ข่าว

แซนตามาร์ค

แซนตามาร์ค

10 ม.ค. 2554

คำแถลงนโยบายปฏิบัติการ “ประชาวิวัฒน์” - คิดนอกกฎ บริการนอกกรอบ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นของขวัญประชาชน 9 ข้อ ผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ (9 ม.ค.) คือการตลาดการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อ “เรียกแขก”

 ไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็จะต้องทำตามวิถีของการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งมิใช่เรื่องที่ผิด พรรคการเมืองใต้ปีกทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นไทยรักไทย พลังประชาชนหรือเพื่อไทย เคยเรียกว่า “ประชานิยม” พรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชาวิวัฒน์ ซึ่งต่างก็มีจุดหมายเดียวกัน นั่นคือความพยายามที่จะตอบสนองคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญนำไปสู่ชัยชนะ

 ของขวัญแลกคะแนนเสียงของรัฐบาล ประกอบด้วยระบบประกันสังคม ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม จ่ายเงิน 100/150 บาทต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์เจ็บป่วยเสียชีวิต รวมถึงเบื้ยชราภาพ หรือประชาชน จ่าย 70 บาท รัฐสมทบ 30 บาท หรือจ่าย 100 บาท รัฐสมทบ 50 บาท กรณีหลังจะประกันกรณีชราภาพด้วย การเข้าถึงสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษให้แก่แท็กซี่ และหาบเร่แผงลอย ขึ้นทะเบียนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จัดทำบัตรให้เบอร์เสื้อวินจักรยานยนต์ แจกหมวกนิรภัย ปรับปรุงวิน การทำบัตรจะนำไปสู่การพัฒนาสวัสดิการ เพิ่มจุดผ่อนปรนให้หาบเร่แผงลอย ลดรายจ่ายนอกระบบ และจะจัดโซนการค้าให้เป็นระบบระเบียบ จะเห็นว่าทั้งหมดนี้เน้นผู้มีรายได้น้อย

 กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มิได้มีนัยสำคัญที่แตกต่างจากพรรคที่ทักษิณ ชินวัตรก่อตั้งขึ้น ทักษิณ ชินวัตร ประกาศสงครามกับความยากจน ไม่ว่าเขาจะทำให้คนจนรวยขึ้น หรือรู้สึกว่าจนน้อยลง หรือมีการดูแลในรูปแบบรัฐสวัสดิการต่างๆ เรียนฟรี มีทุนการศึกษา 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ก็ต้องยอมรับว่าทักษิณ ซื้อใจคนรากหญ้าได้มหาศาล และเมื่อพรรคเพื่อไทยตอกย้ำถึงคำว่า 4 ปีที่ความสุขหายไป คนส่วนหนึ่งก็เห็นจริงตามนั้น ดังนั้น จึงไม่ผิดหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะรีแบรนดิ้งสินค้าชุดขวัญใจคนจนขึ้นมาใหม่ อย่างน้อยเขาก็หวังผลระยะสั้นได้ สำหรับการเลือกตั้งที่อาจเดินทางมาถึงเร็วกว่าคาดหมาย
 
 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์จะยอมรับว่านี่คือการหาเสียง ก็คงมิใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลที่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า ก็ต้องเตรียมการเพื่อรักษาอำนาจนั้นไว้ให้ได้อยู่แล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า มาตรการ และแหล่งเงินที่จะใช้ไปในการหาเสียง จะต้องไม่ไปเพิ่มภาระในอนาคต หรือทำให้ประชาชนเสพติดการลด แลก แจม แถม งอมือ งอเท้า รอคอยแต่ความช่วยเหลือจากรัฐบาล เราคงไม่ปรารถนาที่จะเห็นสังคมไทยเต็มไปด้วยเป็ดง่อย ที่ทำอะไม่รู้ ดูอะไรไม่เป็น ในขณะที่ก็จะเป็นปัญหาสั่งสมให้แก่สังคมในอนาคตด้วย