
สื่อเขมรตีข่าว"พนิช"รับรุกล้ำดินแดน
"ชวนนท์" เผย ญาติ 7 คนไทยเข้าเยี่ยมที่คุกเขมรแล้ว ระบุ จะขอประ กันตัวหรือไม่คงต้องรอความชัดเจนจากศาล ด้านหนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี่ ตีข่าว "พนิช" สารภาพรุกล้ำดินแดนเขมร ด้านสุเทพ"ย้ำไม่สนพธม.จี้รัฐบาลออกมาตรการกดดันเขมร
(10ม.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบกรณี 7 คนไทยที่ถูกดำเนินคดีทีกัมพูชา ว่า ขณะนี้ญาติทั้งหมดที่เดินทางไปวานนี้(9ม.ค.)ได้เข้าเยี่ยมทั้ง 7 คนแล้วที่เรือนจำเพรย์ซอร์ ส่วนทนายพันธมิตรยังไม่ได้พบกับทนายชาวกัมพูชาที่ว่าความให้ แต่ได้คุยกับญาติและเอกอัครราชทูตไทยประจำ ณ กรุงพนมเปญ ส่วนเรื่องประกันตัวขณะนี้ทีมทนายความและทางสถานทูตรอดูความชัดเจนจากศาลกัมพูชาก่อนว่าจะไต่สวนเพิ่มเติมหรือจะพิจารณาคดีหรือไม่ เมื่อศาลมีความชัดเจนอย่างไรจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะประกันตัวหรือไม่
ด้านหนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี่ เปิดเผยการไต่สวน 7 คนไทยแล้ว โดยผู้พิพากษา ระบุว่าคนไทยทั้ง7คนยอมรับว่าเข้าไปในดินแดนของกัมพูชาจริง ขณะที่ทนายความ เปิดเผยว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ให้การต่อศาลในชั้นไต่สวนว่า ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่ไม่ตั้งใจ ซึ่งวันนี้จะยื่นขอประกันตัวในช่วงบ่าย โดยเงื่อนไขในการขอประกันตัว คือจะไม่หนี รายงานตัวอย่างเคร่งครัด พักอาศัยในกัมพูชา โดยจำกัดบริเวณอยู่ในสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวของศาลชั้นต้น กรุงพนมเปญ ช่วงเช้าที่ผ่านมามีการไต่สวนฝ่ายกัมพูชาหลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม ไต่สวนฝ่ายไทยไปแล้ว วันนี้เป็นเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวคนไทยทั้ง 7 คน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งประเด็นนี้เชื่อมโยงกับความพยายามของทางการกัมพูชาที่จะเพิ่มข้อหาจารกรรมข้อมูลทางทหารให้แก่ นายวีระ สมความคิด และนางนฤมล
ทั้งนี้นายณฐพร โตประยูร หนึ่งในทีมที่ปรึกษา กล่าวว่า แนวทางการต่อสู้โดยรวม ที่ปรึกษาจะแนะนำทนายความให้นำกฎหมายระหว่างประเทศมาต่อสู้ ซึ่งกัมพูชาจะตัดสินฝ่ายเดียวไม่ได้เนื่องจากผิดข้อตกลงเจนีวา ข้อ 3 ฉบับที่ 4 เมื่อปี 1949 โดยระบุไว้ว่า เมื่อมีกรณีพิพาทระหว่างชายแดน จะต้องมีการตั้งผู้แทนจากทั้ง 2 ประเทศ เป็นคณะของอนุญาโตตุลาการ ขึ้นมาพิจารณา ไม่สามารถใช้กฎหมายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินได้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการยื่นประกันตัว 7 คนไทย ว่า ตนตอบไม่ได้ว่าคนไทยทั้ง 7 คนจะได้ประกันตัวหรือไม่ ทั้งหมดอยู่ที่ทางการตัดสินใจของทีมทนายความ และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลกัมพูชา เหมือนบ้านเราเช่นกันการจะอนุญาตให้ประกันหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีการแลกเปลี่ยนนักโทษกัมพูชากับไทย เรื่องนี้มีความชัดเจนหรือไม่อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงเฉพาะกรณีนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ในอดีตนั้นเราเคยเจรจากันไว้ และทางกัมพูชาก็ได้ปล่อยนักโทษคนไทยมาแล้วตอนที่ตนไปกัมพูชา แต่กระบวนการของเรายังไม่สามารถจะส่งนักโทษของกัมพูชาคืนไปให้เขาได้ เพราะเรามีขั้นตอนตามกฎหมายของเรา
เมื่อถามถึง กรณีที่สื่อมวลชนกัมพูชามีการเผยแพร่ภาพมีทหารไทยไล่ยิงชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้ามาตัดไม้ในฝั่งไทยทางด้านอ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ปกติต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมายในฝั่งไทย หรือมีอะไรซ่อนเร้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรซ่อนเร้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.)