ข่าว

"ภท.-บรรหาร"หนุนสูตรส.ส.400+100

"ภท.-บรรหาร"หนุนสูตรส.ส.400+100

10 ม.ค. 2554

“บุญจง” ยันภท.หนุนสูตร 400+100 แต่พร้อมรับเสียงส่วนใหญ่ เชื่อไม่นำไปสู่ความขัดแย้งพรรคร่วมฯ “บรรหาร”ก็หนุนเผยพรรคร่วมฯคุยกันแล้วเห็นตรงกัน แถมยกเหตุผลสูตรเดิมผ่านการทำประชาพิจารณ์จากปชช.มาแล้ว

(10ม.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความไม่ลงตัวการแก้รัฐธรรมนูญของจำนวนเขตเลือกตั้ง ในมาตรา 93 - 98 ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ความเห็นแตกต่างถือเป็นเรื่องปกติของการเสนอกฎหมายของฝ่ายที่เห็นด้วยและคัดค้าน แต่ท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯเสียงข้างมากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะออกมาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในสูตร 400 + 100 นายบุญจง กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ เพราะในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละพรรคก็ให้ส.ส.เข้าร่วมพิจารณาอยู่แล้ว ตรงนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องน่าวิตก และสร้างความขัดแย้งถือเป็นเรื่องธรรมดามาก อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนในการสนับสนุนสูตร 400 + 100 แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเสียงขางมากว่าจะใช้สูตรไหนพรรคก็พร้อมน้อมรับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ความขัดแย้งตรงนี้จะส่งผลกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ใช่ ตรงนี้เป็นความเห็นต่างในประบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องปกติ ทุกฝ่ายต้องเอาเหตุผลมาคุยกัน วันนี้มีความเห็นตรงกันว่าควรแก้ไขเขตเลือกตั้งให้เป็นเขตเล็ก ซึ่งยังแตกต่างในเรื่องของตัวเลข  อย่างไรก็ตาม สูตรตัวเลข 400 + 100 ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องไปหารือว่าสูตร 375 + 125 ที่เสนอเข้ามามีข้อดีข้อเสียอะไร เชื่อว่าทุกอย่างสามารถคุยกันได้ สุดท้ายเชื่อว่าแต่ละพรรคไปหารือกันว่ารับในสูตรไหนก่อนที่จะมีการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป

บรรหารหนุนส.ส.สูตร400+100พรรคร่วมเห็นตรง

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงความเหมาะสมของส.ส.ระบบเขต และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า การมีผู้แทนเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ซึ่งจำนวนผู้แทนที่กำหนดในรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่กำหนดสัดส่วนให้มีส.ส.เขตจำนวน 400 คน และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน เป็นเรื่องที่ได้ไตร่ตรองมาอย่างดีและละเอียดถี่ถ้วนแล้ว มีการทำประชาพิจารณ์จากประชาชน และมีการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว คนก็ชิน ซึ่งเรื่องชินถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรู้ว่าใครอยู่เขตไหน พื้นที่ไหน รู้จักกันหมด ถ้าลดพื้นที่ลง โดยมีเหตุผลบางอย่าง หรือเพราะผู้แทนระบบเขตไม่มาประชุมแล้วแก้ไขให้มีส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากขึ้น ก็อยากให้ไปดูว่าในการประชุมสภาฯ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหายไปตั้งครึ่ง เรื่องนี้จึงไม่ใช่เหตุผล อะไรที่ทำมาแล้วไม่เสียหาย เกิดประโยชน์กว่าก็ไม่ควรเปลี่ยน การลดส.ส.ระบบเขตแล้วไปเพิ่มส.ส.ระบบสัดส่วนคงไม่ถูกต้อง

 “ผมเห็นว่าใช้สัดส่วนเดิมน่าจะเหมาะสมกว่า เขตไม่ต้องไปขยับคนไม่ต้องหาย คนหายไปทะเลาะกันอีก   ไม่งั้นพรรคก็ต้องไปดูเอาคนลงเขตไหน ยิ่ง 5 คนเหลือ 4 คนยิ่งแย่ใหญ่ ปัญหามันอยู่ตรงนี้   แต่อย่างไรสุดท้ายจะอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐสภาไปว่ากันอีกที”นายบรรหารกล่าว

          เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเห็นด้วยกับสัดส่วนส.ส.ระบบเขต 400 คนต่อส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คนใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เหมาะที่สุด ส่วนท่านอื่นจะเห็นอย่างไรเป็นความเห็นของท่าน ซึ่งท้ายที่สุดก็อยู่ที่รัฐสภา เมื่อถามต่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยกับสัดส่วน 400 + 100 นายบรรหารกล่าวว่า   พรรคร่วมฯคุยกันแล้วและมีความเห็นตรงกัน

 เมื่อถามต่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับตน เพราะเป็นเรื่องในรัฐสภา แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ความเห็นไม่ตรงกันบ้าง ไม่เห็นเป็นอะไร