
กต.เชื่อพรุ่งนี้รู้ผลขอประกัน7คนไทย
ก.ต่างประเทศ เชื่อพรุ่งนี้น่าจะชัดเจนจากศาลกัมพูชา เรื่องขอประกันตัว 7 คนไทย ยอมรับขอพระราชทานอภัยโทษเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือ ด้าน"สุเทพ"วอนคนไทยอย่ากดดันศาลเขมร ชี้"ฮุนเซน"แข็งกร้าว เป็นการพูดไปตามหลักกการ ย้ำชัดข่าวทั้งหมดที่ออกควรจะต้องเป็นไปในทิศ
(11ม.ค.) นายชวนนท์ โกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้มีการหารือเรื่องความคืบหน้าการช่วยเหลือ 7 คนไทย และแนวโน้มของสถานการณ์ ซึ่งในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่า วันพรุ่งนี้ศาลกัมพูชาน่าจะมีความชัดเจนเรื่องการขอประกันตัว 7 คนไทย ที่ยื่นคำร้องไปเมื่อวาน ส่วนเรื่องการตั้งข้อหาจารกรรมเพิ่มกับนายวีระ สมความคิด, นางนฤมล จิตรวะรัตนา และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ นั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ มีแค่เพียงการรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา และสื่อต่างประเทศในกัมพูชา ซึ่งทางกระทรวงก็กำลังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นแนวทาง 1 ในการช่วยเหลือ 7 คนไทยกลับประเทศ เหมือนที่เคยดำเนินการกับคดีคนไทยในกัมพูชาที่ผ่านๆมา แต่คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้งว่า แนวทางใดจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้
นอกจากเรื่องความคืบหน้าของคดีแล้ว นายชวนนท์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ยังหารือกันถึงเรื่องการตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือ 7 คนไทยด้วย เป็นการกำหนดแนวทางการทำงานให้ชัดเจนว่า เรื่องนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงให้ข่าวแก่สื่อที่มีกรมสารนิเทศดูแลอยู่,การประสานความช่วยเหลือและติดต่อกับญาติของ 7 คนไทยก็เป็นหน้าที่ของกรมการกงสุล ส่วนการประสานเรื่องคดีก็เป็นหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมน ตรี กล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกรมว.กลาโหม และรมว.การต่างประเทศหารือ เพื่อหาทางออกกรณี 7 คนไทยที่ถูกศาลกัมพูชาพิจารณาคดี ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีจะรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ทราบ และอาจมีแนวทางเพิ่มเติม โดยขณะนี้รัฐบาลจะมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นจุดศูนย์รวมของการให้ข่าว และคงจะยึดกับแนวทางที่รัฐบาลให้ไว้ก็ คือ วัตถุประสงค์หลักที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยคนไทยทั้ง 7 คน
ส่วนวัตถุประสงค์ของการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็ทำหลังจากนี้ แต่ชั้นนี้จะให้กระทรวงการต่างประเทศให้ข่าวเป็นระยะๆ โดยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศและตัวแทนก็จะชี้แจง ซึ่งขณะนี้ก็มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยเหลือและการให้คนไทยทั้ง 7 กลับคืนสู่ประเทศโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะต้องมีการสะสางและทบทวนเสนอต่อครม. หมายถึงเรื่องอะไร โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วันนี้คงรอให้นายกรัฐมนตรีได้รายงานให้ครม.ทราบอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการหารือถึงการลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องถามนายกษิตในเรื่องนี้ให้นายกษิตชี้แจง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินท่าทีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาล่าสุดหรือไม่ เพราะค่อนข้างที่จะแข็งกร้าว โดยระบุว่าใครก็ช่วยไม่ได้และมีโทรศัพท์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยนับ 10 สายอย่างไร โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯฮุนเซนก็แสดงชัดเจนว่ารัฐบาลไทยติด ต่อ เพื่อที่จะช่วยเหลือคนไทยตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นเรื่องหลักของเราที่ยืนยันตรงกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศนายปณิธาน กล่าวว่า ต้องถามรัฐมนตรีกษิต
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงท่าทีแข็งกร้าวของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ระบุว่าไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการศาลกัมพูชาเพื่อช่วย 7 คนไทยได้ พร้อมติงฝ่ายไทยไม่ควรออกแถลงการณ์ต่างๆ ออกมาจะยิ่งทำให้ยากในการช่วยคนไทย ว่า ตนเรียนมาหลายครั้งแล้วว่าตอนที่คดีความอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล พวกเราควรจะพูดน้อยๆถ้าวิพากษ์วิจารณ์กันไปมากๆจะกระทบกระเทือนได้ เหมือนเวลาขึ้นศาลในไทย เราต้องให้ความเคารพกระบวนการพิจารณาของศาล ไม่ควรไปแสดงอะไรที่เป็นการกดดันศาล
