ข่าว

พนิชวัวพันหลัก

พนิชวัวพันหลัก

11 ม.ค. 2554

ทนายความฝ่ายไทย จะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ นายวีระ สมความคิด กับพวกวันนี้ ซึ่งหากศาลกัมพูชามีคำตัดสินแล้ว การพิจารณาก็จะเปลี่ยนไปเป็นการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือวิธีการอื่นๆ

 ซึ่งสามารถเจรจากับสมเด็จฮุน เซนได้ในฐานะผู้นำสูงสุด แต่ปรากฏการณ์พนิช วิกิตเศรษฐ์ ซึ่งดูเหมือนว่าจะไปทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย และรัฐสภาไทย แต่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาบุกรุกดินแดน คงไม่สามารถอธิบายได้อย่างตรงไปตรงมาว่าเพราะนายพนิชทำผิดกฎหมายของเขา ก็ต้องถูกลงโทษซึ่งเป็นหลักการปกติ หากการที่นายพนิชถูกเหวี่ยงแหรวบไปกับนายวีระ สมความคิด และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบางคน น่าจะมีนัยสำคัญบางประการที่น่าติดตาม

 นายวีระ สมความคิด เป็นเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ที่คล้ายแนบแน่นกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอกับพันธมิตร โดยเฉพาะกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เคยกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาค และโต้แย้งกันไปมาระยะหนึ่ง ถึงกระนั้น นายวีระก็ยังใช้มวลชนพันธมิตรเป็นแนวร่วมในการขับเคลื่อนขบวนการกดดันเรื่องเขาพระวิหารตลอดมา เมื่อเดือนกันยายน 2552  นำพันธมิตรกลุ่มหนึ่งไปอ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดนรอบๆ ปราสาทพระวิหาร เนื้อที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จนเกิดการปะทะกันระหว่างพันธมิตร กับชาวบ้านในพื้นที่จนบาดเจ็บไปทั้งสองฝ่าย ครั้งนี้ก็เป็นพันธมิตรบางส่วนที่ถูกจับกุมตัวไป

 กัมพูชาเชื่อว่า นายวีระ สมความคิด เจตนาบุกรุกเข้าไปในดินแดน และเจตนาจะให้ถูกจับ เพราะนายวีระถูกจับมาครั้งหนึ่งแล้วโดยได้รับการปล่อยตัวไป ในขณะที่ฝ่ายพันธมิตรก็แข็งขันในการนำเสนอข้อมูลเรื่องปราสาทพระวิหาร อีกทั้งแสดงหลักฐานว่า คนไทยทั้งเจ็ดถูกจับในดินแดนไทย นอกจากนั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ก็ได้ร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ แถลงจุดยืนในการชุมนุมใหญ่วันที่ 25 มกราคม กดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทย แก้ปัญหาคนไทยทั้งเจ็ดที่ถูกจับอย่างมีศักดิ์ศรี มองอีกมุมหนึ่งเรื่องปราสาทพระวิหารอาจเป็นเพียงเกมอำนาจ ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คือภาพความอ่อนแอของนายกฯ ไทย ในฐานะผู้นำประเทศใหญ่ ที่ยอมศิโรราบประเทศเล็กง่ายดาย

 ใครจะชนะในเกมนี้ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ไปทำหน้าที่ซึ่งมีสถานะรับรองอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับนักการเมืองไทยหลายคนก็เคยไปทำหน้าที่นี้ ในบทบาทและสถานะซึ่งประเทศเพื่อนบ้านจะต้องยกเว้นให้หากมีกรณีที่จะละเมิดกฎหมายไปบ้าง นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยไปทำหน้าที่นี้ แต่กรณีของนายพนิชถูกลากดึงไปเป็นส่วนหนึ่งของนายวีระ และพันธมิตร ซึ่งในความเป็นจริงทั้งสามส่วนนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย หากฮุน เซนเดินเกมปล่อยนายพนิช แต่ขังนายวีระ หรือพันธมิตรคนอื่น รอยร้าวระหว่างพันธมิตรกับประชาธิปัตย์ก็จะเด่นชัดมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ชนะในเกมนี้มีคนเดียวคือฮุน เซน