อว่าน่าจะได้รับความร่วมมือกับเสื้อแดงด้วย 

 นางหทัยรัตน์ เจริญวัฒนานนท์ อายุ 53 ปี ขายเสื้อผ้าปรตูน้ำ กล่าวว่าที่มาชุมนุเพื่อรวมพลังพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนมาก อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือประชาชนเพราะเวลามีการชุมนุมไม่ว่าสีไหนทำให้พ่อค้ามีแค้าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ
 นางปิ่นแก้ว พิพัฒน์ธาดา อายุ 59 ปี ขายดอกไม้ที่พระพรม กล่าวว่า   ขายดอกไม้มา40ปี เวลามีการชุมนุมจะงดขายทุกครั้งเพราะชาวต่างชาติไม่กล้ามาเที่ยวโดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ชาวต่างชามากราบพระพรมมาก พอมีการประท้วงนักท่องเที่ยหายไป  การชุมนุมตามสิทธิ์ทำได้ อยากให้ไปชุมนุมที่รัฐบาลจัดให้มาแบบนี้พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน ประท้วงรายได้ลดลงไป

 นางนันทิยา พัฒน์ทอง อายุ 47 ปี ขายสินค้าประตูน้ำเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ช่วงชุมรายได้หายไป 70เปอร์เซ้นต์ มีการปิดกั้นทางเดิน ไม่มีกล้ามาซื้อของยังขายไมได้ วิงวอนผู้ชุมนุมเห็นใจต้องเคารพสิทธิ์คนอื่น