
ชี้ย่านบางนาพลิกโฉมหลังทุนจีนรุก
ชี้กลุ่มทุนจีนพัฒนาศูนย์การค้าส่งออกในย่านบางนา-ตราด เป็นการเปลี่ยนโฉมตลาดค้าปลีกไทย เกิดการแข่งขันรุนแรง แต่จะมีเมืองคนจีนตามเข้ามา นับเป็นโอกาสดีของการเคหะแห่งชาติในการขายบ้านเอื้ออาทรแบบยกชุด
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวว่า ตามที่มีการเสนอข่าวว่ากลุ่มทุนจีนจะมาพัฒนาศูนย์การค้าส่งออกในกรุงเทพฯ ขนาด 5-7 แสนตารางเมตร เริ่มก่อสร้างเดือนมีนาคม 2554 และเสร็จในไตรมาส 2 ของปี 2555 วางแผนจะมีร้านค้ามากกว่า 1 หมื่นร้านค้านั้น จะเป็นการเปลี่ยนโฉมตลาดค้าปลีกไทยให้กลายเป็นแชมป์ตลาดค้าปลีก และส่งผลให้ศูนย์การค้าใกล้เคียงซบเซาลงได้ แต่ก็จะมีการจัดสร้างเมืองคนจีนจะตามมา
"หากศูนย์การค้าแห่งนี้สร้างเสร็จ ส่งผลให้พื้นที่ในย่านบางนา-ตราด เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะแรงดึงดูดของศูนย์การค้าจีนแห่งนี้จะสูงมาก และไม่ใช่ดึงดูดเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้บริโภคในพื้นที่อื่นอีกด้วย ดังนั้นศูนย์การค้าท้องถิ่นในบริเวณใกล้เคียงจึงต้องเตรียมรับกับการแข่งขันที่รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า" นายโสภณ กล่าว
นอกจากนี้ จะมีพ่อค้าชาวจีนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้อีกเป็นจำนวนมาก อาจเป็นโอกาสดีที่การเคหะแห่งชาติ จะขายบ้านเอื้ออาทรแบบยกชุดในโครงการใกล้เคียงให้กลายเป็นเมืองคนจีน เช่นที่ปรากฏในดูไบ และในกลุ่มพ่อค้าเหล่านี้ ย่อมมีพ่อค้าระดับที่มีฐานะดีเข้ามา การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยราคาแพงก็อาจเกิดขึ้นได้ และสร้างความคึกคักให้แก่พื้นที่บางนา-ตราดได้เช่นกัน ทำให้พื้นที่นี้กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้
โดยสรุปแล้วหากโครงการที่ชื่อว่า Yiwu International Trade City หรือ China City Complex จะมีมูลค่า 6,200 ล้านหยวน (28,415 ล้านบาท) เกิดขึ้นได้ในย่านบางนา-ตราด แม้ในแง่หนึ่งจะเป็นการรุกทางเศรษฐกิจของจีนมาสู่ภูมิภาคนี้ แต่ก็จะทำให้กรุงเทพมหานคร และพื้นที่บางนา-ตราดนี้คึกคักขึ้นมาเป็นอย่างมาก แต่คู่แข่งศูนย์การค้าใกล้เคียงอาจจะประสบปัญหาหนักในการแข่งขันได้



