
ผบช.ภ.1 กับก.ตร.ใหม่
แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ 5 คน
ไล่เรียงจากคะแนนที่นายตำรวจระดับ พ.ต.อ. ขึ้นไปโหวตให้ตามลำดับ ตั้งแต่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ และ พล.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รัตนพร
นายตำรวจทั้ง 5 ท่านนี้ต้องบอกว่า มีประสบการณ์ระดับผู้บริหาร รู้สายสนกลในแวดวงตำรวจชนิดที่เรียกว่า หลับตามองเห็น เลยก็ว่าได้
ฉะนั้นงานที่ต้องรับผิดชอบในฐานะ ก.ตร. จึงไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องไปรอรายงานจากเบื้องล่างว่าใครเป็นใครในสตช. ลูกน้องเก่าเกือบทั้งสิ้น
ระเบียบปฏิบัติสีกากีโดยเฉพาะงานที่นอกเหนือจากกฎหมายหรือหน้าที่ของก.ตร.คณะต่างๆ แล้ว ที่สำคัญคือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ที่ก.ตร.ถูกจับตามากที่สุด
ที่ผ่านมา ก.ตร.ถูกวิจารณ์ว่าเป็น เสือกระดาษ อยู่ใต้อุ้งมือของนักการเมือง โดนแทรกแซงการบริหารงานภายใน อำนาจทางการเมืองสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ หากไม่สนองนโยบายหรือสนองความต้องการตัณหาของนักการเมือง
ยิ่งช่วงนี้อยู่ในระยะเตรียมพร้อมเพื่อรอรับการเลือกตั้งอย่างช้าก็ปลายปี บัญชีโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ลงไปถึงสารวัตร จึงมีความสำคัญ เรียกว่า อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การเลือกตั้งคงไม่ผิด
การเมืองต้องเข้ามาจัดระเบียบชนิดเต็มร้อย และมีข่าวว่าเป็นเช่นนั้นด้วยเพราะผู้บริหารสตช.ยามนี้ต้องอยู่นิ่งๆ ลิ่วตามลมไปก่อน รอลุ้นรัฐบาลหน้าว่าจะลืมตาอ้าปากได้แค่ไหน
เมื่อผลคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ถึงกับประกาศว่า จากนี้ไปบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามการเมืองเข้ามาแทรกแซงเด็ดขาด
นี่คงเป็น สัญญาลูกผู้ชาย เพื่อดำรงความเป็นเอกภาพ เกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ถ้าเป็นจริงดังว่า องค์กรตำรวจก็ถือว่า โชคดียังมีเลือดข้นๆ เหลืออยู่ อย่างน้อยก็มีใครสักคนกล้าเข้ามาขวางทางปืนบ้าง
บทบาทแรกของก.ตร.ชุดใหม่ที่ต้องติดตามคือ ตำแหน่งผบช.ภ.1 ที่ว่างเว้นไว้นานแล้ว แกนการเมืองใหญ่กับบิ๊กมีสี พยายามผลักดันเต็มที่
เมื่อแต่งตั้งไม่ได้ก็ปล่อยให้ว่างไว้ ไม่คำนึงว่า ชาวบ้านหรือหน่วยงานจะเสียหาย
ลองพิสูจน์ฝีมือ ก.ตร. ชุดนี้ดู จะเอายังไงกับตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ดูสิว่า ใช่ของจริงหรือเปล่า !!



