
"ผี"ชุดใหญ่รับมือ"หงส์"ดวลศึกเอฟเอคัพ
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมนักเตะชุดใหญ่รับมือ"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 วันที่ 9 ม.ค.นี้ ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด ขณะที่สถิติเจ้าถิ่นข่มอื้อเจอกัน 15 ครั้งแพ้แค่ 3 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ลงป้องกันแชมป์ เปิดรังชน "ม้าขาว" อิปสวิช ที่
ศึกลูกหนังเอฟเอ คัพ รอบ 3 วันที่ 9 มกราคม คู่บิ๊กแมทช์เป็นการดวลศึกแดงเดือด "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด พบกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล เริ่มเตะเวลา 20.30 น. ช่อง 7 และทรูวิชั่นส์ ช่อง 101 ถ่ายทอดสด เกมนี้ อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นที่ยังไม่แพ้ใครในลีก ประกาศแล้วว่าจะใช้นักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนาม เนื่องจากไม่อยากพลาดตกรอบ 3 เหมือนฤดูกาลที่แล้ว ที่แพ้ ลีดส์ 0-1
อย่างไรก็ตามเกมนี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังไม่น่าลงเล่นได้ ส่วน ปาร์ค จี ซุง ต้องไปเล่นเอเชี่ยน คัพ ให้เกาหลีใต้ ขณะที่ เวย์น รูนีย์ กองหน้า กับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารต้องเช็กความฟิต แต่คาดว่าน่าจะลงเล่นได้ ทำให้เกมนี้ เนมันยา วิดิช ยืนคู่กับ คริส สมอลลิง ในแดนหลัง แบ็กสองข้างยังเป็น ราฟาเอล กับ ปาทริซ เอวรา กองกลางมี ดาร์เรน เฟลตเชอร์, อันแดร์สัน, นานี และไมเคิล คาร์ริค ส่วนกองหน้าเป็น ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กับ รูนีย์
ฝั่ง ลิเวอร์พูล เพิ่งแพ้ แบล็คเบิร์น 1-3 ทำให้ รอย ฮอดจ์สัน กลายเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่กำลังเก้าอี้ร้อนสุด ถ้าแพ้นัดนี้โอกาสโดนไล่ออกมีสูง นัดนี้ยังไม่มี เจมี คาร์ราเกอร์ กองหลังที่บาดเจ็บ แต่คาดว่าจะปรับส่ง ดาเนียล แอ็กเกอร์ ลงมายืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กับ มาร์ติน สเคอร์เทล แบ็กสองด้านเป็น พอล คอนเชสกี กับ เกลน จอห์นสัน กองกลางมี ลูคัส, สตีเวน เจอร์ราร์ด, มักซี โรดริเกวซ และโจ โคล กองหน้าเป็น เฟอร์นันโด ตอร์เรส กับ ดาวิด เอ็นก็อก
สำหรับสถิติที่ทั้งสองทีมพบกันในเอฟเอ คัพ 15 ครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 8 เสมอ 4 ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัด อีกทั้งหากเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด 7 หน แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 6 แพ้แค่ 1 ครั้ง ในการเจอกัน 10 ครั้งหลัง ลิเวอร์พูล เอาชนะได้หนเดียว ในรอบรองชนะเลิศ ปี 2006 ที่แอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0 นอกจากนั้นการเจอกันของทั้งสองทีม 4 หนหลังสุดคือปี 1985, 1996, 1999 และ 2006 ทีมใดชนะทีมนั้นจะเป็นแชมป์
ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมแชมป์ จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ม้าขาว" อิปสวิช ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ เริ่มเตะเวลา 22.00 น. เจ้าถิ่นของ คาร์โล อันเชล็อตติ กำลังอยู่ในฟอร์มย่ำแย่ เพิ่งบุกแพ้ วูล์ฟส์ 0-1 ทำให้ 8 นัดหลังสุดชนะเกมเดียว น่าจะยังใช้นักเตะชุดใหญ่เป็นหลัก ทั้ง จอห์น เทอร์รี, มิกกาแอล เอสเซียง, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฟลอรองต์ มาลูดา, นิโกลาส์ อเนลกา กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ยังคงเป็นตัวจริง ฝั่ง อิปสวิช เพิ่งไล่ รอย คีน ออกจากตำแหน่งกุนซือหลังจากบุกแพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 และการเจอกับ เชลซี ในเอฟเอ คัพ 3 หนที่ผ่านมา เชลซี ชนะรวด
ส่วน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จะบุกไปเยือนวอล์คเกอร์ส สเตเดี้ยมของ "จิ้งจอก" เลสเตอร์ส ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ เริ่มเตะเวลา 23.00 น. ช่อง 3 และทรูวิชั่นส์ ช่อง 101 ถ่ายทอดสด ทีมเยือนของ โรแบร์โต มันชินี เพิ่งเสมออาร์เซนอล 0-0 น่าจะปรับทัพเล็กน้อยด้วยการส่ง อดัม จอห์นสัน ลงไปทำเกมรุกร่วมกับ เจมส์ มิลเนอร์ และอาจพัก คาร์ลอส เตเบซ เป็นตัวสำรอง ให้ โจ เป็นหัวหอกเดี่ยว ส่วน สเวน โกรัน อีริคส์สัน นายใหญ่เจ้าถิ่นจะได้เจอกับทีมเก่า จะขนนักเตะชุดใหญ่ลงสนามนำโดน ดาร์ริอุส วาสเซลล์ และพอล กัลลาเกอร์
ส่วนอีกคู่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน พบกับ "ดาบคู่" ชาร์ลตัน แอทเลติก จากลีกวัน เริ่มเตะ 02.30 น.



