ข่าว

มาร์ควิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เด็กทั่วปท.

มาร์ควิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เด็กทั่วปท.

08 ม.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับเด็กทั่วประเทศ เด็กแม่ฮ่องสอนวอนอยากได้มหาวิทยาลัย แจงต้องมีความพร้อมด้านบุคลาการ พร้อมดูแลปัญหาเด็กไร้สัญชาติ สอนสุตรประสบความสำเร็จ ขยัน- ซื่อสัตย์ - ใฝ่รู้ - รับฟังผู้อื่น รับปากเด็กปัตตานี แก้ปัญหาความไม่สงบให้เหมาะกั

(8ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเรื่องในโอกาสงานวันเด็กประจำปี 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สนทนาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์กับเยาวชนทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเยาวชนจากแม่ฮ่องสอนได้สอบถามนายกฯในหลายประเด็น อาทิ เสนอให้มีมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องการถนนแบบโลจิสติกเพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง ปัญหาคนไร้สัญชาติฯ

 จากนั้นนายกฯ ตอบคำถามว่า เรื่องมหาวิทยาลัยนั้นรัฐบาลมีนโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา แต่ความพร้อมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยต้องคำนึงเรื่องคุณภาพและความพร้อมทุกด้านการ การสร้างมหาวิทยาลัยไม่ใช่ว่ามีงบหรือมีพื้นที่เท่านั้น เพราะต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพ จึงได้ให้มหาวิทยาลัยที่ความพร้อมไปทำวิทยาเขตหรือศูนย์บริการอยู่ ซึ่งที่จ.แม่ฮ่องสอนก็มีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และม.บูรพา แต่หากมีความพร้อมในการยกระดับก็จะผลักดันสู่มหาวิทยาลัยต่อไป

 ขณะที่เรื่องการคมนาคม นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจชาวแม่ฮ่องสอนเพราะปกติตนไม่เมารถ แต่ในชีวิตที่เมารถคือนั่งรถจากเชียงใหม่ไปอ.ปาย ตนจำไม่ได้ว่ามีกี่โค้ง แต่ทั้งนี้ปัญหาการสร้างถนนจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแค่ไหน ซึ่งเป็นนโยบายอยู่แล้วในเรื่องระบบรางและถนน แต่พื้นที่ป่าเขาต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อน ตนขอรับไปดูว่าจะสามารถร่นเวลาการเดินทางได้อย่างไรโดยไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องสัญชาตินั้นเรียนว่าเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติและกระทรวงมหหาดไทยกำลังทบทวนเรื่องกลุ่มคนต่าง คนที่อยู่นานแล้ว คนไทยพลัดถิ่น เพื่อให้คนเหล่านี้อยู่ในประเทศไทอย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการดูแลในสังคมไทยอย่างแท้จริง

 ต่อมาได้มีเยาวชนจากแม่งฮ่องสอนสอบถามนายกฯว่ามีหลักในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไรว่า หลักการทำงานสู่ความสำเร็จของตน มี 4 ข้อ 1. ขยัน คิดว่าการทำงานอะไรก็ตามหากไม่ทุ่มเท ไม่ขยันทำเล่นๆก็จะประสบความสำเร็จได้ยาก ดังนั้นต้องทุ่มเทจริงๆ 2. ความซื่อสัตย์ ยึดประโยชน์ส่วนรวม เพราะถ้าเราไม่ปฏิบัติก็จะสร้างความเสียหายและย้อนกลับมาทำลายตัวเอง 3. ต้องศึกษาใฝ่รู้ เราไม่ที่ทางที่จะรู้ทุกเรื่อง หากไม่ขวนขวยหาความรู้ เพราะตนต้องเจอสถานการณ์ใหม่ตลอดเวลา หากไม่มีมีข้อมูลประกอบในการแก้ปัญหาก็จะสำเร็จ และ 4. การทำงานหลายเรื่องเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การรับฟังคนอื่นให้การฟังเสียงสะท้อน ให้คนเข้ามามีส่วนร่วม ก็ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจก็จะนำไปสู่ความสำเร็จได้

 จากนั้นนายกฯ ได้สนทนากับเยาวชนจากจังหวัดอำนาจเจริญซึ่งสงสัยว่าในสมัยเด็กๆนายอภิสิทธิ์โตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งนายกฯ ยิ้มแล้วตอบว่า ตนอยากเป็นนักการเมืองตั้งแต่เด็กและโชคดีที่ได้มาทำงานการเมือง และนับตั้งแต่ที่ตนสนใจการเมืองก็มีทั้งพ่อแม่คุณครูคอยให้คำแนะนำว่าควรจะศึกษาด้านไหนทางใด และต้องเตรียมความพร้อมตัวเองเพื่อเข้ามาในสิ่งที่เราทำ และโชคดีที่ตนได้รับโอกาสจากประชาชนด้วย

