ข่าว

เจ๊แดง-สมชายส.ส.พท.ดอดพบทักษิณ

เจ๊แดง-สมชายส.ส.พท.ดอดพบทักษิณ

08 ม.ค. 2554

“เจ๊แดง-สมชาย-ส.ส.พท.”ดอด พบ ”ทักษิณ” เผยอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ชม ”ยงยุทธ”ทำหน้าที่หน.เพื่อไทยดีอยู่แล้ว กำชับ ส.ส.ลุยศึกซักฟอกโดยเน้นทุจริต ไม่สนแก้รธน.เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ยํ้าไม่อยากยุ่งกรณี 7 คนไทยถูกเขมรจับ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 7 ม.ค.) คณะของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์  น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางกลับจากการไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ โดยได้เดินทางไปตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา 

         นายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการไปพบเพื่อสวัสดีปีใหม่พร้อมขอพรจากพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีโอกาสได้พูดคุย 2 คืน โดยคำพูดแรกที่ท่านได้ทักทายคือ " ทุกคนสบายหรือเปล่า ผมคิดถึงเสมอ อยากให้ปัญหาในประเทศไทยมีความสงบ อยากเห็นความสามัคคีของคนในชาติ อยากเห็นการพัฒนาการค้าขายกับต่างประเทศ เหมือนสมัยในช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล”อย่างไรก็ตามช่วงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณค่อนข้างจะยุ่งมากในเรื่องการทำธุรกิจ โดยเฉพาะเตรียมเอาเหมืองทองเข้าสู่ตลาดหุ้น และดูสีหน้าท่านสดใส มีความสุขมากกว่าทุกครั้ง พร้อมอวยพรให้ ส.ส.ทุกคนได้กลับมาเป็น ส.ส.อีกครั้งหากมีการเลือกตั้ง

 นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าต้องให้เป็นไปตามสภาพเช่นนี้ไปก่อน ซึ่งไม่มีอะไรเสียหายทั้งสิ้น โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็ทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว และให้ส.ส.ทุกคนไม่ต้องตกใจ พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าประชาชนยังรักในนโยบายที่เคยทำไว้ อีกทั้งได้เตรียมนโยบายที่จะดึงรายได้เข้าประเทศไว้พร้อมแล้วทุกด้านที่จะแก้ปัญหาให้คนในชาติ

 นายสุชาติ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขอให้ส.ส.ตั้งใจทำหน้าที่ในสภาในการตรวจสอบรัฐบาลให้เข้มข้น จริงจัง โดยเฉพาะในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ให้เน้นเรื่องการทุจริต กรณีที่ไม่ทำตามกฎเหล็ก 9 ข้อ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว ราคาข้าวตกต่ำ ทั้งๆที่ทั่วโลกมีปัญหาความต้องการข้าวสูง กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงต่างประเทศทำอะไรกันอยู่ ท่านจึงเป็นห่วงข้าวไทย เพราะวันนี้ประเทศเวียดนามขยับขึ้นมาเป็นใหญ่แซงข้าวไทย พร้อมทั้งยังฝากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการทุจริต ความสามัคคีคนในชาติ ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะและยาเสพติดที่พุ่งขึ้นอย่างมาก ในส่วนของรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่จะเสนอแนบในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่พูดถึงว่าจะเสนอชื่อใครที่จะเป็นผู้นำการอภิปราย เพียงย้ำว่าจะต้องเป็น ส.ส.แน่นอน

 นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ส.และระบบเขตเลือกตั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณเห็นว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่หากแก้กลับมาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวก็ไม่มีอะไรน่าตกใจ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลคิดว่าแน่ก็แก้ไปเลย ไม่เป็นไรเพราะเราถนัด เคยมีการเลือกตั้งมาแล้ว คิดว่าส.ส.เขตเดียวจะได้มากน้อยแค่ไหนก็ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

 นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดถึงกรณีที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตน์ และคนไทยรวม 7 คนถูกทางการกัมพูชาจับกุมด้วยว่า ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่คิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเวรกรรมมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้นายพนิชสมัยที่เป็นผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศเคยตามไล่ล่าจะให้ตำรวจสากลไปตามจับถึงที่ดูไบ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากเห็นคนไทยต้องไปติดคุกในเขมร และยังท้วงติงนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าคลิปมีการตัดต่อด้วย เพราะต้องรับผิดชอบด้วย เรื่องนี้ใครจะไปตกแต่งถ้าไม่ใช่คนของพรรคตัวเอง

