
โพลล์ชี้รากหญ้าโอดรายได้เท่าเดิมสวนทางสินค้าแพง-ร้านสะดวกซื้อดาวรุ่งปี54
เอแบคโพลล์สำรวจนักธุรกิจ ส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจปี 54 ดีขึ้น ชี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเป็นธุรกิจดาวรุ่ง ส่วนดาวร่วงเป็นการทำเกษตรแบบทางเดียว ห่วงชุมชนไม่อนุรักษ์กดร้านโชห่วยติดกลุ่มร่วงต่อเนื่อง ระบุความเห็นประชาชนมองเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น เงินในกระเป๋าเท่าเดิม ขณะท
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบคโพลล์ เปิดเผยถึงการสำรวจผู้บริหารและเจ้าของสถานประกอบการทั่วประเทศ จำนวน 1,437 ราย ในเรื่อง ธุรกิจรุ่ง ธุรกิจร่วง ในปี 2554 ระบุว่า กลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 64.5% มองว่า ภาวะเศรษฐกิจในปี 2554 จะดี แยกเป็นมองว่าดีขึ้น 40.2% และมองว่าจะดีเหมือนเดิม 24.3% ส่วนอีก 20.7% คาดว่าจะแย่เหมือนเดิม และ 14.8% คาดว่าจะแย่ลง
ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับธุรกิจรุ่งนั้น นายอุดม หงส์ชาติกุล ผู้อำนวยการโครงการ ABAC Consumer Index และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ธุรกิจที่คาดว่าจะรุ่งมากที่สุดในปี 2554 อันดับแรก ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ สินค้าที่ต้องกิน ต้องใช้ อันดับสอง เป็นการทำเกษตร พืชไร่สวนผสม เช่น ข้าว ผัก ดอกไม้ ผลไม้ เลี้ยงปลา เป็นต้น อันดับสาม คือ การท่องเที่ยวและบริการ การโรงแรม อันดับสี่ เป็นธุรกิจแปรรูปต่างๆ เช่น อาหาร ไม้ ยางพารา และอันดับห้า คือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอที เทคโนโลยีสมัยใหม่
ขณะที่ธุรกิจที่คาดว่าจะร่วงนั้น ในปี 2554 พบว่า อันดับแรก ได้แก่ การทำเกษตรแบบทางเดียว เช่น ปลูกมันสำปะหลังเพียงอย่างเดียว เป็นต้น อันดับสอง เป็นธุรกิจนำเข้า ส่งออก อันดับที่สาม ได้แก่ เสื้อผ้า สิ่งทอ อันดับที่สี่ คือ ธุรกิจบ้านจัดสรร อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง อันดับที่ห้า ได้แก่ ร้านโชห่วย และธุรกิจที่จะร่วงอย่างต่อเนื่องคือ ร้านโชห่วย ถ้าคนในชุมชน กลุ่มร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ไม่อนุรักษ์หรือไม่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของร้านโชห่วยเอง
นายอุดม กล่าวต่อว่า จากการสัมภาษณ์ประชาชนของเอแบคโพลล์ พบว่า ไม่ได้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับรายงานข่าวผ่านสื่อที่ระบุว่าตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจและส่งออก หรือการขยายการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม โดยประชาชนระบุว่าเงินในกระเป๋ายังเท่าเดิม แต่สินค้าและบริการมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จึงอยากชี้ให้เห็นความไม่ชัดเจนบางอย่างที่อาจซ่อนอยู่
คำแนะนำคือ อยากให้มีความระมัดระวังในการลงทุนของภาคธุรกิจ และการสร้างหนี้ของประชาชน อย่าก่อหนี้เกินตัว พฤติกรรมการใช้เงินในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ดูจะมีภูมิคุ้มกันที่ดี อย่าละเลยหรือขาดสติในส่วนนี้ไป หากมีปัญหาเศรษฐกิจและเกิดการเลิกจ้าง หนี้สินที่สร้างไว้จะเป็นตัวเริ่มของวงจรวิกฤติเศรษฐกิจแบบแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส และควรเร่งออมเงินสดไว้ให้มาก