 เมื่อถูกถามถึงเวลาในการพักผ่อนและกีฬาที่ชอบ นายกฯ กล่าวว่า ธรรมดาที่ทำงานแล้วต้องเหน็ดเหนื่อย ก็ต้องพักผ่อนให้พอ ตนรู้ตัวเองว่าถ้าวันไหนนอนไม่พอสมองก็จะไม่โลดแล่นแจ่มใส แต่ในเมื่อเราเป็นผู้อาสาตัวเขามาก็ไม่มีสิทธิ์บ่นว่างานหนัก เหนื่อย เราก็ต้องทำให้มีร่างกายและใจที่พร้อม ส่วนเรื่องเล่นกีฬาตนชอบเล่นฟุตบอล แต่ไม่มีโอกาสออกกำลังเท่าที่ควร นานๆทีจะถูกชวนให้ไปเล่น

 ส่วนคำถามที่ว่ามีเทคนิคในการเรียนอย่างไรให้เก่ง นายกฯ ตอบว่า แต่ละคนใช้วิธีไม่เหมือนกัน แต่สำหรับบตนที่สำคัญคือพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องต่างๆที่เราเรียนก่อน หลายคนเน้นจดจำแต่ตนคิดว่าการทำความเข้าใจจะสำคัญกว่า ถ้าเราเข้าใจในที่สุดเราก็จดจำได้ ฉะนั้นความเข้าใจสำคัญและต้องเข้าในภาพรวมของเรื่องก่อนที่จะดูรายละเอียดเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลา

 นอกจากนี้เยาวชนจากจังหวัดปัตตานีถามว่าฐานะที่เป็นพ่อ นายกฯจะพาลูกไปเที่ยวที่ไหนในวันเด็กและนายกฯแบ่งตำแหน่งนายกและคุณพ่ออย่างไร นายอภิสิทธิ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ตนไม่ได้พาลูกไปที่ไหนตนมาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ อีกทั้งลูกอายุ 20 แลละ 17 ปีแล้วตนถือว่าไม่ใช่เด็ก อย่างไรก็ตามตนให้ความสำคัญกับการเวลาให้กับลูก ต้องติดตามเอาใจใส่เรื่องการเรียนและกิจกรรมของลูก

 “สมมติว่าไม่มีภารกิจการงาน ผมก็ให้เวลากับครอบครัวเป็นอันดับแรก เพราะเรามีความรับิดชอบหลายสถาะ มีตำแหน่งเป็นพ่อ เป็นสามี และเป็นลูก ก็ตั้งเป้าไว้ว่าการใช้ชีวิตของผมทุกสถานะต้องทำให้ดีที่สุด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ต่อมานายอภิสิทธิ์ ได้ตอบคำถามเยาวชนจากจังหวัดปัตตานีถึงแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรว่า จะดำเนินกาให้เป็นไปตามความเป็นจริงของพื้นที่มากที่สุด โดยจะพยายามเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง ซึ่งจะมีการส่งเสริมเรื่องการศึกษา 2 ภาษา คือภาษาถิ่นและภาษากลาง ทั้งนี้พบว่าก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าถ้าให้เรียนหลายภาษาแล้วจะเป็นปัญหา แต่กลับพบว่าถ้าให้เรียน 2 ภาษาทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ซึ่งเยาวชนใน 3 จังหวัดที่โตขึ้นมาสามารถใช้ 2 หรือ 3 ภาษา เพื่อได้เปรียบพื้นที่อื่นด้วยซ้ำ

 เมื่อถึงปัญหายาเสพติด นายกฯ กล่าวว่า งานในด้านการป้องกันจะผลักดันอย่างเต็มที่ ซึ่งปัญหานี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสลับซับซ้อนเพราะขบวนการคาบเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำเป็นทีมเดียวกันเพื่อเป็นเอกภาพด้วย และกฎหมายใหม่จะทำให้การแก้ปัญหาทุกปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 ส่วนปัญหาเรื่องแหล่งท่องเที่ยวปัตตานีที่มีเหตุการณ์จนทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดถอยลง นายกฯ กล่าวว่า นโยบายที่ทำมาช่วง 2 ปีช่วยให้ลดปัญหาความรุนแรงระดับหนึ่งถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้ แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่เป็นปัญหาแต่นโยบายของรัฐบาลช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อาทิ ที่อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี มีการยกเลิกภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งที่มอ.ปัตตานีมีการจัดประชุมวิชาการนานาชาติเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นการประชุมที่มีความสำคัญและได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ โดยภายหลังประชุมก็มีการตกลงกันว่าจะกลับมาประชุมอีกใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจุดนี้ทำต่างประเทศให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น และประเทศไทยเองก็จะได้รับการสนับสนุนในการทำความเข้าใจจากต่างประเทศมากขึ้นด้วย