ข่าว

อบต.ใต้จี้รัฐปรับบัญชีเงินเดือน
ยันจะไม่มีความเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน

อบต.ใต้จี้รัฐปรับบัญชีเงินเดือน ยันจะไม่มีความเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน

12 ม.ค. 2554

นครศรีธรรมราช/ตรัง - อบต.14 จังหวัดภาคใต้ ร้องกระทรวงมหาดไทยทบทวนขึ้นเงินเดือนบุคลากรท้องถิ่น ด้วยการใช้ร่างบัญชีของสมาคม อบต.แห่งประเทศไทยที่เสนอไป แทนร่างของกระทรวงการคลัง ด้านสมาคมสมาชิกสภาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เสนอรัฐปรับสูตรจัดสรรรายได้คืนท้องถิ่น

  ที่ห้องประชุมสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนจากอบต.ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวม 50 คน ได้ประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ในการนำเสนอแนวทางของสมัชชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ในส่วนของ14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีนายธนาวุธ ถาวรพราหมณ์ นายกอบต.ปากพูน กรรมการบริหารสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทน 14 จังหวัดภาคใต้ และนายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย เข้าร่วม โดยมีการนำเรื่องของการเสนอให้ขึ้นเงินเดือนบุคลากรในสังกัดอบต.เข้าสู่การพิจารณาด้วย

 นายธีรศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกัน ในการยื่นเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยทบทวนบัญชีเงินเดือนที่ทางสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย เคยยื่นเสนอไปยังมหาดไทยแล้ว  โดยขอให้ขึ้นตามบัญชีเดิมที่ได้ส่งไปให้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่มีอยู่แล้ว ต่างไปจากฉบับของกระทวงการคลัง ที่เสนอปรับเพิ่มเฉลี่ย 50 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพื่อกดดันรัฐบาล เพียงแต่ขอให้ทบทวนเท่านั้น

 ขณะที่ นายธนาวุธ เปิดเผยว่า ในส่วนของการขอขึ้นเงินเดือน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีมติออกมาชัดเจนว่าขอให้มีการทบทวนการขึ้นเงินเดือน อบต.

 นายชาญยุทธ เกื้ออรุณ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง ในฐานะนายกสมาคมสมาชิกสภาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 15 มกราคมนี้ จะมีการจัดสัมมนาสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นระดับภาคใต้ โดยเฉพาะในสังกัด อบจ.ขึ้น ที่วิทยาลัยเทคนิคตรัง ทั้งนี้เพื่อหารือถึงแนวทางในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการให้รัฐบาลผลักดันบทบาทหน้าที่ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมีการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน หรือค่าตอบแทนในระดับที่เหมาะสม

 นอกจากนั้นสมาคมสมาชิกสภาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ก็เตรียมผลักดันเพื่อให้รัฐบาลจัดสรรรายได้ลงกลับคืนมายังส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ควรดึงเข้าไปยังส่วนกลางทั้งหมดเช่นที่ผ่านมา และหากส่วนท้องถิ่นไหนที่มีการจัดเก็บรายได้สูง ก็ควรจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ตามสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะได้มีรายได้นำมาพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง

 "ปัจจุบันนี้เมื่อรายได้เข้าไปสู่ส่วนกลางแล้ว ส่วนกลางก็จะเป็นผู้จัดสรรกลับมาแต่มีจำนวนน้อย จนส่งผลให้การพัฒนาส่วนท้องถิ่นน้อยลงตามไปด้วย" นายชาญยุทธ  กล่าว