ข่าว

รากหญ้าหวั่นประชาวิวัฒน์ทำไม่ได้อย่างพูด

รากหญ้าหวั่นประชาวิวัฒน์ทำไม่ได้อย่างพูด

10 ม.ค. 2554

ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เผยดึงแรงงานนนอกระบบเข้าประกันสังคมเป็นเรื่องดี แต่ยังไม่ชัดเจน-มีผลระยะสั้น

(10ม.ค.) ที่ผ่านมาตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาญชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ เพื่อเป็นของ ขวัญมอบแก่ประชาชนมีทั้งหมด 9 ข้อ เริ่มจากเปิดช่องให้แรงงานนอกระบบได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม เปิดสินเชื่อให้โชเฟอร์แท็กซี่กู้ซื้อรถ จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์-หาบเร่แผงลอย ตรึงราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน ให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแบบถาวร ลดต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค แถมขีดเส้นภายในครึ่งปีจะลดคดีอาชญากรรม 20%

 นายทักษิณ ไทยทองหลาง อายุ34 ปีคนขับแท็กซี่รับจ้าง กล่าวว่า การที่รัฐบาลประการประชาวิวัฒน์ 9 ข้อในวันนี้ ตนคิดว่าหากรัฐฯทำตามที่เสนอมาเป็นเรื่องที่ดีหากทำได้อย่างที่พูดจริง แต่ในข้อที่จะให้แท็กซี่เข้าถึงสินเชื่อได้นั้นโดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากและไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ตนคิดว่าเป็นเพียงคนขับแท็กซี่เครดิตมันคงมีไม่มากพอหากทำการกู้ใดๆ ทั้งหลักฐานและเอกสารมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก โดยตนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเกินที่จะดำเนินการและแก้ไขตรงจุดนี้ และสำหรับตนมองว่าประชาวิวัฒน์ที่รัฐบาลประกาศมันก็คือประชานิยมที่รัฐฯนำเป็นเครื่องมือในการหาเสียงเพราะคิดว่าเป็นอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัยมานายทักษิณกล่าว

 ด้านแม่ค้าขายน้ำผลไม้และกาแฟหาบเร่แพงลอยหน้ากระทรวงแรงงาน เห็นด้วยกับหลักการที่รัฐบาลเสนอและประกาศประชาวิวัฒน์ในวันนี้ เพราะจะได้ช่วยเหลือประชาชนคนรากหญ้าได้จริง เนื่องจากทุกวันนี้ตนเป็นแม่ค้าแผงลอยที่ต้องจ่ายเงินให้กับเทศกิจเดือนละ 500บาททุกเดือน หากรัฐจะช่วยดำเนินการให้ถูกกฎหมาย ตนจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน 500 บาททุกเดือน ซึ่งจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนลูก ส่วนการที่จะให้แรงงานนอกระบบเข้าประกันสังคม ตนมองว่ากลัวจะไม่ได้รับสิทธิทั้งหมดเหมือนพนักงานโรงงานจริง คืออาจจะมีข้อจำกัดในการรักษาพยาบาล ส่วนในเรื่องที่รัฐจะลดค่าครองชีพตนอยากให้ลดราคาสินค้า อย่างนม,แก๊ส และน้ำตาล จากประชาวิวัฒน์ที่รัฐบาลประกาศนั้น สามรถทำได้จริงจะทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นและลดภาวะข้าวยากหมากแพงได้

 ส่วนคนขับรถมอเตอร์ไซร์รับจ้าง วินหน้ากระทรวงแรงงาน บอกว่า เห็นด้วยทุกข้อที่รัฐเสนอเพราะเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยทุกคน โดยเฉพาะเรื่องที่จะดึงแรงงานนอกระบบเข้าประกันสังคม ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้ช่วยลดให้คนตายช้าลง ตนมองว่า 50%ที่รัฐจะแก้ไขทำตามนโยบายประชาวิวัฒน์จะดำเนินการและทำได้จริง

แรงงานนอกระบบเผยประชาวิวัฒน์ไม่ชัดเจน
 
 นางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการประกาศมาตราการดังกล่าว แม้ว่าจะยังไม่ดีมากนักและไม่เท่าเทียมกับแรงงานในระบบก็ตาม แต่อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม

