
นายกฯพร้อมยกเครื่องพรบ.ข้อมูลข่าวสาร
"นายกฯ"เผยรบ.พร้อมยกเครื่องพรบ.ข้อมูลข่าวสารให้ หวังให้สื่อเข้าถึงข้อมูลราชการได้ง่ายขึ้น ชี้จะทำให้การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้มีประสิทธิภาพ
(9ม.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ " ถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบกฎหมายคุ้มครองวิชาชีพสื่อ ว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นในแผนการปฎิรูปประเทศไทยของรัฐบาล โดยการดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้มีการผ่านขบวนการการรับฟังความคิดเห็น และระดมสมองของคนในวิชาชีพ และนักวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวของ โดยในหลักของกฎหมายนี้จะมีการตั้งองค์กรขึ้นมา โดยองค์กรแห่งนี้จะไม่เป็นองค์กรของรัฐ แต่จะเป็นองค์ที่มีความเป็นอิสระ ที่จะสามารถให้ความคุ้มครองในเรื่องการปฎิบัติงานของบุคลากรในวิชาชีพสื่อ ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาดูแลในเรื่องการให้งบประมาณการสนับสนุน เช่น เงินประเดิม หรือถ้ามีเงินอุดหนุนก็ไม่ใช่เงินสนับสนุนสื่อโดยตรง แต่จะเป็นการสนับสนุนองค์กรวิชาชีพ ซึ่งตรงนี้จะให้องค์กรสื่อมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบวิชาชีพสื่อ ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว บรรณาธิการข่าว หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบในการนำเสนอข่าวสารต่างๆ เพื่อให้คนในวงการสื่อมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยกระทบต่อหลักการของสิทธิการแสดงออกและการทำงานของคนในวิชาชีพสื่อ
"อย่างไรก็หลังจากนี้รัฐบาลจะดำเนินการเร่งรัดในกฎหมายที่เกี่ยวอีก 2 ฉบับ คือ การจัดตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ และสื่อปลอดภัย และในในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพบกับผู้ประกอบการสมาพันธ์ผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ โดยได้หารือถึงการดำเนินการอย่างไรที่จะทำให้เนื้่อหาสาระที่ผ่านสื่อต่างๆ จะมีสาระ และเป็นประโยชน์ของสังคมมากขึ้น ส่วนกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ อาจจะต้องมีการทบทวนกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลต่างๆของทางราชการได้ง่ายขึ้น เพื่อที่จะทำให้สื่อสามารถเข้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งในปีนี้กสทช.จะเกิดขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ผมได้พูดมาหลายโอกาสถึงความจำเป็นในการจัดสรรคลื่นความถี่จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมอย่างแท้จริง โดยเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกสทช.ก็ตาม แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการทำงานของกสทช. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ " นายกฯ กล่าว