ส่วนที่กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติไปยื่นหนังสือต่อยูเอ็น หรือเรียกร้องให้หน่วยงานกาชาดสากลเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ตนคงไม่ไปวิจารณ์การกระทำของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว แต่ถ้าจะพูดโดยส่วนรวมพวกเราควรจะอดใจดู ให้กระบวนการพิจารณาของศาลผ่านไปด้วยความเรียบร้อยก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า วิเคราะห์ท่าทีที่แข็งกร้าวของสมเด็จฮุนเซน เป็นเพราะอะไร รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า เขาก็พูดไปตามหลัก เพราะคดีอยู่ในศาลก็ต้องให้กระบวนการพิจารณาของศาล ดำเนินการไปจนจบสิ้นกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯกัมพูชาพูดเหมือนไม่ได้เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีไมตรีต่อกัน นายสุเทพ กล่าวว่า คงต้องแยกกัน เรื่องไมตรีมิตรภาพกับเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศเอง ก็อยากให้นายกฯต่อสายถึงสมเด็จฮุนเซน และสมเด็จฮุนเซนก็ระบุว่าเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 53 ที่ผ่านมาก็มีคนโทรศัพท์ฝากข้อความไว้ที่โทรศัพท์ของท่าน ถึงเวลาหรือยังที่นายกรัฐมนตรีไทย ต้องต่อสายถึงสมเด็จฮุนเซน รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า อย่าไปกดดันเลย
เพราะอย่างที่ได้พูดกันแล้วว่าให้กระบวนการของศาลได้ดำเนินการไปจนจบสิ้นก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่นายกฯได้เรียกรมว.กลาโหม และรมว.การต่างประเทศหารือเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา หาทางออกได้หรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ก็อย่างที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ แต่ที่จริงตั้งแต่เริ่มมีเหตุการณ์เราก็ได้พยายามกันมาทุกฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศก็ช่วยหาทนาย ช่วยเตรียมประเด็นต่อสู่คดี เมื่อมาถึงตอนนี้ก็ต้องศาลให้ศาลพิพากษาเสร็จสิ้น ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปก็ต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการของศาลก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนเรื่องข้อกล่าวหาหรือยัง ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมยื่นประกันตัว และมีข่าวว่านายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ จะโดนตั้งข้อหาจารกรรมข้อมูลทางราชการเพิ่ม นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดต่อไปทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นคนชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ดีที่สุด เรื่องจะถูกตั้งข้อหาจารกรรมข้อมูลเพิ่มหรือไม่อย่างไรตนจะยังไม่พูดอะไร
“ แต่ต่อจากนี้ไปข่าวสารที่ออกจากประเทศไทย ควรจะมาจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ” รองนายกฯมั่นคง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าระยะนี้ที่ศาลยังไม่ตัดสิน รัฐบาลไทยก็จะอยู่นิ่ง ๆ ตามที่สมเด็จฮุนเซนส่งสัญญาณมา นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็ทำเท่าที่เราเห็นสมควรจะดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังพอมีโอกาสที่จะช่วย 7 คนไทยหรือไม่ เพราะดูเหมือนมีโอกาสน้อยมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ต้องดูต่อไป ตนพยายามบอกเสมอว่าอย่าคาดการณ์ไปในทางร้าย แก้ปัญหาไปตามสถานการณ์และพยายามทำให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือถึงสถานภาพส.ส. ของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์หรือไม่ หากต้องถูกจำคุกเกิน 30 วัน รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า อย่าไปถามสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นในวันข้างหน้า มันตอบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งสังเกตุว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติเมื่อเกิดปัญหาจะใช้การเมืองและการทหารพูดจากันได้ แต่ขณะนี้ไม่สามารถพูดจากันได้เลย นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังพยายามจะพูดคุยกันในทุกระดับ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรต้องค่อย ๆ ดูกันไป



