ข่าว

"ฮุน เซน"ยันไม่แทรกแซงคดี7คนไทย

"ฮุน เซน"ยันไม่แทรกแซงคดี7คนไทย

10 ม.ค. 2554

“องอาจ” ปัดตอบปัญหา"เขมร” จับกุม “ 7 คนไทย” ย้ำ “รบ.” พยายามประสานทุกช่องทาง เชื่อ แนวโน้มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธทหารไทยยิงคนเขมร ยันเป็นการป้องกันตัวเองขณะที่กำลังลาดตระเวนปะทะกับกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์

(10ม.ค.) สื่ออินเตอร์เน็ต ของกัมพูชา เว็บไซต์  Dap the breaking new in cambodia ของ น.ส.พ.เดิมอัมปรึล(แปลว่า น.ส.พ.ต้นมะขาม) เดิมอัมปรึลออนไลน์ ได้เสนอข่าวว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งได้เดินทางไปมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในสถาบันการบัญชี วันดา ณ.สถาบันการศึกษาแห่งชาติ กลางกรุงพนมเปญ วันที่ 10 ม.ค. 54 

 ผู้นำกัมพูชากล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า  " คนไทยหัวแข็งทั้ง  7  คน ได้สั่งการชัดเจนแล้วว่า ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือกรณีนี้ได้ ต้องให้ศาลเป็นผู้ดำเนินการ   กรณีนี้เป็นหน้าที่ของศาล   ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ แม้จะเป็นองค์การสหประชาชาติก็ตาม หรือรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่สามารถช่วยได้  จะไม่มีการลักหลั่นกันในกรรมวิธีของศาล ทุกอย่างต้องเป็นไปตามวิธีกา  แม้จะเป็นศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ก็ต้องทำตามวิธีการของศาล ไม่มีใครช่วยเหลือได้  และจะไม่มีการออกแถลงการณ์ใดใดที่กระทบต่อความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศ " สื่อกัมพูชา ระบุ

 ส่วนสถานการณ์ทั่วไปตามแนวชายแดน จ.สระแก้ว โดยเฉพาะที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กำลัง ตชด. 126 ของไทยได้ลดกำลังลง  เช่นเดียวกับ  ทางด้านบ้านโจ๊ก เจีย ฝั่งประเทศกัมพูชา กำลังทหารจาก 503 ของกัมพูชาก็ลดกำลัง  เช่นกัน

“องอาจ”ปัดตอบปัญหา"เขมร”จับกุม7คนไทย

 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประสานกับรัฐมนตรีข่าวสารกัมพูชา กรณีที่ 7 คนไทยถูกจุบกุมตัวขึ้นศาลกัมพูชาบ้างหรือไม่ว่า รัฐบาลก็มีการพูดคุยกันทุกช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งก็พยายามที่จะทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือคนไทยทั้ง 7 คนให้ได้ ซึ่งตนคิดว่าแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เช่น ประสานงานขอให้ศาลกัมพูชาเร่งรัดการไต่สวน ซึ่งศาลกัมพูชาก็ไม่ได้พักเที่ยง จากเดิมเริ่ม 8 โมงเช้าและต้องพักเที่ยงถึงบ่าย 2 โมง และ 5 โมงเย็นเลิก ซึ่งในเวลาเที่ยงถึงบ่าย 2 โมงศาลกัมพูชาก็ไม่พัก มีการดำเนินการต่อเนื่องโดยนำข้างกล่องเข้าไปทานในที่ไต่สวน ขณะที่สถานฑูตไทยในกัมพูชาก็ได้เตรียมข้างกล่องไปให้คนไทยทั้ง 7 คนเช่นกัน   ซึ่งเรื่องนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าเขาก็พยายามที่จะเร่งรัดให้การดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าดูภายนอกอาจจะมองว่าไม่ราบรื่น แต่ภายในที่ได้เจรจานั้นราบรื่นใช่หรือไม่ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้อนุญาติให้ญาติพี่น้องเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีข่าวสารของกัมพูชาได้แจ้งอะไรให้ทราบบ้างหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ตนคงพูดรายละเอียดมากอะไรไม่ได้ แต่ในส่วนของรัฐบาลนั้นทำงานเต็มที่ โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลักในการดำเนินการ  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีบางคนตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นเพราะการเมืองในประเทศของไทยเข้าไปมีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้ด้วย รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่อยากไปโทษใคร ตนคิดว่าประเด็นคือเราต้องพยายามช่วยเหลือทั้ง 7 คนให้ได้ก่อน เพราะตรงนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญ เรื่องอื่นเป็นปัจจัยภายนอก และคงไม่มีใครอยากไปอยู่ในสภาพอย่างนั้น

แม่ทัพภาคที่2ปฏิเสธทหารไทยยิงคนเขมร

 พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ก่อนจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปราชการเพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถึงกรณีที่กัมพูชาเตรียมส่งภาพคนกัมพูชาถูกทหารไทยยิงเสียชีวิตให้กับรัฐบาลไทยเพื่อเป็นการประจานนั้นว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 2 นั้น เหตุเกิดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 ทหารไทยได้ลาดตระเวนพบกลุ่มผู้ลักลอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า จึงได้ส่งสัญญาณเข้าตรวจค้นและจับกุมแต่ถูกกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้แทนทหารไทยจึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการยิงตอบโต้และเกิดการปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายก็ล่าถอยไปโดยฝ่ายไทยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิต

 "ส่วนกลุ่มที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ในเขตไทยก็ไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ จนรุ่งเช้าทหารกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจภูธรสภ.ขุนหาญ, ตชด และฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ ได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่ก็พบร่องรอยการตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้างและยึดไม้ของกลาง เลื่อยโซ่ยนต์ได้จำนวนหนึ่งแต่ไม่พบผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถ้าเป็นกรณีดังกล่าวนี้เป็นการป้องกันตัวเองของทหารไทยไม่ใช่เป็นการจงใจไปยิงหรือทำร้ายชาวกัมพูชาแต่อย่างใดเพราะเหตุที่เกิดเป็นการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ของประเทศไทยตามนโยบายปกติซึ่งทหารไทยก็ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำทุกวันอยู่แล้วและเรื่องนี้กองทัพภาคที่ 2 ก็ได้รายงานให้กองทัพบกและรัฐบาลทราบไปก่อนหน้านั้นแล้ว" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว