
ฉิวเฉียด
ใครว่าคนเมืองน้ำตาลหวาน อย่างเมืองเพชรจะดุเมืองเดียว แต่เมืองโอ่งมังกร อย่าง คนราดรี เรียกว่าดุไม่แพ้กันถึงมีข่าวสลด ยิงปืนฉลองปีใหม่ แต่ลูกปืนกลับตกใส่เด็กหญิงเคราะห์ร้ายตัดขั้วหัวใจตายฉับพลัน
และด้วยความบังเอิญ หรือบุพเพอาละวาด ขณะที่บรรดากระจิบข่าวเม้าท์เรื่องราชบุรีเมืองคนดุ “มานิตย์ นพอมรบดี” ส.ส.พ่อม่ายแห่งเมืองโอ่ง เดินเข้ามาสมทบทันที
ยังไม่ทันที่ ส.ส.พ่อม่าย จะอ้าปาก ก็ถูกตั้งคำถามทันทีว่า “ทำไมคนราดรีถึงดุแบบนี้ล่ะพี่ แล้วบ้านพี่เคยโดนบ้างไหม”
ด้าน “พ่อม่ายเมืองโอ่ง” รีบกระซิบกระซาบตอบว่า “ไม่รู้เป็นประเพณีอะไรของคนราดรี ที่งานไหนๆ ไม่ว่าดีใจ เสียใจ พี่ไทยก็ต้องยิง ปีใหม่ที่ผ่านมา บ้านผมก็โดนไป 3 นัด ระหว่างนั่งกินข้าวอยู่ไม่รู้ลูกปืนลอยมาจากไหน เฉียดหัวผมไปเล็กน้อย” แถมพูดติดตลกอีกว่า “ดีนะไม่โดนผม ไม่งั้นล่ะ คนคงคิดว่ามีการยิงถล่ม “ครอบครัวนพอมรบดี” อีกแน่ๆๆ
แบบนี้ต้องถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกันนะท่านพี่ ที่ลูกปืนเฉียดไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปดแบบนี้ หรือไม่น่าอาจจะเป็นลางสังหรณ์ว่า เลือกตั้งครั้งหน้า สอบตกแบบฉิวเฉียด หรืออาจสอบได้แบบฉิวเฉียดก็ได้นะ ฮา ฮ่า ฮ่า ๆๆๆๆ
“เสด็จพี่” ย้ายพรรค
ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว กับเทศกาลสังสรรค์ปีใหม่ 2554 ของใครหลายต่อหลายคน แต่นักการเมืองและสื่อมวลชนก็ยังไม่วายต้องแถลงข่าวและทำข่าวตามหน้าที่ของแต่ละคนไป
ขาประจำในการแถลงข่าวของแต่ละพรรคการเมืองก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยก็แถลงตั้งฉายาให้บรัฐบาลแทบจะครบทั้งครม.
แต่เอะใจตรงที่ขาประจำของงานแถลงข่าวอย่าง “เสด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กลับหายหน้าหายตาไปจากโต๊ะแถลงข่าวตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2553-4 มกราคม 2554
ทำเอากระจอกข่าวไปจนถึงส.ส.ต่างสงสัยกันยกใหญ่ว่า โฆษกขาประจำของพรรคเพื่อไทยหายไปไหน เพราะปกติแล้วต้องไม่พลาดที่จะต้องมาจ้อผ่านหน้าจอ
ลือกันหนาหูถึงขนาดว่า ก่อนที่ “พร้อมพงศ์” จะหายหน้าหายตาไปนั้น แอบกระซิบทีมงานของพรรคเอาไว้ก่อนแล้วว่า จะไม่แถลงข่าว 6-7 วัน เพราะจะย้ายพรรค
ทำเอาส.ส.ยกหูหากันเกรียวกราวว่า ชิงตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปก่อนได้อย่างไร แล้วใครที่ทำให้โฆษกอารมณ์ดีอย่าง “เสด็จพี่” กริ้วเอาได้
พอเจอะเจ้าตัวก็เลยรีบถามว่าข่าวลือที่ว่าจะย้ายพรรคนั้นมันจริงหรือเท็จขนาดไหน
แต่พอถามจบ “พร้อมพงศ์” หัวเราะเสียยกใหญ่ก่อนจะอธิบายว่า ที่บอกว่าย้ายพรรคคือ ย้ายไป “พักผ่อน” เพราะทำงานมา 2 ปีไม่ได้พักเลย จึงถือโอกาสแขวนปากและก็แขวนไมค์ให้รองโฆษกพรรคคนอื่นๆ เขาได้ทำงานกันบ้าง
แหม !! ที่ถามก็เพราะเป็นห่วง กลัวว่าถ้าย้ายพรรคจริงแล้ว หัวหน้าพรรคใหม่เขาจะไม่ต้อนรับต่างหาก
“เยนทร์เรนเจอร์”
ดังเป็นพลุแตกสำหรับโครงการ “จิ๋วเรนเจอร์” ยุวชนตำรวจตัวน้อยๆ 50 คน ที่ระดมมาจากโครงการเอื้ออาทร คู้บอน กทม. ลูกหลานชาวบ้านธรรมดาสามัญ ได้รับมอบภารกิจสำคัญให้รักษาความเรียบร้อยในงานวันเด็กแห่งชาติที่ทำเนียบรัฐบาลปีนี้
แถมยังต้องทำหน้าที่สำคัญอารักขาความปลอดภัยผู้นำประเทศ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อีกด้วย
งานนี้ได้ข่าวว่า “วิทเยนทร์ มุตตามระ” มือขวาของรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ทุ่มเทเต็มสูบเพื่อปลุกปั้นเด็กกลุ่มนี้ให้เป็น “ซูเปอร์ฮีโร่” ประจำวันเด็กปี 54 ให้ได้
เอาจริงเอาจัง ถึงขนาดว่าขลุกอยู่กับเด็กทุกๆ เย็น ออกแบบเสื้อผ้า หน้าผม หมวก ผ้าพันคอ ด้วยตัวเอง พาพี่ๆ ตำรวจทำเนียบไปฝึก วันทยหัตถ์ ซ้ายหัน ขวาหัน ตามระเบียบพัก เหมือนตำรวจเป๊ะ ดูแลไปจนถึงหาข้าวหาน้ำให้กิน กลัวว่าหน่วยพิทักษ์ทำเนียบจะหมดแรงข้าวต้มเสียก่อนจะถึงวันเด็ก
แต่การจับเด็กหลายสิบชีวิตที่อายุตั้งแต่ 8-15 ปี มาฝึกระเบียบวินัย มันไม่ต่างกับจับปูใส่กระด้ง เจ้าตัวถึงแม้จะมั่นใจว่าฝึกเด็กมาอย่างดี แต่ก็ยังแอบหวั่นลึกๆ ไม่ได้ว่าเมื่อถึงเวลา ไอ้ที่อุตส่าห์จับปูใส่กระด้งมาหลายวันพอถึงวันลงสนามจริงมันจะเป็นไปตามที่ซ้อม
อย่าลืมว่าบรรยากาศวันเด็ก ความสนุกสนาน ขนม ไอติม ลูกโป่ง มันก็เย้ายวน “จิ๋วเรนเจอร์” ยังไงก็เป็นเด็ก จะทานทนสิ่งเร้ารอบๆ ได้ไม่ทิ้งหน้าที่วิ่งไปต่อคิวกินไอติมแบบเพื่อนๆ ขึ้นอยู่กับหัวใหญ่ “เยนทร์เรนเจอร์” ว่าจะเอาอยู่หรือไม่... ฮา



