ข่าว

ภารกิจพลิกโฉมอาชีวะ สู่ "เพชรน้ำหนึ่ง"

ภารกิจพลิกโฉมอาชีวะ สู่ "เพชรน้ำหนึ่ง"

11 ม.ค. 2554

ข่าวเด็กช่างกลยกพวกตีกันรายวัน ดูจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของพ่อแม่ที่กำลังตัดสินใจส่งลูกหลานวัยเสี่ยงเข้าเรียนสายอาชีวะ ขณะที่อีกมุมหนึ่งของผู้เกี่ยวข้องพยายามยกระดับความมั่นใจ โดยชูโครงการสร้างสรรค์หวังลบภาพด้านลบเพื่อให้อาชีวะเป็นที่ยอมรับและเป็นอีกหนึ่งแ

  ล่าสุดโครงการ "อาชีวะเพชรน้ำหนึ่ง" โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานเอกชนชั้นนำ อาทิ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ กลุ่มไมเนอร์ กลุ่มบริษัทในเครือสหพัฒน์ เป็นต้น เล็งเห็นถึงศักยภาพของบุคลากรอาชีวศึกษา ทำการคัดเลือกน้องๆ สายอาชีวะ 2 สาขายอดนิยมของตลาดแรงงานฝีมือ อย่าง สาขาการออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกาย และ สาขาการออกแบบและจัดทำเครื่องประดับอัญมณี มาฝึกอบรมและปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการชั้นนำ พร้อมเชิญวิทยากรมืออาชีพระดับสากลมาถ่ายทอดวิชาให้แบบไม่มีหมกเม็ด เพื่อปั้นให้เป็นบุคลากรคุณภาพไม่แพ้บัณฑิตปริญญาตรี !!

 วันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ที่ห้องดุสิตฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี วันก่อน "หรีด" รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หนึ่งแม่งานสำคัญช่วยปลุกปั้นโครงการ เชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย โดยเฉพาะนายหญิงใหญ่สายอาชีวะ นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ยอมรับว่าภาพเด็กอาชีวะที่สังคมเบือนหน้าเป็นเพียงหย่อมเล็กๆ ส่วนใหญ่คิดดี ใฝ่ดี มีสมองสร้างสรรค์เป็นเลิศ โดยเฉพาะสองสาขาวิชาข้างต้นยังขาดแคลนหลายหมื่นอัตรา แต่จะทำอย่างไรให้ครูและนักเรียนมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญมากขึ้น หนทางหนึ่งคือต้องได้พบกับมืออาชีพในด้านนั้นๆ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ตรง

 "เราอยากให้ประชาชนปรับเปลี่ยนทัศนคติว่าจริงๆ แล้วเด็กอาชีวะมีองค์ความรู้ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ทั้งในและต่างประเทศ จบแล้วมีงานทำ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างวุฒิ ปวส. ด้านออกแบบอัญมณี เงินเดือนเริ่ม 8,000 บาท แต่ทำงานไม่เกิน 2 ปี มีรายได้เกิน 2 หมื่นบาทแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่ากังวลว่าต้องจบปริญญาตรี" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

 ด้าน วิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ มองว่า เป็นความภาคภูมิใจที่เมืองไทยมีช่างออกแบบเครื่องประดับฝีมือดี แม้ว่าทุกวันนี้แหล่งวัตถุดิบในเมืองไทยอาจจะหมดสิ้นแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแรงงานฝีมือ การร่วมมือทำกันงานใหญ่ครั้งนี้จึงเดินมาถูกทาง

 "ทุกวันนี้เวลาฝึกแรงงาน เราจะเรียกว่า "โลเทค (Lo-Tech)" แต่ "ไฮทัช (Hight -Touch)" คือการมีเด็กอาชีวะที่ได้รับการฝึกฝนทักษะและความรู้เข้ามา ก็จะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ นอกจากนี้ยังตกผลึกเป็นผู้ประกอบการได้ด้วย มีการศึกษาและพัฒนาธุรกิจ โครงการนี้จึงเป็นงานท้าทาย" วิชัย ย้ำความมั่นใจ

 การพัฒนาทักษะและฝีมือคนพันธุ์อาเป็นเรื่องต้องสนับสนุน แต่สิ่งที่ตัวแทนผู้ประกอบการอย่าง ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์  แห่งเจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นห่วงคือ ต้องไม่ลืมเติมเต็มจริยธรรม หรือความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมาปัญหาการสูญหาย หรือไม่ได้มาตรฐานของสินค้าระหว่างการผลิตมีมากขึ้น อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วส่งผลถึงชื่อเสียงและความมั่นใจของลูกค้าด้วย

 ทั้งนี้ โครงการจะเริ่มอบรมครู และนักศึกษาอาชีวะที่คัดเลือกมาแล้ว ระหว่างวันที่ 10-14 มกราคมนี้ ที่โรงแรมใบหยกสกาย กรุงเทพฯ โดยนักออกแบบอัญมณีชาวอิตาเลียนระดับโลก ฟูลวิโอ มาเรีย สคาเวีย จากนั้นจะเข้าไปฝึกงาน ณ สถานประกอบการต่างๆ ก่อนจะเดินทางไปดูงานทั้งด้านแฟชั่นและเครื่องประดับที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต่อไป