ข่าว

ชงนายกฯตั้งกองทุนเอื้อเอกชนลงทุนนอก

ชงนายกฯตั้งกองทุนเอื้อเอกชนลงทุนนอก

10 ม.ค. 2554

ที่ปรึกษานายกฯ เตรียมเสนอตั้งกองทุนวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ อำนวยความสะดวกภาคเอกชนลงทุนต่างประเทศ พร้อมเร่งลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

 นายสถาพร กวิตานนท์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งกองทุนวงเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกทางการเงินในรูปแบบต่างๆ แก่เอกชนที่ลงทุนในต่างประเทศให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น แต่เอกชนต้องชำระเงินคืนให้กองทุน รวมทั้งจะเสนอนายกรัฐมนตรี ให้เห็นชอบจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ หรือบีโอไอ 2 โดยแยกจากบีโอไอในปัจจุบันอย่างชัดเจน

 ทั้งนี้ บุคลากรของบีโอไอ 2 ต้องทำงานร่วมกับทูตการค้าในการเจาะตลาด จึงต้องสามารถเจรจาทางการค้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญต้องเร่งหาแนวทางลดปัญหาอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในให้แก่ผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของภาษีที่อาจเกิดความซ้ำซ้อน

 "การลงทุนในประเทศขณะนี้เต็มหมดแล้วในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะที่มาบตาพุดซึ่งยังมีปัญหาเรื่องมลพิษ ขณะที่ภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ดนั้น รัฐบาลชุดนี้มีจุดยืนชัดเจนว่าจะสนับสนุนให้เป็นการลงทุน ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น ภาคอุตสาหกรรมที่ไทยมีฝีมือ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จึงต้องไปลงทุนในพื้นที่อื่นที่คุ้มค่า"นายสถาพร กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ไทยไม่จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดการส่งเสริมการลงทุนไทยไปต่างประเทศ แต่สามารถลอกเลียนแบบจากประเทศที่ดำเนินการอยู่แล้วมาใช้ได้ทันที เพื่อให้การยกร่างกฎหมายส่งเสริมการลงทุนไทยไปต่างประเทศดำเนินการได้ทันที เพื่อให้ทันกับสถานการณ์

 แหล่งข่าวจากบีโอไอ กล่าวว่า ปัญหาการลงทุนในต่างประเทศของเอกชนไทยที่สำคัญ คือรัฐบาลไม่มีนโยบายและมาตรการอำนวยความสะดวกที่ชัดเจนเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ และขาดหน่วยงานที่เป็นแกนกลางในการช่วยเหลือเจรจาต่อรองกับรัฐบาลในประเทศที่ไปลงทุน และให้ข้อมูลในเชิงลึกด้านการค้า การลงทุน การจ้างงาน การหาผู้ร่วมทุนในประเทศที่ไปลงทุน

 นอกจากนั้น ยังมีปัญหาการเก็บภาษีการส่งเงินกลับเข้าประเทศ ซึ่งสิงคโปร์และมาเลเซีย ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้จากต่างประเทศ ขณะที่ไทยไม่มีมาตรการดังกล่าว และสุดท้ายคือปัญหาด้านเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ในประเทศที่ไปลงทุนได้ และไม่มีสถาบันการเงินรับประกันความเสี่ยงในการกู้ยืม