
คาดศก.ไทยปีครึ่งแรกเสี่ยงติดลบ2%สแตนชาร์ตมองการเมืองตัวฉุด-แนะชะลอปรับดอกเบี้ย
สแตนชาร์ตหวั่นการเมืองเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว อาจติดลบ 2% ครึ่งปีแรก แนะ กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง เหตุเงินเฟ้อทั่วไปมากสุด 3.7% ยังไม่แรงเท่าเพื่อนบ้าน ประกอบกับรัฐมีมาตรการบรรเทาค่าครองชีพคุมราคาสินค้าชัดเจน
น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ประจำประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง ”อนาคตเอเชียท่ามกลางวงจรการเติบโตแบบขีดสุดรอบใหม่” โดยส่วนของแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2554 มองว่าจะขยายตัวลดลงจากปีที่แล้วมาก เหลือเพียง 4.4% เทียบกับคาดการเติบโตปีก่อน 7-8% ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวแบบชะลอตัวทั่วทั้งเอเชีย เพราะแรงหนุนภาคส่งออกในเอเชียชะลอตัวทั้งภูมิภาค ส่งผลให้ไทยต้องหันมาพึ่งพาการเติบโตจากภายใน ทั้งการบริโภคและการลงทุนมากขึ้น
ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตามากที่สุดในปีนี้คือ การเมือง นอกเหนือจากนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าจะมีการผ่อนคลาย ขณะที่นโยบายการคลัง โดยเฉพาะนโยบายประชาวิวัฒน์จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยมองว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดเร็วขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีและมีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้ใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ทำให้ภาคธุรกิจกับนักลงทุนต้องหยุดดูก่อนตัดสินใจ จนมีผลให้เศรษฐกิจเฉื่อยลง นักลงทุนที่หยุดดูหากเห็นสหรัฐฟื้นตัวดีเกินคาดอาจดึงทุนไหลกลับออกไป จนมีผลต่อความเชื่อมั่นกับการลงทุนอาจชะลอตัวลง
ขณะที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอื่นไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับทั้งภูมิภาคเอเชียมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน ทำให้เกิดผลกระทบอัดเข้ามาทั้ง 2 ด้าน ทั้งจากภายในและภายนอก กลายเป็นความเสี่ยงสองเท่าที่จะกระทบการเติบโตของไทย ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่อยากให้ชะลอขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปเป็นการปรับขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
"ความไม่แน่นอนทางการเมืองช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีความเสี่ยง ทำให้นโยบายการคลังการลงทุนเมกะโปรเจกท์อาจล่าช้า หากเกิดขึ้นจริงเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยติดลบตั้งแต่ไตรมาสแรกปีนี้ และครึ่งปีแรกอาจติดลบได้มากถึง 2% ก็จะกระทบถึงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจก็ยิ่งชะลอตัวได้ ส่วนเงินเฟ้อไทย ดูไม่รุนแรงเทียบกับเพื่อนบ้าน เต็มที่น่าจะอยู่ที่ 3.7% เพราะรัฐมีมาตรการออกมาหลายอย่างชัดเจนช่วยลดต้นทุนการผลิต แก้ปัญหาราคาน้ำมันกับนำเข้าน้ำมันปาล์ม" น.ส.อุสรา กล่าว
ขณะที่ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2.25% ในการประชุมครั้งแรกของปีวันที่ 12 มกราคมนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ทั้งนี้ กนง.ใช้เงินเฟ้อเป็นกรอบเป้าหมายในการกำหนดนโยบายการเงินให้อยู่ระหว่าง 0.5-3.0% ได้เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนธันวาคม 2553 ถึง 1.4% จากการเติบโตของเศรษฐกิจที่สูงมากในครึ่งแรกของปีที่แล้ว