หรือเจ้าห้าที่ทหารที่ดูแลบริเวณแนวชายแดน ก็ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติตามปกติ กรณีที่เกิดมีปัญหากันขึ้นในอดีตนานนมาแล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุ 7 คนไทย เพราะมีคนกัมพูชาซึ่งถืออาวุธเข้ามาตัดไม้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปผลักดันจับกุมก็มีการต่อสู้ปะทะกันเท่านั้น ซึ่งมีหลายกรณีทั้งที่จับกุมตัวและปล่อยตัวไป เมื่อถามว่า ทำไมข่าวนี้จึงถูกเผยแพร่ในกัมพูชาตอนนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้ที่เผยแพร่ข่าวมีความประสงค์อะไร สิ่งที่อยากรียกร้องคือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไทยหรือกัมพูชาต้องไม่ไปเติมเชื้อของความร้อนแรง ทั้งสองฝ่ายควรจะได้หาทางให้เหตุการณ์คลี่คลายลงด้วยดี เพื่อให้สมัมพันธไมตรีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซนได้พยายามคลี่คลายมาก่อนหน้านี้จะได้ดีขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การต่อสู้คดีว่าคนไทยพลัดหลงเข้าไป ทั้งที่มี 1 คนที่ก่อคดีซ้ำ 2 ครั้งแล้ว ศาลกัมพูชาจะพิจารณาอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนให้ความเห็นไม่ได้ เพราะเรื่องอยู่ในศาลแล้ว เรียนหลายครั้งแล้วว่าเราพูดน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น เมื่อถามว่า ที่เราถนอมคำพูดมากเกินไปจะทำให้เราถูกมองฝ่ายไทยอ่อนต่อกัมพูชาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คนไทยควรจะมีสติ ถ้าเอาอารมณ์ เอาความสะใจหรือความมันส์เข้าไปว่ากันก็จะเสียหายทั้งต่อ 7 คนไทย และเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราอยู่ด้วยกันอย่างนี้กับเพื่อนบ้านมีแต่จะต้องหาทางอดทน ผ่อนหนักผ่อนเบา ดีต่อกันไว้ดีกว่า ทั้งนี้ตนเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังมีช่องทางที่จะช่วย 7 คนไทย เมื่อถามว่า วิเคราะห์หรือไม่ว่าความจริงหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้หนักหนาอะไร ทำไมจึงกลายเป็นเรื่องความรุนแรง นายสุเทพ กล่าวว่า ที่จริงพวกเราก็รู้กันหมดตั้งแต่ต้น เข้าใจกันดีอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกลุ่มพันธมิตรฯประกาศไม่ให้รัฐบาลยอมรับคำตัดสินของศาลกัมพูชา และมีมาตรการตอบโต้ จะเป็นการเติมเชื้อไฟ มากขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลก็ต้องทำในแนวทางที่เห็นว่าดีที่สุดและเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ระบุแนวทางที่ทำอยู่ไม่น่าประสบความสำเร็จ อยากให้รัฐบาลออกมาตรการกดดันทั้งการทหารและความสมพันธ์ระหว่างประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลได้ทำตามแนวทางที่รัฐบาลเห็นว่าถูกต้องแล้ว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ดีตอบรับมาจากฝ่ายกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็ต้องพยายามต่อไปเรื่อย ๆ ที่จะหาทางช่วยเหลือคนไทยทั้ง 7 คน รวมทั้งการเจรจาในทางลับทำทุกอย่างทุกช่องทางต่างๆ เพื่อจะให้เกิดผลดีกับคนไทยทั้ง 7 คนมากที่สุด แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด และต้องพยายามทำไปเรื่อย เมื่อถามว่า แสดงว่า ณ วันนี้สัญญาณยังไม่ดีถึงต้องพยายามต่อ นายสุเทพ กล่าวว่าไม่ได้บอกอย่างนั้น แต่พยายามทำไป เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงเสนอแนะทางออกอย่างไร และถึงเวลาต้องปรับการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่อย่างไร เพราะรู้แล้วว่ามีฝีมือแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงมีแนวทางเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีเรียนต่อสาธารณชนไปแล้วคือพยายามพูดคุยกันหวังให้ฝ่ายกัมพูชาได้คำนึงถึงการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ตามแนวชายแดนขณะนี้ยังปกติอยู่ ไม่มีการเพิ่มกำลังทหาร เพราะไม่ต้องการให้สถานการณ์ตึงเครียดไปกว่านี้ อย่างไรก็ตามหลังปัญหาเรื่องนี้จบแล้ว ทางรัฐบาลไทยและกัมพูชาคงต้องพูดคุยกับถึงปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหาทุกจุด โดยมีคณะกรรมการปักปันเขตแดนทำอยู่แต่ที่ต้องชะงักงันไปเป็นครั้งคราวเพราเกิดปัญหาด้านความสัมพันธ์ ถ้าเรารักษาสัมพันธภาพดี ๆ เราก็ค่อย ๆแก้ปัญหาไปได้