 นางสุจิน กล่าวว่า จากการพูดคุยกับสมาชิกเครือข่ายแรงงานนอกระบบล้วนมีความเห็นตรงกันว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ควรเก็บเงินสมทบกับแรงงานนอกระบบให้น้อยลงและให้รัฐบาลเข้ามาร่วมจ่ายมากขึ้น หรือไม่เช่นนั้นควรเพิ่มสิทธิ์ประโยชน์ให้มากขึ้น เพื่อจูงใจให้แรงงานนนอกระบบเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม นอกจากนี้อยากเปลี่ยนจากสิทธิ์บำเหน็จชราภาพมาเป็นบำนาญชราภาพ เนื่องจากเงินบำนาญถือเป็นหัวใจสำคัญของแรงงานนนอกระบบในการดำรงชีวิตในสังคม ทั้งนี้การประกาศมาตราการดังกล่าว ทำให้สปส.มีสถานะอยู่ภายใต้ระบบประชาภิวัฒน์ที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อหมดวาระรัฐบาลจะมีใครรับประกันได้ว่ามาตราการดังกล่าวจะไม่ล่ม ดังนั้น รัฐบาลจะทำอย่างไรให้เงินสมทบประเดิมกองทุนสปส.นี้มีผลระยะยาวและใช้ได้ตลอดไป ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน

 น.ส.วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานโครงการสื่อสารแรงงาน กล่าวว่า การที่รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะในเรื่องของหลักประกันชีวิต ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะสามารถทำได้จริงและเข้าถึงแรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ได้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวยังใหม่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะต้องประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เช่น ในเรื่องการติดต่อขอแบบฟอร์มและวิธีการจ่ายเงินสมทบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องยาก หากจะทำควรจะเป็นในลักษณะคล้ายกับการขายประกันลงพื้นที่ทุกกลุ่ม ทั้งนี้หากมองในภาพรวมแล้วบุคลากรของสปส.ยังมีจำกัดและไม่สามารถทำได้
 น.ส.วาสนา กล่าวว่า การที่นายกฯออกมาประกาศนำร่องแรงงานนอกระบบใน 3 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนขับรถแท็กซี่และหาบเร่แผงลอยเห็นจะไม่ถูกต้อง หากต้องการลดความเหลื่อมล้ำจริงต้องไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มอาชีพเหล่านี้ นอกจากนี้ในส่วนของการเก็บเงินสมทบ จำนวน 2 อัตรา คือ 100 บาทและ150 บาทต่อเดือนนั้น เป็นการกำหนดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและหวังผลในการเลือกตั้ง เพราะหากโปร่งใสจริงจะต้องมีการปรึกษาหารือถึงเกณฑ์การเก็บเงินสมทบดังกล่าวก่อน ไม่ใช่กำหนดขึ้นมาลอยๆโดยไม่ทราบว่าใช้อะไรเป็นตัวตั้ง นอกจากนี้หากมีแรงงานนอกระบบเข้าสู่ประกันสังคมเป็นจำนวนมากกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ จะส่งผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคมหรือไม่และรัฐบาลจะดำเนินอย่างไรต่อไป

 ด้านนายธนธรณ์ แปงคำใส ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างย่านดินแดง กล่าวว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือวินมอเตอร์ไซด์ ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ขณะเดียวกันการจัดระเบียบก็ยังมีช่องว่างทางกฎหมาย เมื่อมีการจัดระเบียบเกิดขึ้น เพราะเสื้อวินในกฎหมายกำหนดไว้ห้ามขาย แต่บางคนต้องซื้อเสื้อวินต่อจากคนอื่น หรือเช่าเสื้อ เพราะไม่สามารถทำเป็นรถรับจ้างป้ายสีเหลืองได้ เมื่อเจ้าหนี้ที่ตำรวจเรียกตรวจใบอนุญาตก็จะถูกเปรียบเทียบปรับ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเก็บเงินจากวินมอเตอร์ไซด์บางวิน จึงอยากฝากรัฐบาลดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ ส่วนที่รัฐบาลต้องการให้กลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งรวมไปถึงวินมอเตอร์ไซด์เข้าไปอยู่ในระบบประกันสังคมโดยที่จ่ายใน 2 อัตรา คือ 100 บาทต่อเดือน รัฐช่วยสมทบ 30 บาท ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือชดเชยการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และ 150 บาท รัฐช่วยสมทบ 50 บาท ได้สิทธิ์ 4 กรณี โดยเพิ่ม สิทธิ์เงินออมบำเหน็จชราภาพนั้น ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากทราบรายละเอียดสิทธิประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับให้ชัดเจนกว่านี้

 นายบุญเลิศ ไขขุมเหล็ก ผู้ขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า หากเป็นนโยบายที่ไม่มุ่งหวังผลทางการเมืองก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก พร้อมฝากดูแลเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชอบเปรียบเทียบปรับอย่างไม่เป็นธรรม ส่วนเรื่องการเข้าสู่ระบบประกันสังคมก็คิดว่าดี เพราะทุกวันนี้เมื่อเจ็บป่วย ก็ต้องใช้เงินของตน หรือใช้สิทธิ์จากบัตรทอง 30 บาท แต่เมื่อเจ็บป่วยก็ไม่มีรายได้จึงทำให้ลำบากในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล