
วัวอีสานวิกฤติเวียดนามทุ่มซื้อไม่อั้นราคาสูง
ส่งผลไทยขาดแคลน โรงเชือดกุมขมับไม่มีวัวชำแหละขาย หาซื้อยาก ราคาแพง ต้องขยับราคาขายปลีกเพิ่ม จาก กก.ละ 140 บาทเป็น 160 บาท เชื่อไม่นานขยับถึง 200 แน่ ส่วนที่ จ.ตาก แห่ขายหมดคอก หลังราคาทะลุหมื่น
นอกเหนือจากราคาสินค้าที่ขยับสูงขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันแล้ว ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับปัญหาราคาเนื้อวัว โดยเฉพาะในภาคอีสานที่พบว่ามีการขึ้นราคา จากกิโลกรัมละ 130-140 บาท เป็นกิโลกรัมละ 160-170 บาท ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยหลักคือ วัวในไทยขาดแคลนอย่างหนัก จากการถูกประเทศเพื่อนบ้านกว้านซื้อไป
นางสมหมาย พูลผล แม่ค้าขายเนื้อวัว ในหมู่บ้านศรีฐาน ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ในการขายเนื้อวัวเขตเทศบาลขอนแก่น กล่าวว่า ขายเนื้อวัวมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยสามีจะไปซื้อที่ตลาดนัดโคกระบือบ้านหนองหลุบ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สัปดาห์ละประมาณ 10 ตัว ในราคาตัวละ 5,000-6,000 บาท งวดละประมาณ 7 หมื่นบาท นำมาชำแหละขายวันละ 2-3 ตัว ราคาหน้าเขียงอยู่ที่กิโลกรัมละ 140 บาท ขายราคานี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว
กระทั่งปลายปี 2553 วัวในตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ราคาตัวละต่ำกว่า 1 หมื่นบาทหาซื้อไม่ได้แล้ว ราคาสูงเป็นตัวละ 1.5-1.8 หมื่นบาท ต้องจ่ายเงินซื้อวัวงวดละกว่า 2 แสนบาท ทำให้ต้องปรับราคาหน้าเขียงขึ้นเป็น กก.ละ 160 บาท และลดการชำแหละเหลือเพียงวันละ 2 ตัวเท่านั้น คาดว่าอีกไม่นานต้องปรับราคาเนื้อวัวหน้าเขียงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 200 บาท เพราะราคาวัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และหาซื้อได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่นางนาง น้ำพระ แม่ค้าขายเนื้อวัวในหมู่บ้านเดียวกัน กล่าวว่า ปัจจุบันวัวมีราคาแพงมาก และหาซื้อได้ขนาดที่เล็กลง ไม่มีวัวตัวโตให้เลือกมากนัก ทราบว่ามีการส่งวัวออกไปต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้วัวในตลาดมีน้อยลง ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้นกว่าเท่าตัว บางรายที่ไปรับมาขายต่อ ต้องขายราคากิโลกรัมละ 200 บาทก็มี เมื่อราคาแพงขึ้น ลูกค้าก็หันไปรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทน ทำให้ขายไม่ดี ต้องชำแหละเหลือเพียงวันละตัวเท่านั้น
"ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคุมการส่งออกวัวควายขายนอกประเทศด้วย เพราะการเข้ามากว้านซื้อเป็นจำนวนมากทำให้วัวขาดตลาด ราคาก็เลยต้องสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อยในประเทศและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก" แม่ค้ากล่าว
ด้านพ่อค้าคนกลางรายหนึ่ง กล่าวว่า ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีนายฮ้อยชาวเวียดนามเดินทางเข้ามาซื้อวัวควายในตลาดแถบอีสานของไทย ทำให้บรรยากาศการขายคึกคักเป็นพิเศษ มีเงินสะพัดในตลาดนัดโคกระบืออย่างมาก โดยวิธีการซื้อจะมีทั้งผ่านนายหน้าคนไทยที่ซื้อไปขุนไว้ขายต่อ พวกนี้จะได้กำไรมากกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีคนเวียดนามที่เดินทางเข้ามาติดต่อขอซื้อเอง แต่ละครั้งซื้อไม่ต่ำกว่า 200 ตัว
พ่อค้ารายนี้ กล่าวว่า ราคาเนื้อวัวในประเทศเพื่อนบ้าน มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 200 บาท ขณะที่ไทยมีราคา 140-160 บาท จึงเป็นที่ต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้วัวไทยได้ปรับปรุงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคุณภาพเนื้อและขนาดตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวยุโรปที่มาทำธุรกิจในประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา จึงมีการสั่งซื้อไม่อั้น แต่เมื่อมีการกว้านซื้อมาได้ระยะหนึ่ง ทำให้วัวในไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากอดีตตระเวนซื้อวัวมาขายต่อได้ครั้งละ 20-30 ตัว แต่ปัจจุบันจะหาซื้อ 2-3 ตัวยังยาก
ขณะที่ปัญหาวัวขาดแคลนลามถึงภาคเหนือ นายชนินทร์ ทรงเมฆ ผู้จัดการสหกรณ์ตากบีฟ จำกัด เปิดเผยว่า จ.ตาก มีการเลี้ยงโคเป็นจำนวนมาก ทั้งโคพันธุ์พื้นเมืองที่เลี้ยงตามธรรมชาติ และโคขุนที่เลี้ยงในระบบฟาร์ม แต่ขณะนี้พบว่าโคพันธุ์พื้นเมืองที่มีเกษตรกรเลี้ยงอยู่ทั้งจังหวัดกำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีพ่อค้าจากเวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย เข้ามากว้านซื้อโดยให้ราคาสูงกว่าราคาขายในประเทศ ทำให้เกษตรกรพากันขายไปเกือบทั้งหมด
ขณะเดียวกันพื้นที่ทุ่งหญ้าและพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวนมากที่เคยใช้ในการเลี้ยงโคพื้นเมืองยังถูกเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เนื่องจากราคาผลผลิตดี ทำให้พื้นที่เลี้ยงวัวหายไป จนปัจจุบันโคพื้นเมืองหายากและมีราคาสูง จากเดิมเฉลี่ยกิโลกรัมละ 40 บาท เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20-30 บาท
อย่างไรก็ตามในส่วนของสหกรณ์ตากบีฟ ซึ่งรับซื้อโคมาชำแหละแปรรูปจำหน่ายยังไม่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากสหกรณ์รับซื้อโคขุนจากฟาร์มเลี้ยง และยังมีลูกค้าคนละกลุ่มกับโคพื้นเมือง
นายสัญญา ศิริลักษณ์ นักจัดการงานทั่วไป สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดตาก ระบุว่า การกว้านซื้อวัวในแถบภาคอีสานส่งผลให้วัวในพื้นที่ จ.ตาก เริ่มขาดแคลนไปด้วย เพราะวัวพื้นเมืองใน จ.ตาก ถูกกว้านซื้อไปเพื่อทดแทนการบริโภคในภาคอีสาน และอีกส่วนหนึ่งถูกส่งไปขายในประเทศกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งขณะนี้พบว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวพากันขายวัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้ราคาดี โดยเฉพาะวัวอายุ 2 ปี หากขายในจังหวัดจะได้ราคาตัวละ 7,000-8,000 บาท แต่หากส่งไปขายแถบอีสานและประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้จะได้ราคาที่ 9,000 -11,000 บาท
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปศุสัตว์จังหวัดตากเป็นห่วงว่าจะทำให้วัวในพื้นที่ขาดแคลนมากขึ้น ขณะเดียวกันหากผู้เลี้ยงเห็นแก่ราคามากจนเกินไปอาจส่งผลกระทบในอนาคตได้ เพราะถ้าขายไปทั้งหมดแล้วต้องการกลับมาเลี้ยงภายหลัง จะต้องมีต้นทุนซื้อแม่พันธุ์ในราคาสูง ปศุสัตว์จังหวัดตากจึงให้คำแนะนำว่า ถ้าต้องการขาย ควรเหลือแม่พันธุ์หรือดำรงพันธุ์ไว้ และควรขายเฉพาะที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพราะในอนาคตแนวโน้มราคาวัวในประเทศจะดีขึ้นมากกว่านี้



