
อึ้งนศ.จีนแห่ใช้บริการทำแท้งยอดรีดลูกพุ่ง
ปักกิ่ง-สังคมจีนเปลี่ยนไป นักศึกษาแห่ใช้บริการแพ็กเกจรีดมารหัวขนราคาถูกของรัฐบาล ทำให้ยอดการทำแท้งในแดนมังกรแตะระดับ 13 ล้านครั้งสูงที่สุดในโลก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (9 ม.ค.) ว่าสื่อและผู้เชี่ยวชาญของจีนระบุว่า ผู้หญิงโสดมีอัตราการทำแท้งสูงขึ้นมาก ซึ่งแตกต่างไปจากอดีตที่หญิงซึ่งสมรสแล้วจะทำแท้งเพื่อการเลือกเพศของลูก โดยชาวจีนนิยมที่จะมีลูกผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และนโยบายของรัฐบาลกำหนดให้แต่ละครอบครัวมีบุตรได้เพียง 1 คนเพื่อควบคุมปริมาณประชากรของประเทศ
มีรายงานว่า นักศึกษาหญิงเป็นกลุ่มที่ใช้บริการการทำแท้งมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนการทำแท้งทำให้โรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น ปักกิ่ง โมเดิร์น วีเมน สามารถนำเสนอแพ็กเกจทำแท้ง "เซฟ แอนด์ อีซี่ เอ พลัส" ในราคาเพียง 880 หยวน (ประมาณ 4,200 บาท) ให้ผู้ที่ต้องการ
ตัวเลขสถิติการทำแท้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนในปี 2551 อยู่ที่ระดับ 9.2 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากระดับ 7.6 ล้านครั้งในปี 2550 แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นการเก็บข้อมูลจากโรงพยาบาลเท่านั้น ขณะเดียวกันสื่อทางการจีนรายงานว่าตัวเลขการทำแท้งที่แท้จริงควรจะอยู่ที่ระดับ 13 ล้านครั้ง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะทำให้จีนเป็นประเทศที่มีการทำแท้งมากที่สุดในโลก
จีนออกกฎหมายการทำแท้งเสรีตั้งแต่ทศวรรษ 2493 ทำให้คลินิก และโรงพยาบาลหลายแห่งได้นำเสนอโฆษณาบริการทำแท้งได้อย่างเปิดเผย ผ่านสื่อหลายชนิด ตั้งแต่สมุดคู่มือนักศึกษา จนถึงสื่อออนไลน์ และแผ่นพับ ที่นำเสนอบริการทำแท้งไร้ความเจ็บปวด รวมทั้งบริการนวดเพื่อลดขนาดหน้าท้องของหญิงตั้งครรภ์ที่มาทำแท้งให้เล็กลงเหมือนกับช่วงก่อนตั้งครรภ์
คนส่วนใหญ่เห็นว่า การทำแท้งเกิดจากทัศนคติเปิดกว้างขึ้นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานและการขาดความรู้เรื่องเพศศึกษา ขณะที่กฎหมายจีนห้ามผู้หญิงแต่งงานก่อนอายุ 20 ปี
และการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมจีน ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก่อนแต่งงานนิยมทำแท้ง หรือเลียนแบบการแท้งโดยเหตุธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายน้อย
ผลสำรวจของสหประชาชาติเมื่อปี 2552 ระบุว่าวัยรุ่นจีนอายุ 15-24 ปี กว่าร้อยละ 60 ยอมรับมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน แต่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษา และกว่าร้อยละ 50 ไม่ได้คุมกำเนิด เปรียบเทียบกับวัยรุ่นในสหรัฐที่ใช้วิธีต่างๆ ในการคุมกำเนิดถึงร้อยละ 85
นางหลิว เจี่ยนหมิน วิสัญญีแพทย์ ผู้เคยทำแท้งด้วยวิธีไร้ความเจ็บปวดให้ความเห็นว่า ทุกวันนี้วัยรุ่นจีนเห็นว่าการทำแท้งเป็นเรื่องง่ายและไม่มีความเจ็บปวด "แต่หากพวกเธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดระหว่างการทำแท้ง จะทำให้พวกเธอไม่ยอมท้องอีกอย่างแน่นอน"