พท.เตรียมร่วมโหวตรธน.สูตร400ต่อ100

 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี ที่รัฐบาลจะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยจะมีการลดจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเหลือ 375 คน และเพิ่มจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็น 125 คน ซึ่งขณะนี้เรื่องยัง อยู่ในชั้นกรรมาธิการ ว่า ใน วันที่ 10 มกราคม 2554 กรรมาธิการจะลงมติ โดยขณะนี้มีความคิดเห็นแบ่งเป็นสองส่วน โดยฝ่ายรัฐบาลอยากได้ ส.ส. เขต เหลือ 375 คน และ ส.ส.สัดส่วน เป็น 125 คน แต่อีกกลุ่มหนึ่งต้องการ ส . ส . เขต 400 คน และ ส . ส . สัดส่วน เป็น 100 คน ซึ่งพรรค ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจากสภาผู้แทนราษฎร ว่าถ้าลด ส . ส . แบบเขตลงแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ซึ่ง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ได้นำเรื่องนี้มาหารือ ภาย หลังจาก ที่พรรคเพื่อไทยเคยระบุว่า จะไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือไม่นั้น ซึ่งเรื่องนี้ ทางพรรคจะเรียกประชุม ส . ส . ของพรรค ในวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2554 เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านทั้ง 2 มารตรา เนื่องจาก ส . ส . ของพรรค หลายคน ได้ เสนอผ่านสื่อว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนเห็นด้วยกับการมี ส . ส . เขต 400 คน และ ส.ส. สัดส่วน 100 คน ซึ่ง ตรงกับรัฐธรรมนูญปี 40 ที่พรรคเพื่อไทยสนับสนุน

 เมื่อถามว่าการที่มีบางคนในพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าจะไปร่วมมือโหวตกับพรรคร่วมรัฐบาลในสูตร 400 ต่อ 100 มองว่าอาจจะเป็นการทำให้รัฐบาลยุบสภาหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนมองว่าวันนี้รัฐธรรมนูญทั้ง 2 มาตรา ที่จะแก้ไขโดยเสนอจากรัฐบาลนั้น หากมีปัญหาหรือไม่ผ่านสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ควรแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง รวมถึงสูตรที่รัฐบาลได้เสนอ 375 ต่อ 125 ที่เป็นไปตามคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แต่พรรคร่วมรัฐบาลกลับไปคนละทาง

 “ พรรคเพื่อไทยต้องดูมติในการประชุมสัปดาห์หน้าก่อนว่าจะกลับมติที่ไม่ร่วมสังฆกรรมหรือไม่ หรืออาจจะเห็นด้วยกับสูตร 400 ต่อ 100 ที่ไปตรงกับรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งมองแล้วว่าสูตรนี้ใช้ตั้งแต่ปี 44 ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ขณะนี้ประชาชนร้องเรียนจำนวนมากว่า ถ้าลด ส.ส. เขตทางภาคอีสานภาคเหนือไป 16 ที่นั่ง ภาคใต้ 4 ที่นั่ง กรุงเทพ 2 ที่นั่ง รวมแล้วก็ลดไปประมาณ 20 กว่าที่นั่ง ผมมองว่าส.ส.เขตเป็นผู้ที่ดูแลประชาชนทั่วถึง 150,000 คน ต่อ ส.ส. ซึ่งหากเพิ่มส.ส.บัญชีรายชื่อเป็น 125 คน ประชาชนจะไม่เกิดประโยชน์ เรื่องนี้คงจะเกิดกับพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ถ้าเกิดปัญหารัฐบาลต้องพิจารณาตัวเอง ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าจุดนี้มองว่าจะเป็นจุดพลิกผันทางการเมืองหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จุดนี้เป็นจุดที่พรรคร่วมต้องทบทวนบทบาท ถ้ารัฐธรรมนูญที่พรรคร่วมต้องการจะแก้ คือ 400 ต่อ 100 แต่ทางแกนนำรัฐบาลหรือพรรค ประชาธิปัตย์ต้องการเป็น 375 ต่อ 125 พรรคร่วมก็ต้องพิจารณาบ้าง ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นจุดพลิกผันทางการเมือง ถึงขั้นว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การยุบสภาก็เป็นได้ เพราะพรรคร่วมโดนหลอกมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกรัฐบาลอีกแน่ ถ้ายอมครั้ง ประชาชนก็ได้เห็นว่าทีนักการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล สุดท้ายแล้วจะมุ่งที่ประโยชน์ของประชาชน หรือประโยชน์ของตนเอง เพราะวันนี้ประชาชนเห็นด้วยกับ ส.ส. เขต 400 คน ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 เห็นด้วยแล้ว เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 เป็น ร่างโดยประชาชน และได้ประโยชน์สูงสุดแก่ให้ประชาชน ซึ่งวันนี้จุดยืนพรรคร่วมต้องชัดเจน เพื่อไทยเองก็ต้องชัดเจนเช่นกัน

  นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายไชยา พรหมมา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าหัวหน้าพรรค อาจจะเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ใช่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องหัวหน้าพรรค ก็คงได้ข้อสรุปในที่ประชุมสัปดาห์หน้าเช่นกัน พร้อมทั้งจะมีการหารือเรื่องผู้นำในการอภิปรายและการเสนอชื่อว่าใครจะมาเป็นนายกแนบท้ายด้วย แต่ปัจจุบันนี้ยังยืนยันว่านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ เป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม และเป็นการเร็วเกินไปที่จะมีหัวหน้าพรรคหรือผู้นำที่จะเป็นนายกคนใหม่ในการเลือกตั้ปี 54 นี้

 “ วันที่ 14 มกราคม 25 54 การประชุมจะว่าด้วยเรื่องของการที่จะแนบชื่อผู้นำอภิปรายและแนบชื่อนายก ส่วนในการเลือกตั้งทั่วไปใครจะเป็นนายกคงจะต้องประชุมใหญ่เท่านั้น เมื่อมีประกาศยุบสภาของนายอภิสิทธ์ เราก็จะมีการเรียกประชุมใหญ่ทันที คือหมายถึงว่า ผู้นำที่จะชูธงเป็นนายกต่อไปต้องมาจากที่ประชุมใหญ่เลือก มาจากกรรมการบริหารพรรค มาจาก ส.ส. และตัวแทนสาขาเท่านั้น ต้องได้รับฉันทานุมัติจากเสียงส่วนใหญ่ในพรรคเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณยิ่งลักษณ์ คุณมิ่งขวัญ หรือจะเป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ คุณเฉลิม อยู่บำรุง หรืออาจจะมีคนอื่นๆอีกที่อยู่นอกพรรคต้องได้รับการยอมรับกับคนในก่อนที่จะไปหาเสียงให้ประชาชนยอมรับ ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าการที่คนในพรรคออกมาเปิดเผยเรื่องคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค จะทำให้มีแรงกระเพื่อมภายในพรรคหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่ บางคนในพรรคเห็นว่าใครมีบทบาท มีศักยภาพ ก็เชียร์กันเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลักการของพรรค หรือมติที่จะเลือกผู้นำหรือนายก จะต้องมาจากที่ประชุมใหญ่เท่านั้น ส่วนหัวหน้าพรรคกับคนที่จะมาเป็นนายกจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่นั้น ขณะนี้ผู้นำการอภิปรายอาจจะเป็นอีกคนหนึ่ง และก็การเสนอชื่อนายกในการอภิปรายก็อาจจะเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เมื่อมีการยุบสภาแล้วหัวหน้าพรรคและคนที่จะมาเป็นนายกจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่เป็นคนตัดสิน มันจะจบตรงนั้น หากวันนี้ถ้ารัฐบาลถามเพื่อไทยว่าอยากจะชูใครเป็นนายกก็ให้รีบยุบสภา พรรคเพื่อไทยจะได้มีการจัดประชุมใหญ่และมีการโหวตเลือกกัน นี่คือหลักการที่ตกลงกันไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามการนำเสนอหรือการพูดคุยกันเรื่องใครจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นนายกนั้น เป็นความเห็นส่วนตัวของ ส.ส. หรือกรรมการบริหารพรรคบางคนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็เตรียมตัวบุคคลไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ร่วมกันโหวต

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นั้น คงต้องรอรัฐ สภาเปิด ประชุมในวันที่ 21 มกราคม 2554 เสีย ก่อนถึงจะ ทำการ อภิปรายได้ ซึ่งคณะติดตามและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล ( คตร .) และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ของ พรรคเพื่อไทยได้เตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายไว้แล้ว โดยจะมีความชัดเจนในการแบ่งทีมหรือกำหนดคนที่จะอภิปรายรวมถึงใครจะเป็นหัวหน้าการอภิปราย พร้อมทั้ง จะแนบ รายชื่อใคร เพื่อ เสนอ ให้ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น คงมีความชัดเจนภายหลังจากประชุม ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เตรียมข้อมูลในการอภิปรายทั้ง เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงด้านความมั่นคง โดยการอภิปรายจะมีการเจาะลึกเ รื่องการทุจริตและการบริหารราชการที่มีความ ล้มเหลวของรัฐบาล โดยจะเน้นการอภิปรายแบบชัดเจนและหลักฐานแน่นหนา โดยไม่เน้นจำนวนปริมาณแต่จะมุ่งเป้าไปยังรัฐมนตรีที่มีข้อมูลชัดเจนที่สุด

 “ จะมีการทำหนังสือเรียกประชุมพรรค เรียกให้ชัดเจน เพราะว่ามีกรรมการบริหารพรรคบางท่านอยากจะให้มีการเสนอชื่อผู้นำอภิปรายที่ชัดเจนขึ้นในครั้งนี้ว่าเป็นใคร รวมทั้งมีการเสนอชื่อแนบท้ายชื่อนายก คือให้เตรียมความพร้อมไว้ก่อนที่รัฐสภาเปิด ไม่ว่าการยื่นอภิปรายจะเกิดขึ้นเมื่อใดเราก็ต้องพร้อมเสมอ ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว