
"ชวรัตน์"หนุนประชาวิวัฒน์ปัดหาเสียง
"ชวรัตน์" ชูมือหนุน "ประชาวิวัฒน์"ปัดตั้งธงหาเสียง เชื่อมือรัฐสานงาน 9 ข้อ กทม.ขานรับเดินเครื่องสำรวจจำนวน " ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย-วินมอไซด์" แกนนำปชป.โวประชาวิวัฒน์เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง
(10ม.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ส่วนตัวถือว่า เป็นนโยบายที่ดี ที่รัฐบาลควรจะต้องช่วยกันเพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติสามารถนำไปใช้จริงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่รับของขวัญ ว่า จะนำไปใช้เป็นหรือไม่ ซึ่งต้องมีศักยภาพของตัวเองด้วย เช่น การดำเนินการด้านการเงิน หรือไฟแนนซ์ กับบริษัทเงินทุน ตัวประชาชนเองต้องสร้างศักยภาพให้ผู้ให้กู้มีความเชื่อมั่น ส่วนปัญหาเรื่องผู้ค้ำประกันด้านการเงินนั้น ก็คงมีวิธีช่วยเหลือต่อไป แต่ผู้ขอกู้ต้องสร้างความเชื่อมั่น ปรับปรุงคุณภาพของตัวเองให้ได้
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่า นโยบายประชาวิวัฒน์ เป็นการหาเสียงก่อนเตรียมการเลือกตั้งในปีนี้นั้น ไม่ใช่นโยบายหาเสียง แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งมั่นใจว่า นโยบายทั้ง 9 ข้อจะสามารถนำไปปฏิบัติได้และควรทำจะสำเร็จได้ถ้าประชาชนให้ความสนใจ
กทม.ขานรัสำรวจผู้ค้าหาบเร่แผงลอย-วินมอไซด์
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศ 9 มาตรการ ตามโครงการประชาวิวัฒน์ ว่า ในส่วนของ กทม.พร้อมให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กทม.ดูแลรับผิดชอบ โดยเฉพาะด้านการสำรวจจำนวนตลอดจนจัดทำบัญชี เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนและจัดทำบัตรประจำตัวกลุ่มผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย และกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ(มอเตอร์ไซค์รับจ้าง) ตามนโยบายรัฐบาล ให้ทุกอย่างพร้อมส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก ธนาคารพาณิชย์-สถาบันทางการเงินต่างๆ และหน่วยงานอื่นๆ ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นดำเนินการตามแผน ซึ่งจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ระบุไว้ในวันแถลงเปิดตัวโครงการคือตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้เป็นต้นไป โดยกทม.นั้นก็มีโครงการปรับปรุงพัฒนาและเพิ่มจำนวนจุดจอด(วิน)ให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะเริ่มต้นดำเนินการเร็วๆ นี้
นายธีระชน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินการในความรับผิดชอบของกทม.โดยตรงยังมีเรื่องการแก้ปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมืองด้วยการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย พร้อมทั้งพิจารณาจุดผ่อนผันให้ผู้ค้าเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 20,000 ราย จากเดิมที่มีประมาณ 20,000 ราย รวมทั้งสิ้นเป็น 40,000 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้ผู้ค้าสามารถที่จะทำการค้าได้อย่างถูกต้องและเป็นระเบียบเรียบร้อย เบื้องต้นคาดจะมีการขยายและเพิ่มเติมจุดผ่อนผันจากเดิมที่มีอยู่ 600 กว่าจุด เป็น 1,000 จุดทั่วพื้นที่กทม.ทั้ง 50 เขต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้แต่สำนักงานเขตทำการสำรวจและส่งรายงานผลการพิจารณาเพิ่มจุดผ่อนผันเข้ามายังสำนักเทศกิจรวบรวมภายในวันที่ 17 ม.ค.นี้ ก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกทม.พิจารณาและส่งต่อให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ความเห็นชอบประกาศเป็นจุดผ่อนผันต่อไปตามลำดับ
" อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนหรือขยายจุดผ่อนผันเพื่อให้ผู้ค้านอกจุดมาทำการค้าได้นั้น ทุกๆ สถานที่และผู้ค้าทุกๆ รายจะต้องปฏิบัติตามหรืออยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไม่กีดขวางหรือรุกล้ำผิวจราจร ต้องมีการเว้นช่องทางเดินให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาอย่างน้อย 1 ม. และต้องรับผิดชอบเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดไม่ให้มีการร้องเรียนเกิดขึ้นด้วย ” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากรายงานผลการสำรวจจำนวนวิน และจำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือวินจยย.รับจ้างประจำปี 53 ซึ่งสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตส่งมารวบรวมที่สำนักเทศกิจและสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม.(เฉพาะในส่วนของวิน-ผู้ขับขี่ที่ถูกต้องตามระเบียบ ไม่นับรวมวิน-ผู้ขับขี่เถื่อน) ผลสำรวจเบื้องต้นพบว่า ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวนผู้ขับขี่จยย.รับจ้างทั้งสิ้น 103,747 คน จากจำนวนวินที่มีทั้งหมด 4,488 วิน ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีจำนวนผู้ขับขี่จยย.รับจ้างมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.เขตจตุจักร มี 5,124 คน ( 192 วิน - มากที่สุดใน 50 เขต ) 2.เขตดอนเมือง มี 4,600 คน ( 168 วิน ) 3.เขตดินแดง มี 3,991 คน ( 121 วิน) 4.เขตบางกะปิ มี 3,700 คน ( 89 วิน ) และ 5.เขตคลองเตย มี 3,553 คน ( 185 วิน )
ส่วนพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ขับขี่จยย.รับจ้างน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.เขตสัมพันธวงศ์ มี 151 คน(18 วิน-น้อยที่สุดใน 50 เขต) 2.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มี 380 คน(56 วิน) 3.เขตทวีวัฒนา มี 526 คน(34 วิน) 4.เขตสะพานสูง มี 608 คน(24 วิน) และ 5.เขตคลองสามวา มี 686 คน(59 วิน)
แกนนำปชป.โวประชาวิวัฒน์เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง
นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาชิงชนะเลิศจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2553 ถึงกรณีฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยโจมตีประชาวิวัฒน์ ของขวัญ 9 กลุ่มของนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์พรรคแกนนำรัฐบาล ว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายสามารถแสดงคิดเห็นได้ แต่ตนอยากจะให้เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง วันนี้เห็นได้ชัดเจนว่า 2 ปีของรัฐบาลนี้ก็ได้มีการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจก็จะมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น ในเรื่องของคุณภาพชีวิตและทางด้านสังคมก็มีความชัดเจน ไม่ว่าโครงการเรียนฟรี 15 ปี โครงกาสรช่วยเหลือผู้สูงอายุ โครงการช่วยเหลือพี่น้อง อสม.
และในขณะนี้เมื่อรัฐบาลลงไปสู่การเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพรับจ้างหรืออาชีพอิสระทั่วไป ตนคิดว่าก็จะเป็นจุดที่ทำให้เห็นว่า การดูแลพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพดำเนินการอย่างทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนั้นการเร่งรัดในการออก พ.ร.บ.เงินออมแห่งชาติที่จะไปช่วยเหลือให้พาน้องประชาชนได้มีหลักประกันในเรื่องของการมีเบี้ยบำนาญตนคิดว่าอันนี้จะเป็นเรื่องของการพัฒนาทางสวัสดิการสังคมที่เกิดขึ้นประเทศไทย และตนอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ให้การยอมรับตรงนี้ เพราะถ้าเราได้ขับเคลื่อนในแนวทางนี้ต่อไปคนที่ได้รับประโยชน์คือ พี่น้องประชาชน
ส่วนในฐานะแกนนำพรรคประชาธิปัตย์มองเรื่องนี้เป็นการหาเสียงหรือไม่นั้น นายชินวรณ์ บอกว่า ทุกคนต้องแย่งกันหาเสียง ถ้าว่าเสียงนั้นมาจากการที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ก็ถือว่าเป็นเรื่องปรกติในระบอบประชาธิปัตย์ กับการไปหาเสียงโดยสร้างความแตกแยก สร้างความรุนแรง ขอให้หาเสียงโดยการสร้างสรรค์ตนว่าเป็นสิ่งที่ดี



