
นราฯประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่ม11อำเภอ
วิกฤติน้ำท่วมนราธิวาส จังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่ม 11 อำเภอ จากทั้งจังหวัด 13 อำเภอ เผยราษฎรทุกข์หนัก 38,446 คน น้ำท่วมถนน 3 สายขาด แม่น้ำท่วมสูงกว่าตลิ่ง 2 ม. ส่วนที่ยะลาน้ำป่าทะลักดินถล่มถนนขาดรถติดยาวเป็นกิโล สั่งเร่งซ่อมแซมแล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มขึ้น 11 อำเภอ จากทั้งจังหวัด 13 อำเภอแล้ว เมื่อวันที่ 8 มกราคม ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จ.นราธิวาส ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มขึ้นเป็น 11 อำเภอ จากทั้งจังหวัด 13 อำเภอ ยกเว้น อ.สุคิริน และ อ.ศรีสาคร ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 38,446 คน จาก 10,014 ครัวเรือน ใน 11 อำเภอ 49 ตำบล 182 หมู่บ้าน เบื้องต้นทางจังหวัดได้อพยพราษฎรในพื้นที่ อ.ระแงะ อ.แว้ง และ อ.สุไหงโก-ลก ไปอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชั่วคราวในแต่ละพื้นที่ รวม 216 คน นอกจากนี้ยังพบว่าถนน 3 สายในพื้นที่ อ.จะแนะ ได้รับความเสียหาย รถยนต์เล็กวิ่งผ่านไม่ได้
นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวกล่อง และยารักษาโรคเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ขณะนี้อยู่สูงกว่าตลิ่ง 2.2 เมตร แม่น้ำสายบุรี และน้ำบางนรา ระดับน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ลุ่ม ชาวบ้านบางส่วนต้องอาศัยเรือท้องแบนในการสัญจรไปมา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครคอยดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง พร้อมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนสภาพลมฟ้าอากาศดีขึ้น ฝนได้หยุดตกเป็นช่วงๆ แต่สภาพท้องฟ้ายังมืดครึ้มไม่น่าไว้วางใจ
วันเดียวกัน ที่ จ.ยะลา มีรายงานว่า หลังจากน้ำป่าไหลหลากจากแม่น้ำสายบุรี เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่สวนยางพารารายรอบที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำ ใน ต.อาซ่อง ต.ตะโละหะลอ ต.บาลอ ต.ท่าธง อ.รามัน หลายหมู่บ้าน ทำให้ถนนทางเข้าหมู่บ้านบางแห่งถูกน้ำท่วม รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ ชาวบ้านต่างอพยพสัตว์เลี้ยง ตลอดจนสิ่งของจำเป็นไปยังที่ที่ปลอดภัย และมีรายงานว่า น้ำที่เข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านในตำบลต่างๆ ยังมีอยู่ ระดับน้ำยังทรงอยู่เนื่องจากฝนได้หยุดตกบ้างแล้ว ท้องฟ้าครึ้ม สลับกับโปร่งบางครั้ง
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.ท.พีรสันต์ บูชารัมย์ รอง สวป.สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้เกิดเหตุดินภูเขาถล่มลงมาปิดทับเส้นทางการจราจรบนทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง) บริเวณบ้านคอกช้าง หมู่ 7 ต.แม่หวาด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา พ.ต.ท.สุรนันท์ ชอบงาม สวญ.พร้อมกำลังเดินทางไปตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหลัก กม.ที่ 52-53 ห่างจากบ้านคอกช้างไปทาง ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง ราว 1 กิโลเมตร มีกองดินเศษหินจำนวนมากจากภูเขาด้านขวามือไหลทะลักลงมาปิดช่องทางการจราจร ทำให้ยานพาหนะที่ใช้เส้นทางดังกล่าวติดกันยาวเหยียดทั้งขาไปและมาเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร จึงได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลคอกช้าง นำเครื่องจักรกลหนัก รถตักดินไปช่วยเหลือเปิดเส้นทางการจราจร โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษ จึงสามารถเปิดเส้นทางการจราจรได้ 1 ช่องทาง รถเล็กรถใหญ่ต่างทยอยขับเคลื่อนผ่านไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากถนนลื่น พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป



